วินัย แจงแนวทางปฏิรูปอุดมศึกษา เสนอทางเลือกแยกออกจากศธ.

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๐

วินัย ดะห์ลัน ชี้แจงแนวทางการปฏิรูปอุดมศึกษา พร้อมเสนอทางเลือกในการจัดตั้งกระทรวงใหม่หรือรวมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ โดยเน้นการสร้างโครงสร้างการบริหารที่เหมาะสมและสนับสนุนสถาบันราชภัฏและราชมงคลภายใต้บริบทที่เปลี่ยนไป

นายวินัย ดะห์ลัน กรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ทางสมาชิกที่ให้ความเห็น คิดว่าในทุกเรื่องที่ได้รับฟังจากทางสมาชิกทั้ง ๑๕ ท่านนั้น หลายเรื่องเราได้พูดคุยกันมาโดยตลอด ผมอยากจะเรียนบรรยากาศของการทํางานในเรื่องนี้ ให้ทางท่านสมาชิกได้รับทราบบางส่วน จริง ๆ ในการทําเรื่องของการปฏิรูปอุดมศึกษาเราได้ ทํากันมาอยู่ระยะหนึ่ง โดยที่มีทาง สนช. ได้เข้ามาร่วม เพราะฉะนั้นความคิดเห็นได้มี ความหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราได้ทํางานใกล้ชิดกับทางกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็น ธรรมชาติของทางกรรมาธิการที่ทํางานร่วมกับทางกระทรวงศึกษาธิการมาโดยตลอด มีประเด็นที่ทางท่านประธานกรรมาธิการขอให้ผมช่วยตอบก็คือเรื่องของการแยกหรือไม่แยก อุดมศึกษาออกจากกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องนี้เราได้พูดคุยกันค่อนข้างมาก จนกระทั่งถึง ตอนที่มีการตั้งคณะกรรมการอิสระศึกษาในเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ตามมาตรา ๒๖๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ นั่นหมายความว่าขณะนี้คนที่จะมา รับไม้ต่อจากเรานั้นเขาได้เริ่มงานของเขาแล้ว ซึ่งก็โชคดีว่ามีกรรมาธิการของเรา ๒ ท่าน ได้เข้าไปเป็นคณะทํางานอยู่ด้วย เรื่องนี้ก็ทําให้เราได้คุยกันว่าตกลงเรื่องของอุดมศึกษา เราจะทําต่อหรือว่าจะให้ทางคณะทํางานอิสระได้ดําเนินการต่อไป เห็นว่าในที่สุดแล้ว เราควรจะดําเนินการต่อ อย่างน้อยที่สุดไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ หรือทาง คณะกรรมการอิสระ หรือแม้กระทั่งทาง สนช. ซึ่งเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีประเด็นในเรื่อง ของการที่จะดําเนินการเกี่ยวข้องกับเรื่องของอุดมศึกษากันไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสมาชิก บางท่านก็ได้พูดกัน แต่ในที่สุดเราเห็นว่าควรจะมีบทบาทเกี่ยวข้องอย่างน้อยที่สุดในเรื่องของ การนําเสนอออปชัน (Option) ต่าง ๆ ในเรื่องของทางเลือกให้กับทางคณะกรรมการอิสระ ได้พิจารณา หรือแม้กระทั่งทาง สนช. หรือแม้กระทั่งทางรัฐบาลได้พิจารณา ครั้งแรกนั้น เราได้เสนอในเรื่องของการดําเนินการในการแยก ซึ่งเป็นไปตามที่หลายฝ่ายได้พูดคุยกัน แต่อย่างไรก็ตามถ้าสมมุติว่าเราศึกษาในเรื่องประวัติศาสตร์ซึ่งหลายท่านได้พูดถึง การตั้ง ทบวงมหาวิทยาลัยในปี ๒๕๑๕ การยุบทบวงมหาวิทยาลัยในปี ๒๕๔๕ คําถามมีอยู่ว่าขณะนี้ ทบวงมหาวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นมา ๓๐ ปี ยุบไปแล้ว ๑๕ ปี แล้วมีความคิดในการที่จะนํากลับ เข้ามา ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร ผมก็อยากจะเรียนว่าสิ่งที่เราได้พูดคุยกันนะครับ ทบวงมหาวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นมากับสิ่งที่กําลังจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น มีธรรมชาติที่แตกต่างกัน การยุบทบวงมหาวิทยาลัยในปี ๒๕๔๕ การทํางานของกระทรวงศึกษาธิการขณะนั้นยังมี เรื่องของวิทยาลัยครูอยู่ มีเรื่องของสถาบันราชภัฏอยู่ เพราะฉะนั้นในช่วงของการยุบ ทบวงมหาวิทยาลัย กระทรวงศึกษาธิการมีเรื่องของการตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏ การตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เพราะฉะนั้นแนวคิด กรอบคิด เรื่องของสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนไปหมดแล้วครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะมีการแยกกระทรวงอุดมศึกษาออกมากับเรื่องของ ทบวงมหาวิทยาลัยที่เกิดขึ้นก่อนปี ๒๕๔๕ นั้นมีสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทําให้ทางคณะกรรมาธิการเราได้พูดคุยกันมากว่าถ้าสิ่งที่เราจะทํา ก็คือการแยกกระทรวงอุดมศึกษาออกมานั้นจะทําให้กระทรวงศึกษาธิการอ่อนแอลงหรือไม่ อันนี้เป็นคําถามที่เราได้ตั้งกันขึ้นมา ในเมื่อสถาบันราชภัฏ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลนั้น เคยทําหน้าที่ในเรื่องของการสนับสนุนการดําเนินงานของกรมสามัญศึกษาและกรมอาชีวศึกษา ตรงนี้เรากําลังจะทําให้กระทรวงใหม่ที่เกิดขึ้นนั้นอ่อนแอแล้วก็ทําให้กระทรวงเก่าที่เราแยก ออกมานั้นอ่อนแอไปพร้อม ๆ กันหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราพยายามจะทําก็คือ เรื่องของการสร้างออปชัน (Option) หรือทางเลือกให้กับทางคณะทํางานซึ่งอยู่ใน คณะกรรมการอิสระ ดังนั้นเราเลยมีเรื่องของทางเลือกออกมา ๒-๓ อย่าง อย่างที่ได้เสนอ ไปแล้วตั้งแต่เรื่องของการไม่ตั้งกระทรวงใหม่ แต่ดึงเอาการอุดมศึกษาออกมา เนื่องจากว่า กระทรวงศึกษาธิการนั้นมีขนาดที่ใหญ่โตแล้วก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ ขณะที่อุดมศึกษา เราก็ไม่ได้แยกว่าเรื่องของราชภัฏ ราชมงคลนั้นจะมีลักษณะที่หลายท่านมองว่าเขามี ความน้อยเนื้อต่ําใจ จริง ๆ เรามองว่าทั้งราชภัฏ ทั้งราชมงคลมีจุดเด่นหลายอย่างที่เราเรียก กันว่ามหาวิทยาลัยวิจัยอาจจะสู้ไม่ได้ด้วยซ้ํา เพียงแต่ว่าเราจําเป็นที่จะต้องจัดโครงสร้างของ การบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยทั้ง ๒ กลุ่มนั้นใหม่ ก็คือเรื่องของการทําให้กลายเป็น มหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาประเทศ อันนั้นก็เป็นสิ่งที่เราได้ดําเนินการแล้วก็ได้นําเสนอ เรื่องของ การนําไปรวมกับทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้นเนื่องจากว่ามีหลายประเทศ ได้ดําเนินการในแนวทางนั้น ก็คิดว่าทางคณะกรรมการอิสระซึ่งจัดตั้งขึ้นมาก็คงนําเอา เรื่องของจุดแข็ง จุดอ่อนไปพิจารณากัน อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการให้อุดมศึกษานั้นยังอยู่ ในที่เดิม ในออปชัน (Option) ที่ ๔ นั่นก็คือว่าการปรับโครงสร้างของอุดมศึกษาให้มี ความโดดเด่นชัดเจนมากขึ้น ให้ทําเรื่องของวิจัย และในวิจัยนั้นไม่ใช่เฉพาะวิจัยวิทยาศาสตร์ แต่วิจัยในทุกสาขาเพื่อที่จะสร้างความโดดเด่นแต่ว่าให้อยู่ในที่เดิม จัดโครงสร้างใหม่ ซึ่งเรื่องนี้เราก็ส่งให้กับทางคณะกรรมการอิสระได้พิจารณา และเรื่องของการอาจจะนําไป รวมกับกระทรวงอื่นเพื่อว่าจะทําให้เรื่องของการจัดโครงสร้างต่าง ๆ ไม่ได้หมายความว่า เราจะตั้งกระทรวงแล้วมีรัฐมนตรี เรื่องของการตั้งกระทรวงใหม่ขึ้นมาเป็นกระทรวงอุดมศึกษา โดยตรงจะเห็นได้ว่าเราอยู่ในออปชัน (Option) ที่ ๓ ซึ่งเราพูดเรื่องนี้ค่อนข้างน้อย เพราะในคณะกรรมการของเราเองก็ยังมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันว่าเราเองนั้นจะสร้าง องค์กรใหม่หรืออย่างไร แต่อย่างไรก็ตามในทั้งหมดนี้สิ่งหนึ่งที่เราจําเป็นจะต้องรับผิดชอบ ร่วมกัน เรื่องของการปฏิรูปอุดมศึกษา หรือแม้กระทั่งเรื่องของการปฏิรูปในภาพรวมนั้น คณะกรรมการเห็นว่าเราจําเป็นต้องกล้าในการที่จะดําเนินการ หัวใจหลักบางทีไม่ได้อยู่ตรง ที่ว่าดีกว่าหรือไม่ดีกว่า แต่หัวใจหลักคือเราต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นในเรื่องที่ เราจะต้องเปลี่ยนแปลงจะดีหรือไม่ดีก็แล้วแต่ ในที่สุดแล้วสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปนั้น จะทําให้ทุกองคาพยพปรับตัวในการที่จะดําเนินการเพื่อที่จะทําให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้น ในออปชัน (Option) ทั้ง ๔ ออปชัน (Option) นั้นเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด อย่างน้อยที่สุด เราต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่าจะอยู่ในรูปแบบเดิมไม่ได้ เราต้องเปลี่ยน แต่ว่าจะเปลี่ยนไป ในส่วนที่เป็นทางเลือกในกลุ่มไหนใน ๑-๔ นั้นจะเป็นอย่างไร อยากจะขอให้พวกเราช่วยกันพิจารณาเพื่อที่จะฝากให้คณะกรรมการอิสระหรือแม้กระทั่ง รัฐบาลได้ร่วมกันพิจารณา แต่อย่างน้อยเราได้นําเสนอว่าเราจําเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยน ในเมื่อสิ่งที่เป็นอยู่ขณะนี้เรายอมรับว่าเป็นปัญหา ก็อยากจะเสนอเท่านี้ ขอบพระคุณครับ