อนุสิษฐ ตั้งคำถามจัดตั้งหน่วยงานกลางฐานข้อมูลแรงงาน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๐

อนุสิษฐ คุณากร ตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดตั้งหน่วยงานกลางจัดทำฐานข้อมูลแรงงาน พร้อมตั้งคำถามถึงวัตถุประสงค์ ความเหมาะสมของโครงสร้างคณะกรรมการ และการบูรณาการกับฐานข้อมูลอื่นของประเทศ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปและเชื่อมโยงระบบข้อมูลแรงงานที่กระจัดกระจาย รวมถึงการจัดการแรงงานต่างด้าวให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายแรงงานสากลและรองรับการบริหารประเทศอย่างบูรณาการ

นายอนุสิษฐ คุณากร

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ท่านสมาชิก เรียนคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม กระผมในฐานะที่ได้เคยทำงานเกี่ยวกับเรื่องแรงงานมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ เป็นต้นมา เรามีปัญหาเรื่องแรงงานค่อนข้างมากโดยเฉพาะแรงงานไร้ฝีมือ ประเด็นข้อเสนอในวันนี้เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นอย่างมาก ผมขออนุญาต เรียนในประเด็นที่สำคัญ ผมเชื่อว่ากระทรวงแรงงานเองในชุดหรือฐานข้อมูลที่เคยทำงานมานั้น เรามีชุดข้อมูลที่สามารถสะท้อนถึงความต้องการของประเทศ สะท้อนถึงจำนวนแรงงาน ที่มีอยู่ สะท้อนถึงสิ่งที่เป็นปัญหาและอุปสรรคในการบริหารจัดการแรงงานที่ผ่านมา สิ่งที่สำคัญคือการจัดทำฐานข้อมูลกลางในครั้งนี้ ประเด็นคือผมคิดว่ากระทรวงแรงงาน ต้องตอบคำถามตัวเองว่าการตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมาท่านต้องการผลประโยชน์สุดท้ายคืออะไร หน้าที่และความรับผิดชอบในการที่จะเข้าไปทำฐานข้อมูลกลางด้านแรงงานของประเทศ ทำแค่ไหน รูปแบบหรือการออกแบบระบบของฐานข้อมูลกลางที่ท่านออกแบบนั้นผมคิดว่า ขณะนี้ท่านยังมองไม่เห็น ท่านต้องไปตั้งคณะกรรมการขึ้นมาก่อนแล้วท่านก็บอกว่า จะทำอะไร การจะทำอะไรนั้นในขณะนี้ผมคิดว่ากระทรวงแรงงานคงทำงานเองไม่ได้ จึงได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา โดยดึงเอาท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ ถ้ากระทรวงอื่นต้องการทำฐานข้อมูลเรื่องการศึกษา ทำฐานข้อมูลเรื่องสาธารณสุข ทำฐานข้อมูลเรื่องเกษตร เรื่องน้ำ อีกหลาย ๆ เรื่อง รูปแบบของคณะกรรมการชุดนี้ ผมคิดว่าน่าจะไม่เหมาะสมและไม่ถูกต้อง ประเด็นที่สำคัญ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แห่งนี้เองได้ให้ความเห็นชอบในเรื่องของการจัดตั้งหน่วยงานที่ถือว่าเป็นหน่วยงานกลาง ในการที่จะมีศูนย์ข้อมูลกลางในทุก ๆ เรื่อง ผมไม่ทราบว่าได้มีการนำเรื่องนี้ไปศึกษาก่อน ที่จะออกรายงานเรื่องนี้มาหรือไม่ ผมเข้าใจว่าถ้าดูจากรายงานฉบับนี้แล้วคงยังไม่ได้ มีการเชื่อมโยงในลักษณะนั้น

อีกประการหนึ่ง ที่เราบอกว่าอยากจะปฏิรูประบบบริหารจัดการข้อมูล ด้านแรงงาน เรามีรายละเอียดของหน่วยงานที่มีฐานข้อมูลด้านแรงงาน ๕๐ กว่าฐาน ที่สำคัญเราจะทำฐานข้อมูลชุดนี้เพื่ออะไร ผมคิดว่าไม่ใช่เพื่อการบริหารจัดการแรงงาน เพื่อเอาคนเข้ามาทำงานอย่างเดียว ฐานข้อมูลแรงงานจะเป็นฐานข้อมูลซึ่งเชื่อมโยงไปยัง กระทรวงและกรมต่าง ๆ อีกมากมาย แล้วการเชื่อมโยงนั้นแพลตฟอร์ม (Platform) ของการเชื่อมโยงเป็นอย่างไร ระบบเครือข่ายที่เชื่อมโยงนั้นจะใช้ถนนอะไรที่จะเชื่อมโยงกัน การอ้างอิงถึงนโยบาย ถึงยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ถึงข้อตกลงหรือกติกาของไอแอลโอ (ILO) ก็ดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าทุกหน่วยงานทุกกระทรวงต้องนำเรื่องนี้ไปอ้างอิงทั้งหมด ประเด็น ที่สำคัญคือเมื่อเห็นชอบกับเอกสารฉบับนี้หรือแนวความคิดในเรื่องนี้แล้วเรื่องนี้จะไปอย่างไร ถ้าเราไปไม่ถูกทางผมคิดว่าเรื่องนี้ก็เพียงแค่ไปปรับให้กระทรวงแรงงานมาประมวลในสิ่ง ที่มีอยู่ สิ่งที่เราต้องการ ประเทศต้องการ แล้วก็ใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้าไปประมวลผล ถ้าข้อมูลกลางชุดนี้เป็นข้อมูลที่สแตติก (Static) หรือมีการเคลื่อนไหวปีละครั้ง หรือเดือนละครั้ง หรือสองเดือนครั้ง ถามว่าการแก้ไขปัญหาแรงงานที่จะเกิดขึ้นจะอัป ทู เดต (Up to date) ได้อย่างไร จะนำเรื่องเหล่านี้ไปเชื่อมโยงกับการตรวจสอบเรื่องการรักษาความปลอดภัย ในเรื่องของการลักลอบการเข้าทำงานโดยผิดกฎหมายได้อย่างไร ระบบการจดทะเบียน แรงงานต่างด้าวปีละครั้ง เมื่อจดไปแล้วอีก ๑ เดือนเปลี่ยนผู้ประกอบการ เปลี่ยนพื้นที่ พำนักพักพิง กลายเป็นคนผิดกฎหมาย ระบบข้อมูลเหล่านี้จะทำอะไรกับกลุ่มคนเหล่านี้ หรือแรงงานเหล่านี้

เรื่องโรคระบาดกับตัวแรงงาน การติดตามการควบคุมการระบาดของโรค เรื่องเหล่านี้จะทำอย่างไร ระบบผู้ติดตาม ภรรยาของแรงงาน ลูก บุตรหลานที่ติดตามตัวมา แรงงานเหล่านี้เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ หรือให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นไปตามกันดู ผมว่าการลงทุนในลักษณะที่เป็นไซโลของประเทศต้องเลิกคิดและเลิกทำ ขณะนี้ประเทศ มีการเชื่อมโยงระบบบูรณาการ และคาดว่าในอนาคตการเป็นไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) นั้น ไม่สามารถทำงานเป็นไปในลักษณะที่เป็นไซโล ซึ่งดูเหมือนว่าวิธีการแก้ของเราก็คือ เอานายกรัฐมนตรีลงมานั่งแล้วก็บอกว่าต่อไปนี้โซโลนั้นไม่มีแล้ว เพราะนายกรัฐมนตรีนั่งแล้วก็ ไปสั่งกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ให้ทำ ท่านนายกรัฐมนตรีภาระงานเยอะ เราเคยอยู่ในเวที ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกันมากมาย ท่านจะเห็นได้ว่าถ้าฝ่ายเลขานุการเสนออะไร ในทางที่ไม่น่าจะขัดข้องพอจะเป็นไปได้ ผลสุดท้ายก็จะมีการอนุมัติในเรื่องนี้ โดยบางครั้ง ระบบของการออกแบบหรือการดีไซน์ (Design) การประเมิน วิเคราะห์ระบบต่าง ๆ นั้น ทำงานได้ไม่ครบถ้วน ขออนุญาตเอ่ยชื่อคุณหมอพรทิพย์ สิ่งที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ จริง ๆ แล้วระบบฐานข้อมูลมีหมดแต่ไม่เชื่อมกัน กรมการขนส่งทางบกเพิ่งส่งไอดี (ID) ในการเข้าถึงข้อมูลรถยนต์ถูกขโมยให้กับกองกำลังที่ดูแลใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อไม่นานมานี้ แต่เดิมส่งให้ ๓ ไอดี (ID) มี ๓ หน่วยที่เข้าไปตรวจสอบได้ว่ารถหายเมื่อไร ขณะนี้ขยายไปแล้ว ขยายด้วยเหตุของความจำเป็น เหตุของความสูญเสีย ฉะนั้นถ้าเราจะพิจารณาในเรื่องชุดข้อมูลเหล่านี้ผมคิดว่าต้องมองกรอบเรื่องเหล่านี้ให้ดี ผมเข้าใจว่าในส่วนของกระทรวงเองก็พยายามที่จะผลักดันให้มีระบบบริหารจัดการข้อมูล ด้านแรงงาน แต่ประเด็นข้อมูลด้านแรงงานไม่เพียงจะใช้ประโยชน์เฉพาะการทำงาน ประโยชน์ที่ใช้ยังครอบคลุมไปอีกหลายด้านหลายมิติ ท่านจะดีไซน์ (Design) ระบบ เพื่อกระทรวงแรงงาน หรือจะดีไซน์ (Design) ระบบเพื่อประเทศในการบริหารจัดการ กลุ่มคนเหล่านี้ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ผมต้องเรียนนะครับ จากที่ได้มีการประสานงานกับ กระทรวงแรงงานมาโดยตลอด กระทรวงแรงงานจะทำงานภายใต้ พ.ร.บ. การทำงาน ทั้งการทำงานของคนต่างด้าวก็ดี กฎหมายว่าด้วยการทำงานของแรงงานภายในประเทศก็ดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราจะทำงานแค่นั้นหรือไม่ ผมคิดว่าคำตอบนี้เป็นเรื่องของการลงทุน ที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ฉะนั้นตรงนี้ผมอยากให้กรรมาธิการได้ช่วยกรุณา จะเป็นไปได้ หรือไม่ว่าข้อสังเกตในเรื่องของการที่จะนำรายงานฉบับนี้ไปเชื่อมโยงกับรายงานฉบับอื่น ๆ ที่ สปท. ได้ทำไปแล้ว และทำไปในหลาย ๆ คณะแล้ว เช่นการบอกว่าจะไปจดทะเบียน แรงงานต่างด้าวบริเวณชายแดนหรือช่องทางเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายทุกวัน แล้วถ้าทำ อย่างนั้นระบบฐานข้อมูลแรงงานทำอย่างไร แนวความคิดในการจดทะเบียนแรงงาน ในอนาคตอาจจะไม่ใช่เป็นปีต่อปี เพราะว่าการจดทะเบียนปีต่อปีผมเชื่อว่ากระทรวงแรงงาน ก็ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาของประเทศ เมื่อจดทะเบียนแล้วอีกไม่กี่วันก็มีการเคลื่อนย้าย แล้วก็ใช้บัตรที่ออกไป ไม่ว่าจะเป็นบัตรสีชมพูผู้ไม่มีสัญชาติไทย หรือเอาเวิร์กเพอร์มิต (Work Permit) เข้าไปแสดงตน แต่ในท้ายที่สุดกลุ่มเหล่านี้ก็จะกลายเป็นพื้นที่สีเทา จนมีคนบอกว่าผมไปพบกับแรงงานต่างด้าว ๓ สัญชาติที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย และเข้าเมืองมาโดยมีการพิสูจน์สัญชาติแล้ว มีพาสปอร์ต (Passport) แล้ว ขออนุญาต ท่านประธานอีกนิดเดียวนะครับ เขาบอกว่าเขาเข้ามาแล้วถ้าจะออกไปแล้วเข้ามาให้ถูก กฎหมายอีกไม่ออกดีกว่า หลบหนีเข้าเมืองดีกว่า แล้วเดี๋ยวอีก ๑ ปีค่อยมาจดทะเบียนใหม่ เรื่องเหล่านี้ใครดูแล เรากำลังทำงานเป็นไซโล ค่อย ๆ ทำไป ค่อย ๆ จดไป แล้วก็ใช้อำนาจ ตามกฎหมาย เช่น พ.ร.บ. คนเข้าเมือง ปี ๒๕๒๒ ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยกเว้นเป็นการชั่วคราวให้คนเหล่านี้ยกฝ่ายเดียว ประเทศไทยฝ่ายเดียว แต่ส่วนที่ทำเอ็มโอยู (MOU) กับประเทศเพื่อนบ้าน อันนั้นก็เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือว่าการเข้าเมือง โดยชอบด้วยกฎหมายตาม พ.ร.บ. คนเข้าเมืองแล้วค่อยมาทำงาน อันนั้นก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ฉะนั้นข้อสังเกตที่สำคัญ การปฏิรูปการบริหารจัดการข้อมูลด้านแรงงานครั้งนี้ เรื่องเหล่านี้ ท่านมีคำตอบได้หมดไหมครับ ถ้าไม่หมด คำตอบก็เกิดขึ้นว่าเราทำเฉพาะแรงงานเพื่อจะรู้ว่า ความต้องการของประเทศคืออะไร แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ไม่ใช่แค่ทำงานเพียงเท่านี้ ผมต้องขออนุญาต เรื่องเหล่านี้คงต้องพูดกันตรง ๆ แม้กระทั่งตัวร่างพระราชกำหนดที่รัฐบาล กำลังจะออกเพื่อให้มีการบริหารจัดการแรงงาน ในขณะนี้เรื่องอยู่ที่กฤษฎีกา เรื่องเหล่านี้ ก็เป็นความพยายามในการผลักดัน แต่เป็นการผลักดันเฉพาะหน้าที่จะแก้ไขปัญหา ระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารจัดการคนเข้าเมืองผิดกฎหมายและผู้ลี้ภัย ก็พยายาม จะออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ถ้าการจัดการระบบบริหารข้อมูลซึ่งเป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๘ ข้อ ข. เรื่องการบริหารราชการแผ่นดินในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ที่เหมาะสม และในการบูรณาการข้อมูลของทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่ ฉะนั้นการดีไซน์ (Design) ระบบหรือการมีข้อเสนอเหล่านี้ผมขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกต เพื่อจะได้มีการทบทวนและเชื่อมโยงไปยังข้อเสนอของ สปท. และข้อเสนอของหน่วยงาน ต่าง ๆ อีกมากมาย ขอบพระคุณครับ