ชูชัย เสนอเน้นบทบาทอาสาสมัครขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๐

ชูชัย ศุภวงศ์ หารือเกี่ยวกับการส่งเสริมบทบาทอาสาสมัครในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ โดยเสนอให้สังเคราะห์ศาสตร์พระราชาและยกระดับระบบอาสาสมัครให้มีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการพัฒนาฐานข้อมูล สวัสดิการ และระบบสื่อสารที่ทันสมัย โดยอ้างอิงความสำเร็จของ อสม. ทั้งในด้านสุขภาพและการเชื่อมโยงชุมชนผ่านเทคโนโลยี เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการรับใช้แผ่นดินอย่างยั่งยืน

นายชูชัย ศุภวงศ์

กราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิก ที่เคารพทุกท่านครับ เกือบไม่ได้มีโอกาสมาอภิปรายเพราะว่าติดประชุมกรรมาธิการอยู่ เมื่อครั้งที่นำเสนอศาสตร์พระราชาก็เช่นกัน ในวันนั้นมีการประชุม ๒ คณะ ท่านอดีต รองนายกรัฐมนตรีชิดชัยซึ่งนั่งติดกับผมก็ตั้งใจจะอภิปราย แต่ว่าก็ติดการประชุม ๒ คณะด้วยกัน วันนั้นต้องการเสนอว่าการรวบรวมศาสตร์พระราชาไว้อาจจะไม่พอจะต้องสังเคราะห์ ให้ศาสตร์พระราชานำไปสู่การปฏิรูปประเทศ และนำไปสู่การกำหนดทิศทาง แนวทาง ยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างไร ต้องขอบคุณท่านรองประธานอลงกรณ์นะครับ ในวันนั้นได้อนุญาตให้ผมได้พูดตอนท้ายนิดหนึ่ง ทำให้ฝ่ายเลขานุการชุดนี้มาติดต่อกับทั้งผม และทั้งท่านอดีตรองนายกรัฐมนตรีชิดชัย ได้ทำข้อเสนอตรงนี้ไปต้องขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่ง วันนี้เช่นกันครับ ผมคิดว่าโจทย์ น่าจะอยู่ที่ไม่เพียงปฏิรูประบบอาสาสมัคร แต่ว่าน่าจะไปให้ถึงอาสาสมัครมีส่วนร่วม ในการกำหนดทิศทางการปฏิรูปประเทศ และมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศในปัจจุบัน และอนาคตได้อย่างไร รวมทั้งกำหนดทิศทาง เป้าหมาย ยุทธศาสตร์ชาติ และร่วมดำเนินการ ให้ถึงยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างไร ในวันนั้นอยากอภิปรายว่าถ้าเราเดินตามแนวทางรอยพระบาท ผมใช้คำว่า ยุทธศาสตร์พ่อหลวง เราจะเห็นประเทศไทยใน ๒๐ ปีข้างหน้าปรากฏชัดขึ้น ที่บอกว่ามั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนนั้น ยั่งยืนอย่างไร วันนี้ที่เสนอเรื่องอาสาสมัครไม่มีความ ข้อใดเลยที่ผมไม่เห็นด้วย เพียงอยากเสนอเพิ่มเติมในประเด็นเรื่องบทบาทของอาสาสมัคร ในการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ ผมคิดว่าความข้อนี้ท่านประธานดอกเตอร์ยงยุทธ และท่าน สปท. เบญจวรรณ สร่างนิทร คงจะมีความยินดี เพราะว่าตั้งแต่ชั้น สปช. มาแล้ว ก็ได้มีการผลักดันยุทธศาสตร์ชาติ โดยเฉพาะท่านประธานยงยุทธ และเรื่อยมาไปนำเสนอ ในกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผมก็เห็นความตั้งใจและมุ่งมั่นของท่านอย่างมาก เพราะฉะนั้นอยากขอความกรุณาให้พิจารณาในประเด็นที่เราจะต้องขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศต่อไปในอนาคต เพราะพลังของอาสาสมัครนั้นผมคิดว่ามีความสำคัญสูงมาก ผมอาจจะพูดเกินไปหรือไม่ว่าจะทำให้การปฏิรูปประเทศประสบความสำเร็จก็เพราะจิตอาสา และจิตสำนึกสาธารณะ ผมอยากจะยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมว่าอาสาสมัครที่ทำให้เกิดผล มาแล้วในการปฏิรูประบบสุขภาพในบ้านเมืองนี้ ในช่วงไม่น้อยกว่า ๓ ทศวรรษที่ผ่านมาคือ อาสาสมัครสาธารณสุขและผู้สื่อข่าวสารสาธารณสุขที่เราเรียกว่า ผสส. ตอนหลังได้ยกระดับขึ้น มาเป็น อสม. คืออาสาสมัครสาธารณสุขทั้งหมด ท่านประธานและท่านประธานกรรมาธิการ คงทราบดีว่าในยุคสมัยหนึ่งที่ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ศาสตราจารย์มาห์เลอร์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งได้มาพบกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขในครั้งนั้น คือ ศาสตราจารย์นายแพทย์เสม พริ้งพวงแก้ว ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่นำการปฏิรูประบบสุขภาพ ศาสตราจารย์มาห์เลอร์ ได้สนทนากับท่านศาสตราจารย์นายแพทย์เสม อยู่นานพอสมควรครับ ด้วยความถูกอัธยาศัย ในที่สุดได้ข้อสรุปตอนท้ายว่างบประมาณขององค์การอนามัยโลกทั้งหมดให้เป็นไปตามแผนที่ กระทรวงสาธารณสุขเสนอทุกประการ เป็นการมอบอำนาจและความไว้วางใจครั้งสำคัญ ให้กับกระทรวงสาธารณสุขประเทศไทย ประเทศอื่นไม่ได้ทำอย่างนี้ครับท่านประธาน จะมีกลไกมีอะไรต่าง ๆ ที่ผมพูดเช่นนี้ผมบอกว่าอันนี้เป็นผลงานของอาสาสมัครสาธารณสุข เราได้ทำเรื่องนี้ก่อนที่จะมีคำว่า สาธารณสุขมูลฐาน ก่อนที่องค์การอนามัยโลกจะบัญญัติคำว่า ไพรมารี เฮลท์ แคร์ (Primary Health Care) คำว่า ไพรมารี เฮลท์ แคร์ (Primary Health Care) หรือสาธารณสุขมูลฐาน มานิยามและเอารูปธรรมของประเทศไทยที่เราดำเนินการมา เรียกว่าสาธารณสุขมูลฐาน และนั่นผมคิดว่าเป็นจุดตั้งต้นของการปฏิรูประบบสุขภาพ ในบ้านเมืองนี้ เป็นการทำให้ระบบสุขภาพของชุมชนเห็นภาพชัดขึ้น ท่านประธานครับ ถ้าไม่มีระบบอาสาสมัครในช่วง ๓๐-๔๐ ปีที่ผ่านมาเราไม่สามารถขจัดเรื่องปัญหาโภชนาการ เมื่อก่อนสมัยผมเป็นแพทย์ใหม่ ๆ ผมเห็นเด็กขาดสารอาหารสารพัดรูปแบบเลยในตำรา ที่บอกมา ตอนนี้หาไม่เจอเลยครับ แทบหาไม่เจอ ยกเว้นขาดสารอาหารบางอย่าง เรื่องของการให้วัคซีนภูมิคุ้มกันเราทำได้ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ บางอย่างก็ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ทำให้โรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โรคโปลิโอ อะไรต่าง ๆ หายไปจากแผ่นดินนี้ แทบไม่น่าเชื่อ น้อยประเทศที่ทำได้ แพทย์รุ่นใหม่ไม่รู้จักแล้ว เจาะคอไม่เป็นเพราะคอตีบหาไม่เจอ มีความพยายามในการวางแผนครอบครัวเราทำได้ประสบความสำเร็จ จนตอนนี้ต้องมา วางแผนกันใหม่ว่าผู้สูงอายุมาก แล้วคนเกิดน้อยทำอย่างไร รวมทั้งปัญหาเรื่องโรคเอดส์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ร้ายแรงมาก แต่ด้วยกระบวนการอาสาสมัครและด้วยความที่เปิดกว้าง ของระบบสุขภาพคนในวงการผู้หลักผู้ใหญ่ ทำให้เราทำได้สำเร็จระดับหนึ่งเป็นที่กล่าวอ้างถึง ของประชาคมโลก ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐกับอาสาสมัคร ผมคิดว่าอันนี้ เป็นรูปธรรม เป็นโมเดล (Model) ที่สำคัญที่อาสาสมัครชุดต่าง ๆ ที่ออกมาเยอะแยะเลย สามารถที่จะไปถอดบทเรียนดำเนินการได้ ประเด็นที่ผมอยากเสนอโดยกระชับสั้น ผมสรุปไว้ ๔-๕ ประเด็น เมื่อสักครู่นี้ระหว่างการประชุม ผมคิดว่ากระบวนการที่เสนอมานี้ เป็นกระบวนการทำงานในลักษณะที่เรียกว่ามีการสร้างเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตย ที่ท่าน สปท. กษิต ภิรมย์ ได้พยายามผลักดันเรื่องนี้รวมทั้งท่านประธานด้วย ผมคิดว่าเรื่องนี้ สำคัญมาก กระบวนการดำเนินการของอาสาสมัครเป็นการสร้างเสริมประชาธิปไตย การมีส่วนร่วม และเป็นประชาธิปไตยทางตรง เป็นกระบวนการที่สร้างประชาธิปไตยฐานราก หรือฐานล่าง ประชาธิปไตยจะมั่นคงไม่ได้เลยถ้าฐานรากไม่เข้มแข็ง กระบวนการเช่นนี้ ถ้าดำเนินการเรื่อยไปยังตัวอย่างที่ผมเห็นในแวดวงของสุขภาพ บ้านเมืองจะมีอนาคตไหมครับ ผมอยากจะสรุปที่ข้อเสนอจากท่าน สปท. เบญจวรรณ สร่างนิทร ไม่มีอะไรที่ผมไม่เห็นด้วย เพราะข้อเสนอทุกอย่างเป็นการเสนอจากการให้คุณค่าอาสาสมัคร คุณค่าจิตสำนึกสาธารณะ แต่อยากจะสรุป ๔-๕ ประเด็น ดังนี้

ประเด็นที่ ๑ งานอาสาสมัครเป็นการทำงานเพื่อบ้านเกิดเมืองนอน เป็นการทำงาน ให้แผ่นดินถิ่นเกิด ท่าน สปท. เบญจวรรณบอกว่าบางคนมีเสื้ออาสาสมัครตั้ง ๑๗ ตัว ผมคิดว่า อันนี้อาจจะทำให้มีความเข้าใจผิดว่าท่านสังกัดกรม กระทรวงต่าง ๆ ถึง ๑๗ แห่งด้วยกัน แต่แท้ที่จริงแล้วเสื้อที่เอามาทำงานเพื่อให้เห็นภาพขอบเขตงานในลักษณะที่ทำงานในช่วงเวลานั้น ๆ แต่ว่าเสื้อทั้งหมดนั้นควรจะต้องหลอมรวมเป็นตัวเดียวคือทำเพื่อแผ่นดินถิ่นเกิด และผมเชื่อว่า เขาทุกคนมีความรักแผ่นดินถิ่นเกิด แล้วเขายินดีที่จะทำตามทิศทางที่กำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญ ในคำปรารภ ความตอนหนึ่งมีว่า การดำเนินการเหล่านี้ให้ลุล่วงไปได้จำต้อง อาศัยความร่วมมือระหว่างประชาชนทุกภาคส่วนกับหน่วยงานทั้งหลายของรัฐตามแนวทาง ประชารัฐ ผมคิดว่าข้อเสนอนี้เป็นข้อเสนอที่เดินไปในทางทิศทางของคำปรารภในรัฐธรรมนูญ เพื่อนสมาชิกและเพื่อนคนไทยเวลาอ่านรัฐธรรมนูญ ขอประทานโทษนะครับ เราอาจจะตรง ไปที่มาตราต่าง ๆ ที่เราสนใจ แต่อยากให้ใช้เวลาสัก ๓-๕ นาทีอ่านคำปรารภ เราจะเห็นภาพ ทิศทาง การเดินของประเทศ

ประเด็นที่ ๒ เรื่องการปฏิรูปฐานข้อมูล ผมคิดว่าเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่เลย ไม่เพียงแต่เรื่องการซ้ำซ้อน แต่ว่าเป็นการที่เราพูดเรื่องราวของการปฏิรูปฐานข้อมูลเรื่องบิ๊กดาต้า (Big Data) เรื่องอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าต้องมองภาพตรงนี้เชื่อมโยงกันให้หมด

ประเด็นที่ ๓ เรื่องสวัสดิการของอาสาสมัคร ผมคิดว่าคงเป็นเบี้ยเลี้ยง เป็นสวัสดิการเพื่อการดำรงชีพที่มนุษย์ขั้นพื้นฐานของคนไทยควรจะได้รับ ส่วนค่าเบี้ยเลี้ยง ในการทำงานนั้นคงไม่ใช่ค่าตอบแทนนะครับ เพราะเขามีจิตสำนึกสาธารณะที่ทำเพื่อแผ่นดิน ถิ่นเกิดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าบอกว่าเป็นค่าตอบแทนหรือเงินเดือน ขอประทานโทษนะครับ ดังที่เราได้ทำนานมาแล้วก็คือทำกับผู้ใหญ่บ้าน กำนันอะไรต่าง ๆ อาจจะทำให้เข้าใจผิด ในภาพหรือแนวคิดของจิตสำนึกสาธารณะ

ประเด็นที่ ๔ ส่งเสริมระบบการสื่อสารของอาสาสมัคร ยกตัวอย่าง อสม. ออนไลน์ (Online) จนได้รางวัลเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมก็เพิ่งทราบว่า อสม. เขาก็ไปไกลตลอด เขาทำงานความสัมพันธ์เชิงแนวราบมากขึ้น มากกว่าที่รอสั่งการจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพราะว่าเขาเกิดในพื้นที่ปรึกษากันเอง ปัญหาสุขภาพในพื้นที่เป็นอย่างไร รวมทั้งคุณภาพชีวิต และนำไปสู่การวางแผนในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ การสื่อสารด้วยไวไฟ (Wifi) ได้ฟัง รัฐบาล รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องพูดว่าจะติดตั้งไวไฟ (Wifi) ในปีนี้ไม่น้อยกว่า ๒๕,๐๐๐ หมู่บ้าน อันนี้เป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ แล้วก็บอกว่าจะมีครบทุกหมู่บ้านภายในเวลาอันใกล้นี้แล้ว อันนี้ด้วยความชื่นชมจริง ๆ ครับ บทบาทอาสาสมัครเชื่อมโยงกับการสื่อสารเช่นนี้จะไปเร็วมาก และทำให้การปฏิรูปประเทศและการวางยุทธศาสตร์ชาติประสบความสำเร็จได้ ผมคิดว่าขณะนี้ทั่วโลก ผมขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านหนึ่งซึ่งมีบทบาทสำคัญในวงการสื่อ โซเชียลมีเดีย (Social Media) มาก คือมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ท่านเดินทางไปทั่วโลกแล้วใช้ เฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นเครื่องมือในการเชื่อมสังคมด้วยกัน ลองไปอ่านติดตามดูครับ ท่านประธาน จะเห็นคุณค่าของการคอนเนกต์ (Connect) การเชื่อมคนต่าง ๆ เข้ามาด้วยกัน อาสาสมัครตอนนี้เรามีเครื่องมือของการสื่อสารที่เรียกว่าโซเชียลมีเดีย (Social Media) มาแล้ว เพราะฉะนั้นงานตรงนี้จะก้าวไปอย่างรวดเร็ว

ประเด็นสุดท้าย บทบาทที่สำคัญอย่างที่ผมย้ำคือการร่วมมือกำหนด ทิศทางการปฏิรูปและวางยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งร่วมดำเนินการและการปฏิรูปประเทศ จะประสบความสำเร็จ ขอบคุณครับ