พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ หารือการปฏิรูประบบงานในรัฐสภาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรากฎหมายและควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเน้นความจำเป็นในการพัฒนาทั้งบุคลากรและระบบสนับสนุนให้ทันสมัย เชื่อมโยงกับบริบทนานาชาติ และเสนอให้มีกรอบข้อบังคับชัดเจนพร้อมบทลงโทษแทนการพึ่งจริยธรรมเพียงอย่างเดียว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ในฐานะสมาชิก สปท. ค่ะ เรื่องการปฏิรูประบบงานในรัฐสภาดิฉันคิดว่า เป็นสิ่งที่สำคัญมาก แล้วก็ดีใจที่ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา พร้อมทั้งรวมในการปฏิรูป รัฐสภาใหม่ที่กำลังจะเสร็จในอนาคตนี้ด้วย ก็จัดว่าสมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่อยากจะคิดย้อนกลับไป ก็คือดิฉันคิดว่าปฏิรูปแล้วจะได้อะไรขึ้น คือท่านให้รายละเอียดในการปฏิรูปหมดไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องการปฏิบัติงานของสมาชิกรัฐสภา การปฏิบัติงานของหน่วยงานที่สังกัดรัฐสภา ข้อเสนอแนะสำหรับรัฐสภาใหม่ ในขณะเดียวกันก็อยากจะให้สรุปสักนิดหนึ่งว่าถ้าหากปฏิรูป การปฏิบัติงานทั้งหมดนี้รัฐสภาใหม่จากการปฏิรูปจะได้อะไรขึ้น สำหรับดิฉันคิดว่า อันนี้จำเป็นที่จะต้องปฏิรูป เพราะว่าเราจะต้องวิ่งให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป การแข่งขันระหว่างประเทศเป็นสิ่งที่สำคัญ และความเฉียบคมในการดำเนินโยบาย รวมทั้ง การบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับงานของรัฐสภา ซึ่งมีหน้าที่ที่สำคัญ ท่านคงทราบกันดีอยู่แล้วก็คือในเรื่องของการตรากฎหมาย แล้วก็ควบคุมการบริหาร ราชการแผ่นดิน ให้ความเห็นชอบในเรื่องที่สำคัญต่าง ๆ นอกไปจากงบประมาณ อาจจะเป็น สนธิสัญญาระหว่างประเทศ แล้วก็ให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลในองค์กรต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นบุคคลชั้นผู้นำในองค์กรเหล่านั้นทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นงานของรัฐสภา เป็นสิ่งที่จำเป็น แล้วก็ต้องการงานที่มีคุณภาพ ซึ่งจะประกอบกัน ๒ ส่วน ก็คือ สมาชิกรัฐสภา ซึ่งมีคุณภาพ และหน่วยงานในสังกัดที่จะช่วยสนับสนุนการทำงานของสมาชิกรัฐสภา ให้เป็นไปตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และนำพาประเทศสามารถที่จะแข่งขันได้ เพราะฉะนั้นงานของรัฐสภาไม่ใช่เฉพาะอยู่ในบริบทของประเทศไทยเท่านั้น หากจำเป็น ที่จะต้องเชื่อมโยงกับประเทศต่าง ๆ ทั้งในอาเซียน (ASEAN) ด้วยกันแล้วก็ประเทศอื่น ๆ ที่คิดว่ามีอิทธิพลต่อประเทศเราด้วย สิ่งที่ต้องการก็คือสมาชิกรัฐสภาซึ่งมีคุณภาพ มีความสามารถ ในการที่จะดำเนินงานเหล่านี้ อันนี้เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะได้คนที่มีความถนัดในทุกเรื่อง เพราะเป็นบุคคลที่ประชาชนเขาเลือกเข้ามา แต่เรื่องของการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เมื่อเข้ามาเป็นสมาชิกรัฐสภาแล้ว การที่จะพัฒนาทักษะให้เกิดขึ้นภายหลังเป็นสิ่งที่ รัฐสภาโดยหน่วยงานสนับสนุนสามารถที่จะทำให้เกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติ ของสมาชิกก็แล้วแต่ประชาชนจะเลือกมา แต่เมื่อเลือกเข้ามาแล้วรัฐสภามีหน้าที่ทำให้ สมาชิกนั้นสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณภาพในกรรมาธิการที่เขารับผิดชอบ อันนี้ก็เป็น หน้าที่ของรัฐสภา ดิฉันคิดว่าในเรื่องของจริยธรรม หน้าที่อันนั้นใช้มานานแล้วไม่เกิด ประโยชน์อะไรที่จะมาทำประมวลจริยธรรม ไม่เคยฟังก์ชัน (Function) ได้อย่างดี อยากให้ กำหนดไปเลยว่าอะไรคือข้อห้ามของสมาชิกรัฐสภา ใช้กับสมาชิกในทุกระดับตั้งแต่ประธาน รัฐสภา ประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎรลงมาเลยว่าคุณจะทำอะไรได้บ้าง ทำอะไรไม่ได้บ้าง ถ้าฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษอย่างไรบ้าง เช่นถ้าเป็นประธานก็ต้องทำหน้าที่ เป็นกลาง ไม่ใช่ประธานเข้าข้างพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แล้วก็พยายาม ที่จะทำทุกทางเพื่อให้ชนะในการเดินเกมของการเมืองในขณะที่ประชุมสภาอยู่ อันนี้ถ้าพิสูจน์ได้ ก็ต้องมีบทลงโทษ จริยธรรมเป็นสิ่งที่จะต้องอบรมมาตั้งแต่เล็ก ๆ ตั้งแต่ ๒ ขวบเป็นต้นไป ก็สามารถที่จะอบรมได้แล้ว จะมาพูดกันตอนเป็นสมาชิกรัฐสภาก็คงไม่สามารถจะกลับได้ แต่ว่ากรอบระเบียบ ข้อบังคับจะบังคับได้ นอกจากนั้นดิฉันเห็นด้วยว่าถ้าหากเราปฏิรูปแล้ว รัฐสภาที่ควรจะทันสมัยแล้วก็ช่วยเหลือสมาชิกได้อย่างดี ที่คิดอยู่อาจจะเป็นในลักษณะ ต่อไปนี้ น่าจะเป็นรัฐสภาที่เป็นเปเปอร์เลสออฟฟิศ (Paperless Office) ใช้เทคโนโลยี ทางด้านคอมพิวเตอร์ให้มากที่สุด อยากเห็นรัฐสภาที่มีห้องสมุดที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย อย่างในประเทศสหรัฐอเมริกา ไลบรารี ออฟ คองเกรส (Library of Congress) ของเขา เป็นแหล่งรวมข้อมูลทุกชนิดที่จะสืบค้นได้เลย ต้องการข้อมูลที่ไหนเราจะได้จาก ไลบรารี ออฟ คองเกรส (Library of Congress) ทั้งสิ้น ดิฉันก็หวังว่าห้องสมุดของพาร์เลียเมนต์ (Parliament) ของเราก็ควรจะมีคุณสมบัติเช่นนั้น นอกจากนั้นที่ท่านเสนอว่า จะต้องเป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลด้านนิติบัญญัติที่ทันสมัยก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง และควรจะเป็น แหล่งที่ประชาชนสามารถจะพึ่งพาได้ มีระเบียบ ข้อบังคับ ดิฉันเสนอว่าแทนที่จะมีประมวล จริยธรรม มีระเบียบ ข้อบังคับในการปฏิบัติตนที่เหมาะสมสำหรับในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ในการปฏิบัติตัว ในการปฏิบัติงานชัดเจนทุกระดับ พร้อมทั้งบทลงโทษถ้าฝ่าฝืน ข้อสำคัญมี ซัปพอร์ตทิฟยูนิต (Supportive Unit) หรือว่าหน่วยสนับสนุนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย ประกอบการตัดสินใจของสมาชิกรัฐสภาในทุก ๆ เรื่อง ช่วยเหลือประชาชนในกรณีที่ ประชาชนต้องการความช่วยเหลือ ต้องการการร้องเรียนทำนองนี้ เพราะฉะนั้น สำนักวิเคราะห์งบประมาณเป็นสิ่งที่จำเป็นควรจะจัดให้มีขึ้น รวมทั้งศูนย์ประชาคมอาเซียน ก็เห็นด้วยในการที่จะมี และควรจะเป็นการรวบรวมนโยบายต่างประเทศที่สำคัญของ แต่ละประเทศที่มีอิทธิพล มีผลต่อประเทศไทยด้วย อันนี้เป็นซัปพอร์ตทิฟยูนิต (Supportive Unit) ที่สำคัญ นอกจากนั้นอยากจะเห็นว่าเมื่อปฏิรูปแล้วรัฐสภาหรือสภาแห่งใหม่ที่จะเสร็จนี้จะเป็น สถานที่สำคัญของประเทศ เพราะดูจากแปลนแล้วก็สวยงาม เป็นศักดิ์ศรีหน้าตาควรจะมี การบริหารจัดการพื้นที่ต่าง ๆ ให้สมเกียรติที่จะเป็นสถานที่ที่เป็นศูนย์กลางทางด้านนิติบัญญัติ ของประเทศ ดิฉันมองในข้อเสนอแนะที่เสนอมาเกี่ยวกับเรื่องของรัฐสภาใหม่ ไม่เห็น สิ่งที่อยากจะได้ ดิฉันขอฝากเอาไว้ด้วย ดิฉันหวังว่ารัฐสภาใหม่จะกว้างขวางพอที่ท่าน จะบริหารจัดการไม่ให้กลายสภาพเป็นฟู้ดคอร์ต (Food Court) อย่างในสมัยนี้ อันนี้ก็คงเป็น ความจำเป็นท่านเคยไปดูงานทั่วโลกของรัฐสภาเกือบจะทุกประเทศ อันนี้คือประโยชน์ของ การดูงานต่างประเทศค่ะท่านคำนูณ ท่านจะไม่เคยเห็นรัฐสภาที่ไหนเลยที่มีหม้อก๋วยเตี๋ยว อยู่ข้างห้องรับรองแขกของรัฐสภา แล้วก็เป็นอยู่ทุกสมัย ดิฉันอยู่สภานี้มาเกือบ ๑๐ ปี ก็ได้เคยร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลาว่าไม่สมศักดิ์ศรีของสถานที่เลยที่มีการจัดอาหาร รู้สึกมันเหมือนกับครัว ยกครัวไปตั้งตามที่ต่าง ๆ หน้าห้องทุกห้อง แล้วก็รับประทาน บางทีก็มีกลิ่นการอบอาหาร อบขนมอะไรทำนองนี้ ขอให้รัฐสภาใหม่ท่านจัดทุกอย่าง มีการประหยัดไฟฟ้า ระบบความปลอดภัย มีห้องทำงานของสมาชิกทั้งหลาย กรุณา มีห้องอาหารที่จัดเป็นสัดส่วน อย่ามารับประทานกันตามทางเดินอีกเลย เพราะว่าทุกวันนี้ ก็ไม่ถูกทั้งสุขภาพอนามัย และไม่ถูกทั้งความสวยงาม เรียบร้อย และศักดิ์ศรีของการเป็น สถานที่ที่สำคัญของประเทศด้วย ขอบพระคุณค่ะ