วลัยรัตน์ ศรีอรุณ หารือประเด็นการบูรณาการข้อมูลความมั่นคงและการจัดการอัตลักษณ์ของแรงงานต่างชาติ โดยเน้นย้ำปัญหาการเก็บข้อมูลแบบแยกส่วนระหว่างหน่วยงาน ความล่าช้าในการพัฒนาโครงการบิ๊กดาต้าของรัฐ และข้อจำกัดในการระบุตัวบุคคลจากข้อมูลดีเอ็นเอหรือลายนิ้วมือ พร้อมเรียกร้องให้มีการพัฒนาระบบการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างองค์รวม เชื่อมโยงข้อมูลข้ามหน่วยงานเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการสืบสวน ความมั่นคง และการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิผล โดยเฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้และกรณีแรงงานต่างด้าว
ต่อไปเรียนเชิญคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผู้อำนวยการ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ค่ะ
คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ : เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ เรียนท่านกรรมาธิการและท่านสมาชิกทุกท่าน แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หมายเลข ๑๐๔ ในฐานะ ที่ได้ทำงานในระบบฐานข้อมูล ๒ เรื่อง ก็เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดี อยากจะถ่ายทอด หรือเก็บประเด็นให้นะคะ
ส่วนแรก เป็นการสร้างฐานข้อมูลความมั่นคงของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างข้อมูลดีเอ็นเอ (DNA) ซึ่งถือเป็นข้อมูลอัตลักษณ์ ข้อมูล การซักถาม ข้อมูลคดี นั่นเป็นส่วนที่มีโปรแกรมเบื้องต้นแล้วและเราเจอปัญหา โปรแกรม เบื้องต้นนี้เป็นของเนคเทค (NECTEC) เป็นผู้สร้างให้ ประเด็นปัญหาใหญ่ก็คือแต่ละหน่วยงาน ก็จะเก็บข้อมูลเอาไว้ค่อนข้างหวงฐานข้อมูลในหลายมิติ หมายความว่าบางอันจะเป็น ข้อมูลบุคคล บางอันจะเป็นข้อมูลพฤติกรรมคดี บางอันเป็นข้อมูลดีเอ็นเอ (DNA) ก็จะมีวิธี วิเคราะห์ที่ไม่เหมือนกัน
ส่วนที่ ๒ กำลังทำอยู่ก็คือฐานข้อมูลศพนิรนามที่จะเชื่อมกับคนหายของชาติ นี่ก็เป็นเรื่องใหญ่อีก ๑ เรื่อง ซึ่งจะเกี่ยวกับเรื่องแรงงานในส่วนที่ท่านพูดเพื่อให้เข้าสู่ เป้าหมายโดยเร็ว สิ่งที่เราพบก็คือก่อนช่วงเป็นอาเซียน (ASEAN) ได้พบความเปลี่ยนแปลง หรือความผิดปกติที่เกี่ยวกับคนต่างชาติในเชิงของแรงงาน อาจจะเป็นคดีอาชญากรรมธรรมดา แต่ในช่วงหลังเป็นอาเซียน (ASEAN) เราพบคดีที่เกี่ยวข้องกับคนต่างชาติเพิ่มขึ้น ประเภทแรก เยอะสุดคืออุบัติเหตุในงาน ซึ่งเป็นการประสานยากมากว่าตกลงเป็นแรงงานแท้หรือแรงงานเถื่อน ประเภทที่ ๒ คดีฆาตกรรมเยอะขึ้น ประเภทที่ ๓ อุบัติเหตุจราจร เพราะว่าไม่มีใครได้ติดตามต่อ แต่สิ่งที่เราพบคือการพิสูจน์ทราบว่าเขาคือแรงงานแท้จริงยากมาก และการเข้าไปเชื่อมโยงกับ ฐานข้อมูลของแรงงานก็จะเป็นเรื่องยากอีกเช่นกัน เพราะว่าข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือเอามาฝากไว้ ที่กองทะเบียนของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเข้าถึงกระบวนการยากค่ะ ต้องใช้ระบบแมนวล (Manual) กองนี้จะมีคนที่บริหารจัดการ จาก ๒ เรื่องนี้ทำให้มีประเด็น คำถามที่ฝากถามท่านกรรมาธิการ
เรื่องที่ ๑ เรื่องที่ท่านนำเสนอได้เข้าไปมีส่วนหรือได้ประชุมหารือร่วมกับ นโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีที่ทำเรื่องบิ๊กดาต้า (Big Data) ใช่หรือไม่ ทำแล้วหรือยัง เพราะเท่าที่ตามดูเรื่องบิ๊กดาต้า (Big Data) นี้มีการขับเคลื่อนข้อมูลด้านความมั่นคง แตกลูก ออกมาเป็นข้อมูลอัตลักษณ์ซึ่งเล็กมากเลย และอัตลักษณ์ก็เล็กมากมาอยู่ที่กระทรวงยุติธรรม ประเด็นคือกระทรวงยุติธรรมก็ยังกำลังเตาะแตะอยู่ เพราะกระทรวงยุติธรรมมีข้อมูลอัตลักษณ์ อยู่ที่ ๔ กรม ทั้ง ๔ กรมก็ยังไม่เคยบูรณาการกัน ก็คือ กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็ก และเยาวชน ดีเอสไอ (DSI) แล้วก็สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพราะฉะนั้นโครงการที่นำเสนอ เป็นสิ่งที่ดี เพียงแต่อยากทราบว่าได้เข้าไปอยู่ตรงเรื่องของบิ๊กดาต้า (Big Data) ไหม
เรื่องที่ ๒ ในประเด็นเรื่องข้อมูลของแรงงาน ท่านได้พิจารณาลงไปในเรื่อง ข้อมูลอัตลักษณ์ไหม เพราะเรื่องนี้เรื่องใหญ่นะคะ ถามว่าทำไม เพราะเรื่องข้อมูลอัตลักษณ์ โดยเฉพาะคือเรื่องลายพิมพ์นิ้วมือจะทำให้เราเอาไปวิเคราะห์ต่อได้หลาย ๆ เรื่อง ยกตัวอย่าง เช่นการวิเคราะห์ว่าเขาเสียชีวิตในแรงงาน แสดงว่าเป็นแรงงานเถื่อนหรือเป็นแรงงานจริง และแรงงานเถื่อนหรือจริงนั้นส่งผลอะไรไหม เช่นคุณภาพของคนทำงานซึ่งอาจจะส่งผลต่อ สิ่งก่อสร้างหรือสิ่งที่เขาได้ไปมีส่วนในการทำงานอันนั้น ซึ่งข้อมูลอัตลักษณ์ตัวนี้สำคัญมากว่า ท่านได้คิดถึงไหม รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เขาเอามาใช้ในงบประมาณของรัฐบาลไทยด้วย
เรื่องที่ ๓ ในนี้ไม่ได้พูดถึงการเข้าถึงซึ่งข้อมูล เรามีต้นแบบของการเข้าถึง ซึ่งข้อมูลทะเบียนราษฎร์ เป็นการเข้าถึงที่มีข้อจำกัด และจะขออนุมัติเข้าถึงแต่ละครั้ง ต้องเข้า ครม. สถาบันนิติวิทยาศาสตร์พยายามที่จะเข้าถึงข้อมูลเพียงภาพ จากการปฏิบัติงาน ทางภาคใต้ เนื่องจากเราพบสารพันธุกรรมของผู้ก่อเหตุ เราทราบหมายเลข ๑๓ หลัก แต่ประเด็นคือชื่อกับนามสกุลคนซ้ำกัน เราต้องการเข้าถึงซึ่งรายละเอียดอื่นเช่นใบหน้า ก็เป็นสิ่งที่ยากมาก เพราะฉะนั้นนั่นคือตัวอย่างอันหนึ่งที่การเข้าถึงซึ่งข้อมูลถ้าไม่ได้วางระบบ ในการแก้ปัญหา สิ่งที่เรามุ่งหวังให้เกิดนั้นก็จะเป็นสิ่งที่ยากสุด
เรื่องสุดท้าย สำคัญที่สุด คือประเทศไทยพูดถึงปัญหาว่าเราไม่มีระบบ ฐานข้อมูล แต่สิ่งที่ไม่มีส่วนใดพูดถึงเลยว่าใครจะเป็นคนวิเคราะห์ข้อมูล และใครคนนั้น ไม่ควรถูกจำกัดว่ากระทรวงแรงงานเท่านั้นจะวิเคราะห์เรื่องแรงงาน ไม่ควรค่ะ ยกตัวอย่าง วันนี้สิ่งที่ได้ยกเป็นตัวอย่างให้ท่านดูไปแล้วก็คือเรื่องของแรงงานที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติงาน เราต้องการทราบว่าคือบริษัทใด กำลังก่อสร้างอะไร แต่ทุกอย่างพอประตูอาเซียน (ASEAN) เปิด คนที่เข้าถูกกฎหมายก็พาเอาคนผิดกฎหมาย ตามเข้ามาหมดเพราะมีเรื่องระบบทุจริตคอร์รัปชัน เราไม่มีหน่วยที่จะไปตามวิเคราะห์ หรือแม้แต่คนที่ป่วยเข้าโรงพยาบาลมาเสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติไม่ทราบชื่อ ซึ่งชาวต่างชาติ ที่ว่าเป็นแรงงานทั้งนั้น โรคที่เขาเป็นบอกเลยว่าเป็นโรคที่ไม่พบบ่อยในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้จะเข้าถึงซึ่งข้อมูลและเอาข้อมูลไปส่งแชร์ให้กับใครก็จะมีทั้ง ๒ ฝั่งคือเข้าถึงยากมาก กับอันที่ ๒ ส่งมาทำไมฉันไม่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นก็เป็นส่วนที่อยากฝากเอาไว้ในประเด็น สำคัญ ๔ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ขอให้เข้าไปอยู่ในเรื่องบิ๊กดาต้า (Big Data) ของรัฐบาล
เรื่องที่ ๒ ถ้าไม่ต้องรอบิ๊กดาต้า (Big Data) ขอให้เข้าไปแก้ในเรื่องข้อมูลอัตลักษณ์ โดยด่วนเลย
เรื่องที่ ๓ เรื่องของการเข้าถึงซึ่งข้อมูลที่จะทำอย่างไรให้มีความสะดวก
เรื่องสุดท้าย กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหลายที่จะไปกระทบในหลาย ๆ เรื่อง ของประเทศไทยซึ่งไม่ได้มีเฉพาะเรื่องการจ้างงาน ขอบพระคุณค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปเรียนเชิญท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ประธาน กรรมการบริหารสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เรียนเชิญค่ะ