วันชัย สอนศิริ หารือเรื่องการพัฒนารูปแบบการดำเนินภารกิจภาครัฐและระบบงานอาสาสมัคร เพื่อให้เกิดผลที่ดี 3 ประการ และมองว่าอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและมีความรู้ความสามารถ ซึ่งควรได้รับการสนับสนุนและเกียรติจากภาครัฐ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สปท. วันชัย สอนศิริ ท่านประธานครับ ผมดูจากเรื่องการพัฒนารูปแบบการดำเนินภารกิจภาครัฐ การปฏิรูป ระบบงานอาสาสมัครในภาครัฐ หน้าท้าย ๆ ผลที่คาดว่าจะได้รับมี ๓ ประการด้วยกัน จากแผนการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ขออนุญาตเรียนดังนี้ คือ
๑. จะเป็นระบบ เป็นกลไกที่เข้มแข็งในระดับพื้นที่ แล้วก็มีรายละเอียดต่อไป แปลว่าเมื่อมีการปฏิรูปแล้วจะเป็นกลไกที่เข้มแข็งในระดับพื้นที่ช่วยสนับสนุนการปฏิบัติ ราชการ
๒. ลดงบประมาณภาครัฐที่ต้องใช้ในการปฏิบัติราชการในระดับพื้นที่
๓. อาสาสมัครจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสังคม นี่สิ่งที่ท่านจะปฏิรูปแล้วเกิดผลทั้ง ๓ ประการ
ท่านประธานครับ ผมอ่านดูทั้งหมดแล้วถือว่าเป็นแนวทางที่คิดแม้ในเรื่องเล็ก แต่เป็นความยิ่งใหญ่ของสังคม แต่ผลจะสัมฤทธิ์ได้มากน้อยแค่ไหน เพียงใดนั้นเป็นเรื่องต่อไป แต่ผมอยากจะมีข้อสังเกตและมีข้อเสนอจากสิ่งที่เห็นมา ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นวิทยากร ไปบรรยายให้กับอาสาสมัครในหลายหน่วยงาน และมีข้อสังเกตดังนี้ว่า ๑. คนที่เป็นอาสาสมัคร ทำไมส่วนใหญ่เป็นคนแก่ ๆ ท่านประธานลองสังเกตดูสิครับ แล้วผมไปบรรยายกี่ครั้งกี่หน ก็จะเจอคนแก่ ๆ ผู้สูงอายุ ถอนคำว่า แก่ ๆ ไป แล้วคนหนุ่มสาวน้อยมาก ผมว่าแต่ละคนที่มาเหมือนพวกมากลากกันไป แล้วเมื่อสักครู่นี้ท่านกรรมาธิการก็แถลง บางทีทำไมเราเจอเฉพาะคนคนนี้ ความจริงภารกิจนั้นไม่น่าจะเหมาะกับคนคนนี้ด้วย แต่จิตของอาสาสมัคร หรือบางคนมองอาสาสมัครคนนี้เป็นเรื่องขำ ๆ ไป ผมอยากปรับเปลี่ยน ให้มีความรู้สึกว่า ๑. ความรู้ น่าจะมีองค์กรมีหน่วยงานอะไรที่มีการพัฒนา ฝึกอบรมจริงจัง เหมือนปลัดอำเภอ เหมือนนายอำเภอ วิธีอะไร การปกครอง หรือมีหน่วยงานอะไรที่ทำ เพื่ออาสาสมัครอย่างแท้จริง ๒. การยกย่อง การให้เกียรติ แน่นอนเรื่องเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ จะ ๑,๐๐๐ บาท ๖๐๐ บาท ผมไม่ค่อยติดใจ อาจจะเป็นค่ารถ เป็นสินน้ำใจ ซึ่งผมเชื่อว่า อาสาสมัครเขาก็ไม่ติดใจอะไรเท่าไร แต่สิ่งที่ควรจะกระทำกันแบบยกย่องให้เกียรติกันจริงจัง ผมว่ายังปรากฏต่อสาธารณะน้อยมาก และควรจะประกาศหรือว่ากระทำการในลักษณะ เป็นรอบเป็นปีต่อสาธารณะให้ทุกคนมีความรู้สึก โดยพื้นฐานของมนุษย์ที่มีส่วนเหลือ เหลือเรื่องกำลังกาย เหลือเรื่องทรัพย์สิน ผมว่าเขาก็อยากจะให้ แต่สิ่งที่ควรจะต้องยกย่อง เชิดชู บูชากันแบบจริงจัง บ้านเราไป ๆ มา ๆ เดี๋ยวนี้ประกวดอะไรกันก็เป็นลักษณะวิ่งเต้น เส้นสายจนกลายเป็นรางวัลโหลกันไปหมด
ประการต่อมา การให้สิทธิพิเศษที่ท่านพูดถึง อาสาสมัครผมว่าน่าจะให้ สิทธิพิเศษตามที่ท่านบอกไว้ แต่น่าจะมีสิทธิที่คนมาเป็นแล้วมีการประเมินผลงานแล้วอย่างนี้ สิทธินอกเหนือจากที่ท่านจะให้เครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือค่าตอบแทนอย่างอื่นแล้ว สิทธิที่ควรจะได้อันเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลหรือการอื่นใด และคนเกษียณจะมีวิธีการใด คนเหล่านี้เป็นคนมีความรู้ความสามารถเยอะแยะ กระทรวงศึกษาธิการผมยังเสียดาย บุคลากรของครู ท่านประธานลองคิดดูสิว่าคนอายุ ๖๐ ปีต้น ๆ อย่างผม พอเกษียณแล้ว ก็กลายเป็นคนแก่คนหนึ่งอยู่ตามหมู่บ้าน ตำบล คนอย่างนี้เป็นคนมีคุณภาพ น่าจะมีองค์กร มีหน่วยงานใดไปประสาน ไปติดต่อ แน่นอนบุคลากรกว่าจะสร้างมา ๓๐ ปี ๔๐ ปี มีทั้งอาจจะมาเป็นผู้นำในเรื่องอาสาแล้วอาจจะมีค่าตอบแทนเล็กน้อย เกษียณแล้วยังมาเป็น ผู้นำหรือมาเป็นผู้อาสา ครูที่เกษียณแล้วอาสาน่าจะมี กระทรวงศึกษาธิการส่วนใหญ่เวลาใคร เกษียณแล้วก็ผลัก ๆ กันไป น่าเสียดายครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานนั้น มีรายละเอียดมากพอสมควรอันหนึ่ง ไป ๆ มา ๆ สิ่งที่ผมเห็นคนที่เป็นอาสาสมัครกลายเป็น ลูกน้องราชการ แล้วราชการเองก็ไปครอบเหมือนที่หลาย ๆ ท่านพูดว่าคนเหล่านี้คือ ลูกน้องเรา ซึ่งผมว่าวิธีคิดทั้งหมดในการปฏิรูปแล้วต้องปรับเปลี่ยนให้คนเหล่านี้ดูรู้สึกว่า เป็นคนมีเกียรติ เป็นคนมีความรู้ เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ทางการทำงาน ทางการอาสาสมัคร ได้รับเกียรติจากตัวเองและส่วนราชการสนับสนุนด้วย และราชการไม่ควรจะมองเขาว่า เป็นลูกน้องตำรวจ ไม่ควรจะว่าเป็นลูกน้องของนายอำเภอ เป็นลูกน้องของปลัดอำเภอ แต่ต้องคิดว่าเป็นคนคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนร่วมงานที่จะทำ เพื่อราชการ เพื่อประเทศชาติ และประชาชนร่วมกัน ตรงนี้ผมว่าคือการปฏิรูปที่ยิ่งใหญ่ จากส่วนราชการเพื่อมาประสานกับอาสาสมัครให้เขารู้สึกว่าร่วมด้วยช่วยกัน และเพื่อส่วนร่วม กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน