สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สนับสนุนการจัดการศึกษาวิถีพุทธที่สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์และวิถีชีวิตสมัยใหม่ โดยเน้นการสื่อสารผ่านเทคโนโลยีเพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่าย และเสนอให้ส่งเสริมความสุขควบคู่กับการแก้ทุกข์ในหลักธรรม เพื่อสร้างวิถีชีวิตที่ยั่งยืน
นมัสการพระคุณเจ้า ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลำดับที่ ๑๕๓ ผมขอขอบพระคุณและชื่นชมคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา นำโดยท่านวิวัฒน์ ศัลยกำธร ที่ได้นำเสนอเรื่องการจัดการศึกษาวิถีพุทธ เพื่อการปฏิรูปการศึกษา ให้สร้างคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตาม ความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ผมเห็นด้วยกับการนำเสนอโดยนำหลักบวรวิถีพุทธ หรือบ้านวิถีพุทธ วัดวิถีพุทธ โรงเรียน วิถีพุทธ และเห็นด้วยที่ให้มีการพัฒนาหลักสูตรในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิถีพุทธ แต่ที่สำคัญก็คือ การพัฒนาครูผู้สอนวิถีพุทธ ซึ่งครูในที่นี้นอกจากครูที่โรงเรียนแล้วคงหมายรวมถึงครูที่บ้าน สำหรับครูที่วัดนั้นเป็นที่ประจักษ์แจ้งอยู่แล้วว่าพระสงฆ์องค์เจ้าเป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ ในการเผยแพร่คำสอนทางด้านพุทธศาสนา ผมเห็นด้วยกับหลายท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่าน พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ ขออนุญาตเอ่ยนาม และอีกหลายท่านที่ได้กล่าวว่า เรื่องของวิถีพุทธนั้นเป็นเรื่องของวิถีชีวิต เพราะฉะนั้นในระบบบวรเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ที่สำคัญพอ ๆ กันก็คือระบบนอกบ้าน นอกวัด และนอกโรงเรียน เป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับ วิถีชีวิตโดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ คนรุ่นปัจจุบัน หรือคนรุ่น ในอนาคต วิถีพุทธสำหรับคนที่อยู่ในห้องนี้ เป็นเรื่องปกติธรรมดา ทุกท่านทราบกันดีอยู่แล้ว แต่ทำอย่างไรให้วิถีพุทธตกไปถึงคนรุ่นใหม่ ตกไปถึงคนรุ่นปัจจุบัน หนุ่มสาว คนรุ่นเด็กที่จะเป็นเยาวชนและผู้ใหญ่ต่อไปในอนาคต การที่ จะทำให้วิถีชีวิตของคนเหล่านั้นดำเนินไปในแนวของวิถีพุทธ ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้ การศึกษาเป็นการศึกษาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนเหล่านั้น ซึ่งกระผมขอเรียนว่าทางด้าน สาระนั้นคงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำหลักศาสนาสอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก ได้กล่าวถึงเรื่องพุทธปรัชญาไว้ว่า เป็นปรัชญาที่สอดคล้องกับหลักการของทางวิทยาศาสตร์ และนอกจากนั้นยังมีผู้รู้ อีกหลายท่านได้โยงธรรมะเข้ากับหลักวิทยาศาสตร์อย่างกลมกลืนและเห็นได้ชัด เพราะว่า คนรุ่นใหม่ คนรุ่นปัจจุบันและอนาคตนั้น เชื่อถือในสิ่งที่อธิบายด้วยเหตุผลได้ เพราะฉะนั้น เมื่อโยงหลักวิถีพุทธกับหลักวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน ก็จะทำให้ความเชื่อถือ ความศรัทธา ความอยากรู้ ความอยากดำเนินชีวิตแบบวิถีพุทธเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น สำหรับคนรุ่นใหม่แล้ว เมื่อได้ฟังในเรื่องของวิถีพุทธ ได้ฟังในเรื่องของศาสนา คนรุ่นใหม่หลายคนเกิดมาพร้อมกับ ความหวัง พร้อมกับความคิดที่เจิดจ้าสำหรับปัจจุบันและอนาคต คิดถึงความสุขที่จะมี แต่ในหลายกรณีการให้การศึกษาในเรื่องของพุทธนั้นไปเน้นในด้านเดียว ก็คือเน้นในเรื่องของ ความทุกข์ เน้นในเรื่องว่าจะแก้ไขความทุกข์ได้อย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้ที่มีความทุกข์ แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่มีความทุกข์ แท้ที่จริงแล้ววิถีพุทธเป็นวิถีที่นำมาซึ่งความสุข ผมจึงเห็นว่า ทางด้านสาระแล้วควรจะต้องเน้นวิถีพุทธที่ส่งเสริมในเรื่องของความสุขให้มากยิ่งขึ้น ควบคู่ ไปกับวิถีพุทธที่แก้ไขปัญหาให้หลุดพ้นจากความทุกข์ เมื่อเป็นเช่นนี้วิธีการในการดำเนินการ ต่าง ๆ ก็จะต้องสอดคล้องกับวิถีทางเช่นนี้ เช่นในกรณีของหมู่บ้านพลัมที่ประเทศเวียดนาม นำโดยท่านติช นัท ฮันห์ ท่านก็ใช้วิธีการของการสวดมนต์ในลักษณะเดียวกับการร้องเพลง คนรุ่นใหม่ที่เข้าไปก็มีความรู้สึกว่าน่าสนใจ น่าตื่นใจ น่าเรียนรู้ และได้แฝงธรรมะติดตัว เข้าไปด้วย เพราะเป็นวิธีการสื่อสารที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนรุ่นนี้ ในเมืองไทย พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี ก็นำหลักการที่ทำให้คนรุ่นใหม่สามารถที่จะเข้าถึงวิถีพุทธได้อย่าง กลมกลืน และคนรุ่นใหม่เริ่มเข้ามาสู่วิถีพุทธได้มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นในเรื่องของการศึกษา นอกเหนือจากที่ท่านได้นำเสนอเป็นอย่างดีแล้ว ก็ควรจะเป็นการศึกษาที่ไม่เป็นทางการ การศึกษาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตสมัยใหม่ ซึ่งมีอีกวิธีหนึ่งก็คือวิธีการในการให้การศึกษา ผ่านทางเทคโนโลยีสารสนเทศ วิถีชีวิตของคนปัจจุบันนั้นเป็นวิถีชีวิตที่เป็นสังคมก้มหน้า เป็นวิถีชีวิตที่อยู่กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ อยู่กับแท็บเล็ต (Tablet) อยู่กับคอมพิวเตอร์ อะไรก็ตามที่ผ่านเข้ามาทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ แท็บเล็ต (Tablet) และคอมพิวเตอร์ จะเป็น สิ่งที่คนรุ่นใหม่ยอมรับ ซึมซับ และกลายเป็นวิถีชีวิตของเขา เพราะฉะนั้นถ้าหากจะให้ วิถีพุทธเป็นวิถีที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เป็นไปในปัจจุบันและในอนาคต ก็จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องให้การศึกษา ให้การสื่อสาร ให้การซึบซับในเรื่องของวิถีพุทธผ่านทางเทคโนโลยี สารสนเทศดังที่ได้กล่าวแล้ว ก็จะทำให้วิถีพุทธนั้นสอดคล้อง กลมกลืนกับวิถีชีวิต และสำหรับผู้ที่อยู่ในระดับเป็นนักบริหาร ได้มีผู้รู้หลายท่านที่เชื่อมโยงหลักธรรมะ ของพระพุทธองค์ ที่สอดคล้องกับหลักของการบริหาร เมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะทำให้นักบริหารมีความรู้สึกว่า แท้ที่จริงแล้วพระพุทธศาสนาหรือวิถีพุทธที่ดูแล้วฟังคร่าว ๆ จะเหมือนเป็นเรื่องคร่ำครึ กลายเป็นว่ามีหลักธรรมะที่สอดคล้องกับวิธีการบริหารในสมัยใหม่มากมายด้วยกัน ถ้านำ วิถีพุทธมาสอดคล้องกับหลักของการบริหารด้วยก็ยิ่งทำให้การเผยแพร่ทางด้านวิถีพุทธ ซึมซับเข้าไปในวิถีของการบริหาร และส่งผลให้องคาพยพ องค์กร สังคม และประเทศชาติ ได้พัฒนาไปโดยอาศัยหลักของการบริหารตามวิถีพุทธด้วย โดยสรุปคือผมขอสนับสนุน และเห็นด้วยกับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการในการดำเนินการโดยบวรวิถีพุทธ ในการพัฒนาหลักสูตร ในการพัฒนาครูที่เกี่ยวข้อง แต่ก็อยากจะเสริมว่าควรจะสอดคล้องกับ วิถีชีวิต สอดคล้องกับการนำวิทยาศาสตร์เข้ามาอธิบาย สอดคล้องกับการนำหลัก เรื่องการบริหารเข้ามาอธิบาย สอดคล้องกับการทำให้การสอนธรรมะนั้นเป็นเรื่องที่ สนุกสนานได้ รื่นรมย์ได้ ซึมซับเข้าไปในวิถีชีวิตได้ และสอดคล้องกับการสื่อสารในวิถีชีวิต สมัยใหม่ผ่านทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ผ่านทางด้านสื่อสังคม เป็นต้น ขอบพระคุณครับ