วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา นำเสนอรายงานเรื่องการจัดการศึกษาวิถีพุทธเพื่อการปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นการพัฒนาคนให้เป็นคนดีก่อน คนเก่งตามความถนัดของแต่ละบุคคล
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่าน ผม วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา วันนี้จะขออนุญาตที่ประชุมได้นำเรียนรายงาน เรื่อง การจัดการศึกษาวิถีพุทธเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ขออนุญาตกราบเรียนที่ประชุมอย่างนี้ว่า ในการปฏิรูปประเทศโดยเฉพาะด้านการศึกษาที่ผ่านมา ๒ ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งสำคัญ ครั้งที่ ๓ ไม่ได้กำหนดเป้าหมายในการปฏิรูปการศึกษาไว้อย่างชัดเจนเท่าครั้งนี้ ครั้งนี้ มีการกำหนดเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษาไว้ โดยเฉพาะตั้งแต่สมัย สปช. มาจนถึง สปท. ข้อเสนอทั้ง สปช. และ สปท. ที่ส่งไปให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ คณะ เรื่องสำคัญที่สุด ก็คือการพัฒนาคนให้เป็นคนดีก่อน คนเก่งค่อยตามมาทีหลัง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการพูดคุย ถกเถียงกันมาเป็นเวลานานว่า ระหว่างการพัฒนาลูกหลานของเราให้เป็นคนดีก่อน กับให้เป็น คนเก่งก่อนเอาอันไหน ข้อสรุปชัดเจนเป็นเอกฉันท์ว่าการศึกษาทั้งปวงนั้นต้องพัฒนาคน ให้เป็นคนดีเสียก่อน เรื่องความเก่งตามความถนัดของแต่ละบุคคลนั้นก็จะตามมาเอง ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๔ เขียนไว้ชัดเจนมากเลยว่า การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียน ให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ และสามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ที่จริงในมาตรา ๕๔ ยังเขียนไว้ อีกมากมาย แต่ว่าผมขออนุญาตหยิบเรื่องนี้มาเป็นเรื่องสำคัญในทั้งหมด ๒๖ เรื่องที่เรานำเสนอ ทั้งนำเสนอตรงต่อสภานี้ไปแล้ว ๑๑ เรื่อง แล้วก็นำเสนอตรงที่กระทรวงศึกษาธิการ ทางรัฐบาลโดยตรงไปรวมทั้งหมด ๒๖ เรื่อง ก็เป็นเรื่องเดียวกันกับที่ สปช. ได้ศึกษา และเสนอแนะเอาไว้ สปท. ก็มาทำการศึกษาต่อ แล้วก็มาสานต่อขับเคลื่อนให้เกิดเป็นจริง เราได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ เรื่องความเป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ มีคณะอนุกรรมาธิการทำเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นเรื่องเป็นราว แล้วก็ทำต่อเนื่อง ขณะนี้การพัฒนาคน ให้เป็นคนดี มีวินัย ได้ถูกบรรจุไว้ในแผนของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงเอง ก็จัดงบประมาณกระจายลงไปให้ทั่วถึง ในแต่ละปี ๆ เรื่องการพัฒนาคนให้เป็นคนดี มีวินัย จะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ของการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งก็ชัดเจน สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ วิธีการที่ จะพัฒนาคนให้เป็นคนดี มีวินัย และภูมิใจในชาตินั้น ไม่ใช่เพิ่งมีและปรากฏขึ้นในรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เท่านั้น แต่ว่าสังคมไทยทำเรื่องนี้มาก่อนยาวนานมาก ที่จริงเกิดมายาวนานตั้งแต่ เรายังมีวัด ที่จริงเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีโรงเรียนด้วยซ้ำไป พัฒนาการด้านการศึกษาของเรา แท้จริงมาจากวัด แล้วก็ค่อยพัฒนาขึ้นมาจนมีโรงเรียนขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ พระราชทานแนวทางเรื่องนี้ไว้ชัดเจนว่าการพัฒนาคนนั้นอย่าทิ้งวัด ต้องทำให้ ทั้งบ้าน หมายถึงชุมชน ชาวบ้าน ทั้งวัด ซึ่งหมายถึงทุกศาสนา ไม่ใช่เฉพาะวัดของศาสนาพุทธ เท่านั้น บ้าน วัด และโรงเรียนต้องมีความร่วมมือกัน พัฒนากุลบุตรกุลธิดาของเรา ให้เป็นคนดีให้ได้ ต้องเอาดีให้ได้ คำว่า เอาดีให้ได้ จึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับสังคมไทยมา ส่วนเด็กนั้นจะเชี่ยวชาญไปทางไหนก็ค่อย ๆ พัฒนาไป สุดท้ายก็จะพบว่าเขาชอบอะไร ก็ให้เขาเชี่ยวชาญตามความถนัด นอกนั้นเรื่องนี้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ในรัฐธรรมนูญก็ระบุชัดเจนว่า ให้มีคณะกรรมการขึ้นทำเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้วก็มีกองทุนขึ้นด้วย ซึ่งคณะกรรมการอิสระ ก็ได้ตั้งขึ้นแล้ว ในวันพรุ่งนี้ก็จะมีการประชุมหารือกัน จะมีเรื่องนี้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเหมือนกัน อย่างที่กราบเรียน ที่จริงท่านประธานอนุกรรมาธิการ พลเอก พหล สง่าเนตร ที่ดูแลเรื่องนี้ ท่านติดประชุม ท่านไปประชุมแทนผมอีกที่หนึ่ง ท่านกำลังเดินทางมา ก็จะขออนุญาตให้ พระมหาพงศ์นรินทร์ ซึ่งเป็นประธานคณะทำงาน ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่า พระมหาพงศ์นรินทร์ ท่านเป็นนักศึกษาที่สนใจเรื่องการศึกษามาตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา แล้วก็สนใจงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ท่านได้เข้ามาหาสำนักงาน ก.ป.ร. เมื่ออดีตซึ่งผมยังรับราชการ อยู่ในสำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ท่านก็สนใจแล้วก็ทำวิจัยเรื่องนี้มา สุดท้ายท่านมาบวช แล้วท่านก็ยังทำเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงของโรงเรียน ขออนุญาตท่านประธานกราบนิมนต์พระมหาพงศ์นรินทร์ได้เล่าเรื่องราวรายละเอียด ให้ที่ประชุมรับทราบ กราบขออนุญาตครับ