พระมหาพงศ์นรินทร์ ฐิตวังโส ชี้แจงถึงความเข้ากันได้ระหว่างพุทธศาสนาและวิทยาศาสตร์จากประสบการณ์ส่วนตัว เน้นบทบาทของชาวพุทธในการส่งเสริมความเข้าใจข้ามศาสนา และเสนอแนวทางส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนาในวันพระโดยไม่เปลี่ยนวันหยุดราชการ พร้อมผลักดันการฟื้นฟูสถาบันบ้าน วัด โรงเรียน เพื่อพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน โดยเสนอให้ปรับใช้หลักไตรสิกขาและภาวนา ๔ ในการจัดการศึกษาแบบองค์รวม ผ่านกิจกรรมที่เน้นการปฏิบัติจริงและออกแบบหลักสูตรวิถีพุทธศึกษาให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของรัชกาลที่ ๙ และเชิญชวนทุกฝ่ายร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนานี้
ขอเจริญพรท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ผู้ใส่ใจในการศึกษาที่มีเกียรติทุกท่าน อาตมาภาพเองได้จดคำถามที่คิดว่าน่าจะต้องตอบ สั้น ๆ ใน ๓ ประเด็นด้วยกัน แต่เนื่องด้วยว่าท่านสุดท้ายท่านได้เป็นห่วงเรื่องของการที่ คนรุ่นใหม่จะได้เข้าใจพุทธศาสนาได้อย่างแนบเนียนโดยในยุคที่คนนิยมวิทยาศาสตร์ ได้อย่างไร อาตมาภาพขออนุญาตปรารภในเรื่องของตนเอง อาตมาใช้เวลา ๒๕ ปี ในการศึกษาเล่าเรียน แล้วก็จบการศึกษาทางด้านคณะวิทยาศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ ด้านวิศวกรรมเคมี จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี แล้วก็ได้มาบวช โดยตอนแรกตั้งใจว่าจะบวชเพียงแค่ ๒ เดือน แต่การเรียนรู้ที่มีค่าที่สุดยิ่งอาตมาคิดว่าเป็น ภูมิปัญญามนุษยชาติจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้อาตมาได้ใช้ชีวิตเป็นพระภิกษุมาจนถึง ปัจจุบันจะ ๒๐ พรรษาในเข้าพรรษานี้แล้ว ในชีวิตทางโลก ๒๕ ปี กับชีวิตทางธรรมอีก ๒๐ ปี พระอาจารย์เชื่อว่าสิ่งที่เราได้ใช้ประสบการณ์ตรงและทำงานเรื่องการศึกษามาโดย ตลอดในช่วงที่เป็นพระ เราได้เห็นความลงตัวอย่างน่าอัศจรรย์ พระอาจารย์คิดว่าพุทธศาสนา เป็นยิ่งกว่าวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ยังมีขอบเขตอันจำกัดในบางด้านด้วยซ้ำ แต่พุทธศาสนาสามารถอธิบายสิ่งที่วิทยาศาสตร์อธิบายไปได้ไม่ถึงในหลาย ๆ ประเด็น พระอาจารย์คิดว่าอย่างน้อยที่สุดตัวแทนของคนรุ่นใหม่อย่างอาตมาก็เป็นตัวตอบได้ว่า ถ้าเราเข้าใจแก่นในลักษณะอย่างแท้จริงเราไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องเชย เรื่องลำบากเลย ในเรื่อง ของการที่เป็นห่วง ท่านสมาชิกบางท่านได้เป็นห่วงเรื่องของศาสนาอื่น เราจึงได้ใส่ประเด็น เรื่องของกิจกรรมในวันพระไว้ มีตัวอย่างในเรื่องของกิจกรรมศาสนิกสัมพันธ์ ซึ่งเป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้น ตัวอาตมาภาพเองมีลูกศิษย์ที่เป็นชาวต่างศาสนาจำนวนมาก อาตมาลงไปทำ กิจกรรมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายครั้ง แล้วก็พบว่าลูกศิษย์ที่เป็นศาสนิกอื่น รักในตัวพระอาจารย์มาก บางครั้งมากกว่าชาวพุทธด้วยซ้ำไป เขายังเป็นห่วงเราในเรื่อง ฉันเพล เป็นห่วงว่าผู้หญิงจะโดนตัวเราอะไรอย่างนี้ เขาจะแสดงออกมากับเราได้อย่างชัดเจน มีอยู่ครั้งหนึ่งพระอาจารย์ได้รับนิมนต์ไปที่โรงเรียนอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย เชื่อไหมว่าเขาทำเรื่องโรงเรียนวิถีพุทธด้วย เขาบอกเลยว่าที่เขาต้องทำเพราะว่าเวลาเด็ก ชาวมุสลิมไปละหมาดแล้วปัญหาคือเด็กพุทธไม่ค่อยมีศาสนาเท่าไร เขาก็คิดว่าโรงเรียน วิถีพุทธนี้ละอาจจะช่วยให้เด็กพุทธได้ปฏิบัติทางศาสนา และจะได้ไม่ไปก่อผลกระทบ ในทางลบกับโรงเรียนของเขา ในวัยเด็กเองอาตมาเรียนโรงเรียนลาซาล เป็นโรงเรียน คาทอลิก เพราะฉะนั้นเราเข้าใจในเรื่องของหลาย ๆ ศาสนาเป็นอย่างดี อย่างนั้นในรายงาน ฉบับนี้เราพบว่าการที่เราไม่ไปคิดแทนศาสนาอื่นเป็นเรื่องที่ดี ถ้าเราไปคิดวางแผน ให้ศาสนาอื่นจะเกิดการหวาดระแวงต่อกัน เพราะฉะนั้นในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ เป็นเจ้าบ้านที่มีพี่น้องอยู่ร่วมกันหลาย ๆ ศาสนา เราเป็นประชากรส่วนใหญ่เราต้องมีบทบาทนำและต้องจัดการ เพราะทุกวันนี้ที่เรามีปัญหา เพราะเราไม่มีศาสนาใช่ไหมครับ คนพุทธของเรา ครอบครัวของพุทธเราพอโดนวางยาให้แยก บ้าน วัด โรงเรียนออกจากกันเสื่อมทั้งหมด บ้านก็เสื่อม วัดก็เสื่อม โรงเรียนก็เสื่อม ถึงเวลาที่ เราต้องจัดการกับบ้านของเราเอง ถ้าบ้านของเราเองซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว คนที่ก่อคดีความ อะไรทั้งหลายไปดูสิครับ เป็นชาวพุทธจำนวนมากเลยที่บ้านไม่ทำหน้าที่ของบ้าน วัดไม่ทำ หน้าที่ของวัด โรงเรียนไม่ทำหน้าที่ของโรงเรียนอย่างที่ควรจะเป็น แยกกันเมื่อไรเสื่อม ดังนั้น การรวมกันก็เป็นเรื่องที่จะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างแน่นอน ก็ให้สบายใจกับท่านสมาชิกที่ เป็นห่วง เราได้เติมในส่วนของศาสนิกสัมพันธ์ไว้เพราะจะเป็นข้อต่อ ในเวลาที่ศาสนาอื่น ๆ เราเชื่อว่าเขาทำได้ดีมากอยู่แล้ว พระอาจารย์ก็มีประสบการณ์กับทุกศาสนา
ในส่วนของท่านหนึ่งที่มีความกังวลเรื่องของวันหยุด พระอาจารย์คิดว่า อาจจะอ่านอย่างรวดเร็ว เราไม่ได้เสนอให้เปลี่ยนวันหยุดกลับมาเป็นวันหยุดวันพระ เราไม่ได้ ไปแตะต้องเรื่องการเปลี่ยนวันหยุด แต่ว่าทำอย่างไรจะทำให้เกิดการซ่อมแซมหรือเยียวยา พฤติกรรมเบี่ยงเบนในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ให้วัดได้ใช้วันอาทิตย์เป็นวันของครอบครัว แต่ในส่วน ของวันพระเราคิดว่าการที่ไม่ได้หยุดก็เป็นเรื่องดีที่จะทำให้ภาคราชการและภาคโรงเรียน สามารถอำนวยการหรือสั่งการให้เด็กในโรงเรียนไปจัดกิจกรรมได้ ถ้าหยุด โรงเรียน ก็ไม่สามารถจะนำเด็กไปทำกิจกรรมได้ เพราะฉะนั้นบนความไม่หยุด เราเอาจุดแข็ง ของความไม่หยุดมาใช้ในการบริหารจัดการของภาคราชการและโรงเรียนในการจัดกิจกรรม ที่วัดในวันพระ วันเพ็ญได้ ส่วนที่มีวันหยุดเป็นวันหยุดราชการอยู่แล้ว ๓ วัน ก็จะเป็น การพิสูจน์ว่าถ้าภาครัฐหรือภาคโรงเรียนไม่สั่ง ถ้าภาคประชาชนจะทำเอง ๓ วันโดยที่เป็น วันหยุดจะทำได้ไหม เราสามารถจัดการเรียนรู้ในลักษณะเช่นนั้นได้ ก็มีโรงเรียนที่พยายาม ฟื้นวันพระอยู่แต่อาจจะไม่มีเวลาอธิบายในที่นี้
อีกท่านหนึ่งจะมีความกังวลในเรื่องของว่าถ้าเราใช้หลักไตรสิกขาและภาวนา ๔ จะสูงเกินไปไหม พระอาจารย์ขออนุญาตที่จะทำความเข้าใจว่าหลักไตรสิกขาและภาวนา ๔ เป็นตัวแทนให้เห็นว่าพระพุทธศาสนาเป็นการศึกษา คือมองการพัฒนามนุษย์เป็นหัวใจ อย่างเป็นองค์รวม ก็เหมือนกับที่เราบอกว่าเราจะต้องจัดการเรียนรู้แบบเลิร์นนิง บาย ดูอิง (Learning by Doing) ของจอห์น ดิวอี้ เราจะต้องทำมัลติเพิลอินเทลลิเจนซ์ (Multiple Intelligences) ของโฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ เราจะต้องทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ของท่านนั้นท่านนี้ เด็กไม่ได้แปลว่าต้องมาเรียนมัลติเพิลอินเทลลิเจนซ์ (Multiple Intelligences) ของโฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ เด็กไม่จำเป็นต้องมาเรียนเรื่องเลิร์นนิง บาย ดูอิง (Learning by Doing) ของจอห์น ดิวอี้ แต่ครูหรือผู้จัดการเรียนรู้ต้องเข้าใจแล้วก็ทำให้ง่ายที่เด็กเขาจะทำ ในกิจกรรมของเขา ฉันใดก็ฉันนั้น เพราะฉะนั้นตัวครู ตัวผู้บริหารจำเป็นต้องเข้าใจหลักการ จัดการศึกษาอย่างเป็นองค์รวมตามหลักการนี้ แต่เด็กก็ไม่จำเป็นต้องมานั่งท่องจากธรรมะ ซึ่งตรงนั้นอาจจะว่ายาก เพราะฉะนั้นเราจึงมีข้อเสนอส่วนหนึ่ง ถ้าทุกท่านเห็นอยู่ในข้อเสนอ เรื่องของการออกแบบหลักสูตรวิถีพุทธศึกษาที่เน้นให้ออกแบบอาการตามวัยเพื่อให้เด็ก ได้เรียนรู้ เข้าใจง่าย แล้วก็เริ่มยากขึ้นไปตามลำดับตามวัยของเขา และเน้นให้การปฏิบัติจริง ในวิถีชีวิต อันนี้ก็เป็นเรื่องที่คิดว่าน่าจะเป็นคำตอบในความห่วงใยจากท่านสมาชิกทุกท่าน ที่ได้เสนอมา และพระอาจารย์รู้สึกอนุโมทนา รู้สึกว่าเป็นพลังบุญอย่างยิ่งเลยจากทุก ๆ ท่าน ไม่ว่าข้อเสนอแนะจะมีประเด็นใด ๆ ก็ตาม พระอาจารย์ขออนุญาตน้อมรับที่จะนำมาใส่ และให้ทุกท่านได้มีส่วนร่วมแห่งบุญกุศลที่เราจะทำร่วมกัน โดยเฉพาะเราจะน้อมถวาย พระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ให้เป็นอนุสรณ์แห่งความดีงามที่ท่านพระราชทานให้เรา สืบต่อไปอย่างยั่งยืน ขอให้ทุกคนในที่นี้แม้ไม่ได้อภิปรายได้มีส่วนร่วมแห่งบุญกุศลนี้ ขออนุโมทนา เจริญพร