กิตติ สนับสนุนรายงานปฏิรูปการศึกษาวิถีพุทธ เพื่อสร้างคนดี

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๐

กิตติ กิตติโชควัฒนา สนับสนุนการจัดการศึกษาวิถีพุทธเพื่อสร้างคนดีตั้งแต่เด็ก โดยเน้นความร่วมมือของครอบครัว โรงเรียน และสังคม พร้อมยกตัวอย่างความสำคัญของการอบรมเลี้ยงดูในวัยเด็กและการมีอยู่ของโรงเรียนพระดาบสที่ช่วยเหลือเยาวชนด้อยโอกาส

นายกิตติ กิตติโชควัฒนา

กราบนมัสการพระคุณเจ้า กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กิตติ กิตติโชควัฒนา สปท. ๑๐ จากจังหวัดยะลา ท่านประธานครับ ผมได้อ่านรายงานฉบับนี้พอสมควรและเห็นการเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เรื่อง การจัดการศึกษา วิถีพุทธเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ให้สร้างคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตาม ความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ยิ่งไปกว่านั้นวันนี้ก็มีพระคุณเจ้าได้เมตตากรุณามาให้สิ่งที่เป็นวิทยาทานกับพวกเราในเรื่อง ที่จะทำให้คนตั้งแต่เด็กเป็นคนดีจนวาระสุดท้าย นอกจากนั้นแล้วในที่ประชุมยังเปี่ยมไปด้วย สมาชิก สปท. ที่ต่างอภิปรายด้วยความปรารถนาดี เสนอแนะอย่างเอาจริงเอาจัง ตั้งอยู่บนฐาน แห่งความบริสุทธิ์ใจ ท่านประธานครับ ผู้รู้กล่าวว่าถ้ามีสิ่งที่เป็นมงคลในการประกอบ กิจการใดก็ตาม การประชุมที่นี่ก็แล้วแต่ถ้าสิ่งที่เป็นมงคลบังเกิด ๓ ประการ ถ้าบังเกิดขึ้นกับ ครอบครัว ครอบครัวก็จะมีความสุข สิ่งที่เป็นมงคลทั้ง ๓ ประการ ถ้าบังเกิดขึ้นกับชุมชน ชุมชนก็จะมีความเข้มแข็ง ถ้าสิ่งที่เป็นมงคลบังเกิดแก่ชาติบ้านเมือง ชาติก็จะมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน อย่างที่พวกเรากำลังพูดคุยกันเฉกเช่นวันนี้เป็นต้น ท่านประธานครับ ผมคิดว่า สิ่งที่เรากำลังปลุกปั้นหลายครั้งหลายเรื่องต่างล้วนแต่มุ่งไปที่เรื่องของสร้างคนดี วันนี้ก็เช่นกัน เรามุ่งเรื่องที่จะสร้างคนดีตั้งแต่เด็กก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องที่ถูกต้องถูกทาง ผมไม่ขออภิปรายในรายละเอียด เพราะคิดว่าสิ่งที่บรรดาท่านสมาชิกรวมไปตลอดจนถึง คณะกรรมาธิการได้นำเสนอนั้นผมเห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เรียกว่าไม่ออกคะแนนเสียง หรือว่าไม่เห็นด้วยไม่มีแน่นอน สำหรับผมยกมือกดคำว่าเห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องเด็กเป็นเรื่องใหญ่ ผมเป็นคนเกิดนราธิวาส บ้านผมนี่มุสลิม ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเล็ก ๆ ไม่เพียงแต่สนใจให้ความสำคัญศึกษาเอาจริงเอาจัง เรื่องศาสนาพุทธ แต่ก็ให้ความสำคัญในเรื่องศาสนาที่ไม่ใช่ผมนับถือ แต่ผมต้องเข้าใจรู้เรื่อง เพราะจะต้องอยู่ด้วยกัน เช่น ศาสนาอิสลาม เป็นต้น ในห้วงเดือนรอมฎอนอย่างเช่นเดือนนี้ ผมจำได้สมัยเป็นนายอำเภอรือเสาะ เคยไปฟังโต๊ะครูบรรยายธรรม ก็คือหลังจากละหมาด ให้แล้วก็จะมีการบรรยายธรรม โต๊ะครูบอกว่ามนุษย์เรานั้น คนเรานั้น หรือลูก เป็นทรัพย์สมบัติ อันมีค่าที่พระเจ้าประทานให้กับพ่อแม่เป็นรางวัลที่มีคุณค่าสูงสุด ก็คือมนุษย์ที่พระเจ้าประทาน ให้กับคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ให้มา เพราะฉะนั้นเราจะเรียกว่าไม่สำคัญได้อย่างไรในเมื่อ เป็นสิ่งที่พระเจ้าให้มา เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทานมา ฟ้าดินประทานมา จึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่มันเป็นอะไรเกิดขึ้นมา สิ่งที่พระเจ้าหรือว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทานให้กับมนุษย์คนเป็นพ่อ เป็นแม่นั้น จึงละเลยทำให้เด็กเหล่านี้เสียผู้เสียคน ทุกวันนี้เราต้องยอมรับความจริงว่า เด็กต่าง ๆ ที่เกิดมาจากคุณพ่อคุณแม่ที่จะฝากผีฝากไข้กับลูกที่เป็นรางวัลที่พระเจ้าหรือว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทานมาให้นั้นเสียผู้เสียคนมันอะไรบังเกิดขึ้น เราก็มาตกมาแต่งมาจัดการกัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เรามาเริ่มที่ถูกทางแต่ก็ทำท่าจะสาย เพราะแต่ละวัน ๆ ไม่ใช่เรื่องเด็กอย่างเดียว ผู้ใหญ่ก็เป็นด้วย เพราะผู้ใหญ่ก็มาจากเด็กเป็นทอด ๆ กันมาตลอด เพราะฉะนั้นถ้าเด็กวันนี้ไม่ดี แน่นอนผู้ใหญ่วันหน้าก็ไม่มีทางที่จะดีเกิดขึ้นได้ ผู้ใหญ่วันนี้ไม่ดี ก็เด็กที่แล้วมาเช่นกัน เพราะฉะนั้นเด็กจะดีหรือไม่ดีก็เริ่มอย่างที่ท่านประธานบอกว่าเริ่มจาก การฝึกอบรมสั่งสอนตั้งแต่ในบ้าน ท่านประธานครับ ผมจำได้เด็กเล็ก ๆ นอนในเปลร้องไห้ แม่ก็ขับกล่อมด้วยทำนองเพลงที่ไพเราะ ทำให้เรานอนหลับ ทำให้เราเป็นคนที่อารมณ์ดี เบิกบาน สดชื่น จะไม่เป็นคนที่หุนหัน ด้วยทำนองเพลงที่ไพเราะ พอโตขึ้นมาหน่อยพูดกัน รู้เรื่องก็สั่งสอนอบรมจิตใจด้วยบทกลอนที่ไพเราะ ทำให้เราจับจิตจับใจในเรื่องบทกลอน ที่จะไม่ทำชั่ว พยายามทำดี นั่นก็คือความพยายามของคนเป็นพ่อเป็นแม่ แต่คนเป็นพ่อ เป็นแม่ก็ไม่แน่เสมอไปในยุคนี้เดี๋ยวนี้มันเป็นอย่างไรขึ้นมา สิ่งที่น่าเป็นห่วงขณะนี้ก็คือ เยาวชนจำนวนมากที่ยังหลงทางอยู่ ตอนเล็ก ๆ โอกาสในการเรียนรู้เพราะพ่อแม่ อย่างที่ พระคุณเจ้าพูดถึงว่าต้องให้ความรู้ความสำคัญกับพ่อแม่ ลูกที่เกิดมาก็จะได้ดีตามพ่อแม่ อบรมสั่งสอน รวมไปตลอดจนถึงโรงเรียนและสังคมที่คอยดูแลปกป้องคนละไม้คนละมือ แต่เดี๋ยวนี้ก็มีเยาวชนอีกจำนวนมากที่หลงทิศหลงทาง ขาดโอกาส ไม่มีโอกาสที่จะไปศึกษา เพิ่มเติม ที่น่ายินดีก็คือว่าองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงห่วงใยเรื่องนี้ จึงจัดตั้งโรงเรียนพระดาบสเพื่อรับเอาเยาวชนที่ด้อยโอกาส ขาดโอกาสในระหว่างที่แล้วมา มาเข้าโรงเรียน ในขณะเดียวกันจังหวัดชายแดนภาคใต้ของผม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระองค์ท่านก็ขยายผลไปจัดตั้งโรงเรียนพระดาบสที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ผมโชคดีครับ ตอนเริ่มต้นนั้นได้มีโอกาสเป็นประธานโครงการโรงเรียนพระดาบส และในขณะเดียวกันก็ได้มีโอกาสเป็นฝ่ายวิชาการที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนพระดาบส ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้ผมคิดว่าหลายท่านคงจะทราบดีรับเยาวชนในพื้นที่ทุก ๆ ศาสนา ผู้ที่ขาดโอกาส ได้เรียน เอาทั้งพุทธทั้งมุสลิมมาเรียนร่วมกัน อันนี้ผมคิดว่าน่าจะเข้ากับทิศทางที่เรากำลังพูดถึง เพียงแต่ว่าเราเน้นย้ำเรื่องพุทธ แต่ความจริงคำว่า พุทธ ในที่นี้น่าจะหมายถึง ความดี เพราะฉะนั้นอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นความดีก็เป็นวิถีแห่งความดี เพราะฉะนั้นทั้งพุทธ ทั้งมุสลิม ที่เอามาอยู่ด้วยกัน เรียนด้วยกัน ศึกษาเรียนรู้ด้วยกัน เรียกได้ว่ารู้เขารู้เราอันนี้จะก่อให้เกิด ภูมิคุ้มกันอย่างดี เพราะฉะนั้นโรงเรียนพระดาบสน่าจะเป็นโรงเรียนต้นแบบที่ท่านบอกว่า ในระบบปิด ๓-๔ เดือนแรกเรียนเรื่องวินัย เรื่องคุณธรรมจริยธรรม เรื่องศาสนาของทั้ง ๒ ฝ่าย เพื่อให้ปลูกฝังในเรื่องความดี ให้เด็กเหล่านี้ตั้งแต่เกิดจนเป็นเยาวชนที่ขาดโอกาสในเรื่องของ การเรียนรู้เรื่องคุณงามความดี เพื่อผูกจิตผูกใจให้ฝังตัว เพราะฉะนั้นลักษณะโรงเรียนพระดาบส ผมคิดว่าจะก่อประโยชน์ให้สูงสุดสำหรับผู้ที่ด้อยโอกาส ขาดโอกาส สูญเสียโอกาสในขณะที่ ยังเป็นเยาวชนอยู่ พอเข้ามาในนี้แล้วระยะ ๓-๔ เดือนแรก ท่านประธานครับ ทุกอย่างเปลี่ยนไป จากเดิมหมด เดิมทีเดียวมาพูดก็ไม่รู้เรื่อง ผมเป็นคนสัมภาษณ์เด็กที่มาเรียน เนื่องจากผม พูดภาษามลายูได้ก็สามารถที่จะสัมภาษณ์ได้ บางคนจบ ม. ๖ แล้วยังพูดไม่ค่อยรู้เรื่องก็มีเยอะ มาเรียนต่อในโรงเรียนพระดาบส บางคนจบ ป. ๔ ขาดไปนาน เข้ามาไม่รู้เรื่องติดยาก็มี เพราะฉะนั้นผมคิดว่าลักษณะของโรงเรียนพระดาบสนั้นน่าจะเป็นต้นแบบอย่างหนึ่ง ที่ในหลวงทรงให้ไว้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเอาไปขยายผล ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เอาเด็กที่มีความต่างในเรื่องวิถีชีวิตมาเรียนร่วมกันเพื่อจะได้เกิด การรู้เขารู้เรา ในขณะเดียว ระยะที่ ๒ ก็ไปฝึกเรื่องอาชีพ ระยะที่ ๓ ก็ส่งไปฝึกงานทั้ง ๓ ระยะ ก็จะกินอยู่ด้วยกันทั้งเด็กพุทธและเด็กมุสลิมเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน การเรียนรู้ ซึ่งกันและกันนั้นอย่างที่ผมเรียนเมื่อสักครู่ว่าจะเกิดภูมิคุ้มกันไม่ทำให้เกิดการผิดพลาด ในทางปฏิบัติต่อกัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าโรงเรียนพระดาบสนั้นน่าจะเป็นต้นแบบในการอยู่ ร่วมกันของวิถีชีวิตที่มีความหลากหลาย ก็ขออนุญาตเสนอเป็นประเด็นข้อคิดซึ่งพระองค์ท่าน ได้ดำริไว้ดีมาก เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองอย่างมาก และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็นำไปขยายผลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมภูมิใจครับ แต่ขณะนี้ ผมได้ลาออกจากโรงเรียนพระดาบสเพราะติดเรื่อง สปท. ผมก็เลยลาออกเกรงว่าจะเสียงาน เสียการ ขอบคุณครับท่านประธาน