จุมพล สนับสนุนปฏิรูปรัฐสภา แต่ห่วงทบทวนงบดูงานต่างประเทศ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๐

จุมพล สุขมั่น แสดงความเห็นต่อรายงานปฏิรูปรัฐสภา โดยเห็นด้วยในหลักการ แต่เสนอให้ทบทวนการยกเลิกงบประมาณศึกษาดูงานต่างประเทศ เนื่องจากมีประโยชน์ต่อการเรียนรู้และพัฒนาประเทศ หากดำเนินการอย่างมีเป้าหมายและจำเป็น พร้อมหารือการสนับสนุนการทำงานของสมาชิกรัฐสภา ทั้งการใช้แท็บเลตโดยเสนอแนวทางการเช่าอุปกรณ์แทนการซื้อเพื่อลดค่าใช้จ่าย การส่งเสริมการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่รัฐสภา โดยเน้นการพัฒนามาตรฐานการทำงาน ลดการแทรกแซงทางการเมือง และสร้างแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่ รวมถึงให้ความสำคัญกับการปฏิรูปสถาบันพระปกเกล้า โดยย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาความเป็นอิสระและบทบาทในการส่งเสริมความรู้ด้านการเมืองการปกครองอย่างรอบด้าน ไม่ควรถูกจำกัดบทบาทเพียงการสนับสนุนรัฐสภาหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง

นายจุมพล สุขมั่น

ขอบคุณครับท่านประธาน ผมจุมพล สุขมั่น สมาชิก หมายเลข ๐๒๙ ก่อนอื่นผมขออนุญาตท่านประธานและฝากถึงท่านกรรมาธิการทุกท่านว่า จริง ๆ แล้วรายงานฉบับนี้ความมุ่งหมายในการปฏิรูประบบการทำงานในรัฐสภาเป็นเรื่องที่ดี มีหลายส่วนที่เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เลย แต่มีบางส่วนที่ผมอาจจะต้องขอกล่าวไว้เพื่อที่จะ พิจารณาทบทวน

เรื่องแรก ในเรื่องของการยกเลิกการจัดสรรงบประมาณไปศึกษาดูงาน ต่างประเทศ ผมกราบเรียนว่าผมเห็นว่าถ้าเพียงแค่เราได้รับรู้ รับทราบ รับฟัง เพียงแค่ ประการเดียวน่าจะไม่เพียงพอ การไปศึกษาดูงานต่างประเทศทำให้โลกทัศน์เปิดกว้าง ทำให้เห็นสภาพที่แท้จริง ทำให้เห็นภูมิประเทศ ภูมิทัศน์ของต่างประเทศที่เขากำลังดำเนินอยู่ ในโลกปัจจุบันนี้และนำกลับมาพัฒนาประเทศได้ เพียงแต่ว่าการศึกษาดูงานคงจะต้อง พิจารณาโดยจำเป็นและเคร่งครัดว่าเป็นการเกี่ยวเนื่อง เกี่ยวข้องกับภารกิจของกรรมาธิการ ของสภาหรือไม่ โดยดูที่วัตถุประสงค์ของการดูงานเป็นประการสำคัญ และที่ผ่านมา สมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ซ้ำ ๆ กันอยู่อย่างนี้ที่จะไปศึกษาดูงาน ผมกราบเรียนว่าถ้าอย่างนี้ ก็คงจะต้องไปดูที่สมาชิกด้วยว่าถ้าเป็นสมาชิกที่ซ้ำ ๆ กันอยู่อย่างนี้จะไปศึกษาดูงานอย่างนี้ จะพิจารณาตรงนี้อย่างละเอียดรอบคอบอย่างไร

ประการต่อมา เรื่องแท็บเลต (Tablet) ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับ สำหรับ กรณีเรื่องแท็บเลต (Tablet) มีช่องทาง มีเครื่องส่ง มีอะไรที่ดีก็แล้วแต่ แต่เครื่องรับนี่ละครับ ปัจจุบันนี้ถ้าหากบอกว่าดูที่สมาร์ตโฟน (Smartphone) ที่สมาชิกแต่ละท่านมี ผมเห็นบางท่าน ใส่แว่นตาก็ดูแล้วดูอีก แต่กรณีของแท็บเลต (Tablet) ก็จะเป็นการอำนวยความสะดวก และจะเป็นการสนับสนุนการทำงานของสมาชิกได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็จะมี เรื่องของความเร็ว เรื่องของการประมวลผล เรื่องของแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ และมีเรื่องของค่าใช้จ่ายด้วย กรณีนี้ยังเป็นเรื่องของการให้ยืมใช้อยู่ ถ้าผมขออนุญาต ยกตัวอย่าง ณ ปัจจุบันนี้ เรื่องรถยนต์ของส่วนราชการหลายส่วนเขาก็ใช้วิธีเช่า เมื่อมีปัญหา เมื่อมีข้อขัดข้องอะไรบริษัทที่ได้รับสัญญาเช่าไปก็จะเป็นผู้เอามาเปลี่ยน กรณีเช่นนี้จะเอามา ปรับใช้กับการใช้แท็บเลต (Tablet) สนับสนุนการทำงานของสมาชิกได้หรือไม่

ประการต่อมา เรื่องสนับสนุนการทำงานของสมาชิกในส่วนของผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ และผู้ช่วยดำเนินงาน ผมไม่แน่ใจในหน้า ๒๒ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๗ ว่าสมาชิก จะต้องรายงานผลการปฏิบัติงานต่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหรือว่าเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้จะรายงานอย่างไร ตัวสมาชิกก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่รายงานกับ เลขาธิการ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหรือเป็นหน่วยงานสนับสนุนการทำงาน ช่วยขยายความนิดหนึ่งว่าถ้าจะต้องรายงาน รายงานแบบไหน ในลักษณะไหน มันเป็นการย้อนลง เรื่องของการมาปฏิบัติงานจริง เรื่องการปฏิบัติเต็มเวลา ผมมีข้อสังเกตว่า ในส่วนของสมาชิกที่มีผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ สำหรับผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ หรือผู้ช่วยดำเนินงานของสมาชิกเองก็ตาม เขาคงไม่ได้มาปฏิบัติงานเต็มเวลาเช่นเดียวกับ เจ้าหน้าที่ของรัฐสภา แต่ถ้าหากเขียนไว้อย่างนี้ผมไม่แน่ใจว่าในความหมายจะต้องให้มา นั่งประจำอยู่ที่นี่หรืออย่างไร ในเรื่องของการปฏิบัติงานของหน่วยงานสังกัดรัฐสภา ในหน้า ๒๓ ผมไม่แน่ใจว่าการตั้งสถาบันส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย อันนี้จะเป็นในลักษณะของการสร้างองค์กรใหม่ด้วยหรือไม่ ซึ่งจะมีภาระเรื่องของบุคลกร เรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณตามมา แต่ผมมีข้อเสนอแนะอย่างนี้ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐสภา เป็นข้อเสนอแนะเพิ่มเติมก็คือการสร้างนักกฎหมายนิติบัญญัติผมเห็นดีเห็นชอบด้วย แต่ส่วนตรงนี้ก็จะมีคู่เทียบนิดหนึ่งซึ่งอาจจะมาใช้เป็นแนวทางได้ก็คือคณะกรรมการกฤษฎีกา เขาก็จะมีการอบรมนักกฎหมายภาครัฐ ซึ่งในการอบรมนักกฎหมายภาครัฐก็จะมีระดับต้น ระดับกลางและระดับสูง เมื่อได้ผ่านการอบรม ได้มีการทดสอบ ได้มีการสอบผ่านแล้วก็จะมี เงินประจำให้กับนักกฎหมายภาครัฐด้วย ซึ่งในส่วนตรงนี้ก็จะเป็นแรงจูงใจในการทำงานของ เจ้าหน้าที่รัฐสภาอยู่ด้วย ส่วนหนึ่งในการสร้างขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่รัฐสภา ผมเห็นว่าควรจะต้องมีการเพิ่มพูนมาตรฐานในการทำงานที่มีลักษณะที่ดีมากขึ้น แต่ผม ไม่ได้หมายความว่า ณ เวลานี้ ปัจจุบันนี้ไม่ได้ดีไม่ได้งามอะไร ก็ดีครับ เพียงแต่ว่าบางส่วน ก็น่าจะต้องมีการพัฒนาให้มีสมรรถภาพที่ดียิ่งขึ้นไปกว่าเดิม รวมถึงเรื่องของการลด การแทรกแซงทางการเมือง คงพอทราบกันอยู่นะครับ บางครั้งเจ้าหน้าที่รัฐสภาก็ทำงาน ลำบาก บางครั้งไปทำงานให้กับฝ่ายเสียงข้างมาก บางครั้งไปทำงานให้กับฝ่ายเสียงข้างน้อย แล้วก็มีประเด็นปัญหาที่ตกกับเจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแต่งตั้ง โยกย้ายอะไร ต่าง ๆ พวกนี้

ประการต่อมา เรื่องของสถาบันพระปกเกล้า ผมเองไม่แน่ใจว่ารายงาน ในหน้า ๓๙ หน้า ๔๐ หน้า ๔๑ ถ้าทำการปฏิรูปในลักษณะเช่นนี้แล้วสถาบันพระปกเกล้า จะเป็นเพียงแค่หน่วยงานหนึ่งในสังกัดรัฐสภาหรือไม่ ผมเรียนอย่างนี้ว่าที่มาที่ไปของ สถาบันพระปกเกล้ามีมาก่อนปี ๒๕๔๑ มีการไปศึกษาดูงานก่อนที่จะมาตั้งสถาบันนี้ ที่ประเทศเยอรมนีแล้วก็เอามาเป็นแนวทางในการจัดตั้ง เจตนารมณ์ถ้าท่านไปดูตาม พ.ร.บ. สถาบันพระปกเกล้า พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นการสนับสนุนงานทางวิชาการในกำกับของรัฐสภา โดยท่านประธานรัฐสภาเป็นผู้กำกับ ตรงนี้ก็จะเป็นเรื่องของความเป็นอิสระ ความเป็นกลาง ในผลงานและงานวิจัยที่เป็นงานทางวิชาการ เจตนารมณ์ที่สำคัญคือเผยแพร่ความรู้ ด้านการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยไปสู่ประชาชนด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้ ถ้าหากท่านวางกรอบไว้เพียงแค่ว่าเป็นหน่วยงานในการสนับสนุนการทำงานของรัฐสภาเท่านี้ เป็นหน่วยงานในการสนับสนุนการทำงานของสมาชิกหรือของพรรคการเมืองเท่านี้จะทำให้ แคบลงหรือไม่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากว่าเป็นหน่วยหนึ่งเท่านั้นก็จะทำให้เราย้อนกลับ ไปอยู่ที่จุดตั้งต้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่ง ณ เวลานี้สถาบันพระปกเกล้าเขาก็มีหลากหลายหลักสูตร เรื่องของความเหลื่อมล้ำเมื่อสักครู่ที่ท่านพูดกันมาอย่างนี้ ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าหลักสูตร ของสถาบันพระปกเกล้ามีตั้งแต่ระดับสูง ระดับกลางแล้วก็ระดับต้น ความหลากหลาย ของหลักสูตรก็จะทำให้เป็นตัวกำหนดผู้ที่เข้ามารับการอบรมในแต่ละหลักสูตร แต่ผู้ที่เข้ามารับ การอบรมในแต่ละหลักสูตร ในเมื่อมันหลากหลายก็จะกระจายตัวในเรื่องของ การพัฒนาทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข คงไม่ได้มีเพียงแค่นักการเมือง หรือพรรคการเมือง หรือรัฐสภา เราคงจะต้อง เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจกับสเต๊กโฮลเดอร์ (Stakeholder) หรือว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เกี่ยวเนื่องทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นประชาชน พ่อค้าอะไรต่าง ๆ พวกนี้ ในส่วนของสถาบันพระปกเกล้าเองก่อนที่จะรับ นักศึกษาเข้าทำการศึกษาเขาก็จะมีคณะกรรมการสภาเป็นผู้พิจารณากลั่นกรองอยู่แล้ว ผมกราบเรียนว่าถ้าหากเป็นอย่างนี้ผมเห็นว่าถ้าเราจะปฏิรูปสถาบันพระปกเกล้าควรจะต้อง เปิดกว้างและควรจะต้องมองในเรื่องของความเป็นจริงด้วย ณ เวลานี้จะเป็นอย่างไร ถ้าหากว่าท่านต้องการให้มาสนับสนุน ซึ่งในวัตถุประสงค์มีเรื่องการส่งเสริมการทำงาน ของรัฐสภาอยู่แล้ว แต่ถ้าหากว่าท่านจะสนับสนุนการทำงานของรัฐสภาอีกอย่าง ก็ไปเพิ่มเติมในวัตถุประสงค์หรือไปเพิ่มเติมในภารกิจก็ได้ แต่คงไม่ได้ไปตัดเรื่องของประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องออกไป ทำเพียงแค่หลักสูตรสำหรับ พรรคการเมือง นักการเมือง หรืออะไรต่าง ๆ เช่นนี้ ผมเรียนนิดหนึ่งว่าในการสนับสนุน การทำงานที่ผ่านมาเท่าที่ผมเห็นเท่าที่ผมทราบตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ สถาบันพระปกเกล้าได้สนับสนุนการทำงานทั้งของ สปช. สปท. และ สนช. อยู่ด้วย ซึ่ง สนช. เองเป็นส่วนเกี่ยวข้องที่จะต้องมีการพิจารณาและออกกฎหมายเป็นส่วนหนึ่งอยู่ ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าภารกิจเพิ่มเติมของสถาบันถ้าหากจะบอกว่าไม่ได้ช่วยงานรัฐสภาอย่างนี้ ผมเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในชุดของท่านอาจารย์บวรศักดิ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ในการรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับนั้นจนถึงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ส่วนสำคัญ ในการผลักดันเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นก็คือสถาบันพระปกเกล้า และผมเป็นส่วนหนึ่ง ในการไปรับฟังความคิดเห็น ผมทราบดีว่าที่ส่งงานไปให้สถาบันพระปกเกล้ามีระยะเวลา แค่นิดเดียวแต่เขาก็ทำได้ งบประมาณในการรับฟังความคิดเห็นส่วนหนึ่งก็เอามาจาก สถาบันพระปกเกล้าด้วย เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ จนถึงปัจจุบันนี้ สถาบันพระปกเกล้าเอง ก็ร่วมในการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นรวมทั้งหมด ๔๕ ครั้ง เช่นนี้แล้วผมก็เห็นว่ายังเป็น การทำงานให้กับรัฐสภาอยู่ ผมกราบเรียนว่ากรณีของสถาบันพระปกเกล้าถ้าจะทำให้แคบ ถ้าจะทำให้เล็กเช่นนี้แล้วจะเป็นการพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อย่างทั่วถึงหรือไม่ ขออนุญาตทบทวนด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ