ธรรมศักดิ์ ชี้ปัญหาปฏิรูปประเทศ ชงทบทวนโครงสร้างองค์กรรัฐ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๐

ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ หารือการปฏิรูปการบริหารงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเสนอให้ยกระดับระบบวิจัยของประเทศ เน้นบทบาทของมหาวิทยาลัยและเรียกร้องให้จัดโครงสร้างกระทรวงวิทยาศาสตร์ให้สอดคล้องกับภารกิจแก้ปัญหาชาติอย่างมีประสิทธิภาพตามกรอบรัฐธรรมนูญ

ศาสตราจารย์ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเป็นอย่างสูง กระผม ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ กราบเรียนท่านประธานกรรมาธิการยงยุทธ สาระสมบัติ ท่านเบญจวรรณ สร่างนิทร ผมขออภัยที่จะต้องอภิปรายในหลายประเด็นด้วยกันและอาจจะต้องใช้เวลาเกินนิดหนึ่ง โดยภาพรวมผมเห็นด้วยกับการนำเสนอเรื่องนี้เป็นอย่างมาก มีหลายเหตุผลครับ ทำไมผมพูด อย่างนั้น ปัญหาของบ้านเมือง ณ ปัจจุบันเราปฏิรูปและเราต้องการปฏิวัติ เราปฏิวัติแล้ว มาปฏิรูป เราทำอย่างนี้เพราะว่าปัญหาของบ้านเมืองเกิดขึ้นมาเยอะแล้วทุกคนทำงาน เพื่อแผ่นดิน ทุกคนทำงานเพื่อตำแหน่งหน้าที่กันเอง แต่ทุกคนลืมนึกไปว่าใช้ภาษีอากร ของประชาชนทุกคนที่ผ่านมาตั้งแต่ท่าน จอมพล สฤษดิ์ ตั้ง วช. ขึ้นมาแล้ว เกิดหน่วยงานใหม่ ๆ ขึ้นมามากมายอ้างแต่ว่ามี พ.ร.บ. พ.ร.บ. และ พ.ร.บ. เป็นผลประโยชน์ ของนักการเมือง เป็นผลประโยชน์ของบุคคลและส่วนบุคคลอย่างเห็นได้ชัด มีความเจริญก้าวหน้า รองรับนโยบาย ๔.๐ ของรัฐบาลหรือไม่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตั้งขึ้นมา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตั้งขึ้นมา ผมถามเลยว่าภายในกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมีการวางระบบของวิทยาศาสตร์เป็นระบบอย่างที่นาซา (NASA) คิดไหม ทันสมัยไหม องค์กรที่ระดับต่ำ ๆ ระดับพาร์ทิเคิล (Particle) ระดับนิวเคลียร์มีถึง ๓ องค์กร อยู่ในนี้ แสงซินโครตรอน (Synchrotron) ก็อยู่นี่ นิวเคลียร์ก็อยู่นี่ สถาบันนิวเคลียร์ก็อยู่นี่ นี่ละครับความคิดมันไม่ได้คิดเพื่อส่วนรวม แต่คิดเพื่อพรรคพวก คิดเพื่อรองรับตำแหน่ง รัฐมนตรี ผมเองเห็นด้วยว่าข้อเสนอบางข้ออาจจะไม่เห็นด้วย แต่บางข้ออยากนำเสนอว่าเห็นด้วย ๑. ปัญหา ณ ปัจจุบันนี้ก็คือว่าอุดมศึกษาของไทยมีปัญหาครับ ๒๐๐ มหาวิทยาลัยมีปัญหา นายกรัฐมนตรีต้องการ ๔.๐ เข้าใจไหมครับ ปัญหาของประเทศซึ่งมีอยู่หลายกระทรวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม สารพัด กระทรวงเหล่านี้เป็นกระทรวงที่ต้องการพัฒนาประเทศ แต่เขามีปัญหา โพรเซส (Process) การแก้ปัญหาเหล่านี้อยู่ในกระบวนการคิดที่จะต้องทำให้เกิดองค์กรใหม่ซึ่งมีอีลิต (Elite) หรือมีคนเก่ง ท่านประธานครับ คนเก่งเหล่านี้อยู่ที่ไหนครับ ไม่ได้อยู่ในกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี แต่อยู่ในมหาวิทยาลัย เอาต์คัม (Outcome) ที่เกิดขึ้นเพื่อไปแก้ปัญหาของชาติ เรื่องน้ำ ดาราศาสตร์ เรื่องรถ เรื่องราง เรื่องยาเสพติด เรื่องสังคมทั้งหลายอยู่ในกระบวนการคิด ของนักปราชญ์ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยไม่ใช่จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านประธานครับ ผมต้องขออภัยที่ว่าเราจะปิดสภาอีกไม่กี่วันและผมมาพูด ผมพูด ด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าผมรักประเทศไทย ผมชื่นชมในคณะกรรมการที่ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา ทุกคนต้องไม่ลืมว่าสภาแห่งนี้เป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์ ของประเทศ ซึ่งท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไปแล้วว่า สวนช. เกิดขึ้นจากสภาแห่งนี้ คนที่ทำเรื่องนี้ ประธานก็คือผม ผลักดันให้ระบบวิจัยของชาติรวมศูนย์อยู่ที่ ท่านนายกรัฐมนตรีและมี ๗ ขั้นตอน แต่ผมเรียนถามที่ประชุมตรงนี้ผ่านทั้งประเทศเลยว่า มีใครเข้าใจและทำความเข้าใจเรื่องนี้บ้าง ๗ ขั้นตอนนั้นและเขาไปตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ผมเรียนโดยไม่อายเลยนะครับ ผมวิ่งเต้นที่จะเป็นกรรมการชุดนี้ด้วยแต่ชื่อผมหลุดไป ท่านประธานทินพันธุ์เป็นคนส่งชื่อไปครับ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ความคิดอย่างนี้มาจาก เรื่องที่ว่าเราต้องการทำเพื่อประโยชน์แผ่นดิน ประโยชน์ของชาติ ภาษีของชาติ ไม่ใช่ฉันมี พ.ร.บ. และฉันก็จะยึดไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่ครับ ผมยืนกรานว่าไม่ใช่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าท่านอ่านให้ดีนะครับ มาตรา ๖๙ เป็นเรื่องที่จะต้องพัฒนาวิทยาศาสตร์ทุกแขนงวิชา ไม่ว่าจะเป็นสังคมศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ เป็นส่วนที่จะต้องพัฒนาทั้งหมดเพื่อความเข้มแข็ง เพื่อการสร้างนวัตกรรม ของชาติ และของคนในชาติ ท่านทราบไหมว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังเขียนในบริบทของ มาตราต่าง ๆ มากมายเหลือเกิน รองรับวิทยาศาสตร์เพื่อไปแก้ปัญหากระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เพื่อไปแก้ปัญหาของกระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ท่านดูนะครับ อย่างเช่นเรื่องไบโอไดเวอร์ซิตี (Biodiversity) มีอยู่ ๕ มาตรา เรื่องน้ำมีอยู่ ๘ มาตรา เรื่องทรัพยากรธรรมชาติด้านอื่น ๆ มีอยู่ ๕ มาตรา ผมไม่อ่าน รายละเอียดนะครับ การเกษตรเพื่อแก้ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรทั้งระบบมีอยู่ ๓ มาตรา รวมทั้งเศรษฐกิจพอเพียง อันนี้เป็นเรื่องการวิจัยพัฒนาทั้งสิ้น ระบบวิจัย สวนช. ที่ผมตั้งออกไปได้ประสบความสำเร็จไปแล้วจากสภาแห่งนี้ ไม่มีใครสนใจมันเลยหรือครับ และวันนี้คณะกรรมาธิการชุดนี้ต้องการที่จะปรับ ยุบรวม หรืออะไร แต่ผมไม่ใช่ยุบรวม ผมต้องการจะบอกว่าทำกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ยิ่งใหญ่ ให้ใหญ่กว่าเดิม ให้มีบริบทที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ ทั้งสังคมแล้วก็วิทยาศาสตร์ทั่วไป ให้เป็นระบบ ให้เห็นต่างประเทศ แต่จะให้เป็นอย่างประเทศสหรัฐอเมริกาคงไม่ได้ หรือเป็นอย่าง ประเทศอังกฤษคงไม่ได้ เราก็ต้องดูบริบทสังคมเราเองแล้วก็สร้างขึ้นมาใหม่ อันนี้ผมจึงเห็นว่า การยกระดับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสียใหม่ โดยให้คนที่มานั่งบริหาร กระทรวงนี้ดูแลระบบการวิจัยของประเทศทั้งวิทยาศาสตร์ทุกด้านเลยเพื่อการแข่งขัน ตามมาตรา ๖๙ สำคัญหรือจำเป็นอย่างยิ่ง อย่างนี้ครับ ผมเกริ่นแต่แรกแล้วว่าเราได้ สวนช. มา เรามีมหาวิทยาลัยที่แบ่งประเภทต่าง ๆ เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รวมทั้งมหาวิทยาลัยที่อยู่ในกำกับ แล้วก็พัฒนา เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร พวกนี้เป็นมหาวิทยาลัยยิ่งใหญ่ มีบุคลากรเท่ากับปริญญาเอก ปริญญาโทเยอะมากเลย เขาเหล่านี้คือผู้ที่จะสร้างนวัตกรรมรองรับการพัฒนาประเทศ เด็กวันนี้เขามีปัญหาที่อยู่ กระทรวงศึกษาธิการ ผมอยู่ในบริบทนี้ ๔๐ ปี ผมทราบดีว่าใช้ไม่ได้ เพราะการบริหารจัดการ ที่ไม่มีคุณภาพของรัฐมนตรีบางท่าน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องมีการรวบเอา การศึกษาเข้าไปไว้ด้วยรวมทั้งดิจิทัล ผมเรียนอย่างนี้ เพราะผมมีความเชื่อมั่นว่าดิจิทัลนั้น ไม่ใช่อะไรเลย บางคนอาจบอกว่าเลข ๐ กับ ๑ ใช่ครับ แต่ความที่เทคโนโลยีมันวิ่งผ่านตัวเรา ตลอดเวลา ที่เรายืนอยู่นี่ข้อมูลข่าวสารมันผ่านตลอดเวลา เทคโนโลยีที่ไปจับมาเพื่อทำงาน เพื่อใช้งาน ดิจิทัลเกี่ยวอะไรครับ ดิจิทัลเหล่านี้มันอยู่ทุกเรื่องเลย อยู่ในทุกบริบท ไม่ว่าจะเป็นพืช เป็นสัตว์ เป็นแมลง เป็นอากาศ เป็นดาราศาสตร์ ดาว ดวงดาวไกล ๆ เป็นดิจิทัลทั้งนั้นละครับ เป็นแค่บทหนึ่งของดิจิทัลระดับเฟมโต (Femto) เท่านั้นเอง ทำไมไปหลงทางตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่ออีโคโนมี (Economy) ขึ้นมา การทำอย่างนั้นมันเหลวไหลแล้วก็ไร้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศเพื่อเป็นไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ผมอยากจะเรียนว่ากระทรวงใหม่ที่จะตั้งขึ้นมาควรจะเป็นกระทรวงวิทยาศาสตร์ และอุดมศึกษา ดิจิทัลไม่ต้องครับ เพราะดิจิทัลเป็นระดับวิทยาศาสตร์ ระดับที่เล็กที่สุด ละเอียดที่สุด แต่ว่าเทคโนโลยีที่รองรับตรงนี้เป็นนวัตกรรมที่บุคลากรด้านสายคอมพิวเตอร์ ด้านควอนตัมไซเอนซ์ (Quantum Science) หรืออะไรทั้งหลายต้องมาทำการศึกษาวิจัย ใครวิจัยครับ คนวิจัยก็คือคนในมหาวิทยาลัย เพราะเขาวิจัย เขาใช้สอน เขาผลิตนักวิชาการ ระดับปริญญาโท ปริญญาเอก กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผลิตได้ไหมครับ ผลิตไม่ได้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผลิตเปเปอร์ (Paper) ผลงานวิจัยออกไปได้ แต่สอนไม่ได้ มีตำแหน่งทางวิชาการเป็นแอดจังต์โพรเฟสเซอร์ (Adjunct Professor) ไหม ไม่ได้ และความก้าวหน้าทางวิชาการของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยู่ที่ไหนล่ะครับ ดังนั้นเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องปฏิรูป ต้องกราบเรียนท่านประธานขอใช้เวลา อีกนิดหนึ่ง ควรที่จะบูรณาการเรื่องนี้ ผมขออภัยที่ต้องพูดอย่างนี้เพราะผมมองว่า ผลประโยชน์แห่งชาติในการที่จะให้รองรับ ๔.๐ ตาม พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ พ.ร.บ. การปฏิรูป ขั้นตอนการปฏิรูปประเทศที่จะออกมานี้จะรองรับได้อย่างไร ถ้าหากว่าองค์กรเครือข่าย ทั้งหลายกระจัดกระจาย เราจึงรวมเป็น สวนช. ให้มีบอร์ด (Board) เดียว แต่กลายเป็นว่า ตาบอดคลำช้าง ไม่รู้เลยว่าปัญหาของประเทศอยู่ตรงไหน ไม่รู้เลยว่าปัญหาของอุดมศึกษา อยู่ตรงไหน ไม่รู้เลยว่าวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมีกี่ขั้นตอน จะไปพัฒนารองรับอะไร ดังนั้น จึงอยากจะเรียนว่าการปฏิรูปตรงนี้ถ้าเป็นไปได้คณะกรรมาธิการก็อาจจะต้องนำไปศึกษา เพิ่มเติมนิดหนึ่ง เราควรจะดูว่าผลประโยชน์แห่งชาติอยู่ตรงไหน ถ้าผลประโยชน์แห่งชาติคือ โพรเซส (Process) ในการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมรองรับ ๔.๐ จำเป็นต้องใช้บุคคล ที่อยู่ในสถาบันการศึกษาขั้นสูงคืออุดมศึกษานั่นเอง อินโนเวชัน (Innovation) ทั้งหลาย เกิดขึ้นมาหมด เราเองต่างหากที่ไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นใกล้จมูกเรา สภาแห่งนี้เป็นคนอนุมัติเอง ให้เกิด สวนช. ขึ้นมา แต่สภาแห่งนี้ไม่ได้พูดถึงเลยในทุกครั้งที่พูดถึงงานวิจัยกัน เมื่อสักครู่นี้ ท่านผู้ทรงเกียรติก็พูดแล้วว่าเกิดเมื่อวันที่ ๖ ฉายสไลด์ (Slide) ให้ดู ก็ขอขอบคุณนะครับ ดังนั้นจะเห็นว่าผมอยากเสนอว่า ๓ กระทรวงนี้ต้องทบทวนใหม่ จากนั้นหน่วยงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่ตั้งขึ้นมาแล้วเป็น ๕-๖ หน่วยงาน เราคุยกันมาเป็นปีกว่าจะได้เหตุผลที่ สวนช. ต้องเกิด ผมเสนอเองเลยว่ายุบ พ.ร.บ. ทั้งหมดของหน่วยงานเหล่านั้นเพื่อเขาจะได้ไม่ต้องไปอิง แต่ก็ยุบไม่ได้ มา ณ วันนี้ให้ไปตั้งเลขานุการร่วม คือ วช. กับ สวทน. พูดคุยกันรู้เรื่องไหมครับ ผมถามว่าประเทศนี้ของใคร ของประชาชนคนไทยใช่ไหมครับ ผู้เสียภาษีใช่ไหมครับ ข้าราชการเหล่านี้เป็นใครถึงได้ใหญ่นัก รัฐมนตรีเป็นใครถึงได้ใหญ่นัก ถึงได้ทำตามหน้าที่ ของตนเองในการบริหารราชการแผ่นดิน พระราชบัญญัติในการบริหารราชการแผ่นดินก็มี แต่รัฐมนตรีท่านไม่ใช้ ท่านเชื่อแต่นิติกร และเป็นปัญหาอย่างไร อุดมศึกษาก็แก้ไม่ได้ มีผู้ยิ่งใหญ่เหนือนายกรัฐมนตรีตลอด มีผู้ที่เก่งกล้าสามารถเข้าไปให้ข้อมูลข้างในตลอด ประเทศนี้ต้องการปฏิรูปจริงหรือเปล่า ถ้าต้องการปฏิรูป ผมก็อยากเสนอว่าเดินหน้า ทำการยกระดับของกระทรวงให้ใหญ่ขึ้นโดยเอาอุดมศึกษามารวม แล้วก็วิทยาศาสตร์อยู่ ตั้งเอกซ์เซลเลนต์เซนเตอร์ (Excellent Center) ขึ้นมา เอกซ์เซลเลนต์เซนเตอร์ (Excellent Center) ที่เราอยากให้เกิดอย่างยิ่งประจำเอเชีย (Asia) ก็คือเรื่องของไฟฟ้า ไฟฟ้าสามารถ สร้างให้เกิดได้อย่างสะอาดบริสุทธิ์ในอนาคตใกล้ ๆ นี้ เราต้องเป็นผู้นำครับ เมื่อดำเนินการ ยกระดับทั้งอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และดิจิทัลด้วยกันแล้ว จากนั้นทดลองแบบทหารครับ ผมฟังจากพี่ ๆ ทหารเล่าให้ฟังว่าเมื่อจะเริ่มดำเนินการอะไรใหม่ ยุทธศาสตร์หรือแทกติกส์ (Tactics) ที่จะต้องใช้ทดลอง ลองดูก่อนว่า ๖ เดือน ออนโพรเบชัน (On probation) ไปก่อน ดูสิว่าเป็นอย่างไร ๖ เดือน ๘ เดือน ๑ ปีค่อยสรุปว่าเดินหน้าได้แล้ว ตั้งกระทรวงใหม่ครับ เป็นกระทรวงที่รวบเอาอุดมศึกษา ดิจิทัล และวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน ก็อยากจะเรียนว่า สิ่งที่เสนอมานั้นน่าจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลซึ่งวางแผนไว้แล้วว่าจะต้องพัฒนาประเทศ ๒๐ ปี เรามีระบบวิจัยตาม สวนช. แล้ว แต่โพรเซส (Process) ของการสร้างนวัตกรรม ซึ่งอยู่ในมหาวิทยาลัยหลายสิบแห่งทั่วประเทศ ทั้งด้านสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ แล้วยังไปรองรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในหลายมาตรา ถ้าเราไม่ทำอย่างนี้มาตราเหล่านี้เขียนขึ้นมาไร้ประโยชน์ครับ ไร้ประโยชน์เพราะไม่เข้าใจว่า เขาเขียนทำไม แต่เมื่อเขียนแล้วคนที่จะสร้างผลงานเชิงนวัตกรรมมารองรับก็อยู่ใน กระบวนการคิดที่ผมได้แถลงมาทั้งหมด สุดท้ายนี้ผมก็ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการเป็นอย่างสูง ที่นำเรื่องนี้มาเสนอ ขอบพระคุณครับ