วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ สนับสนุนรายงานการปฏิรูปการศึกษาผ่านแนวทางวิถีพุทธ โดยเน้นการส่งเสริมคุณค่าทางจิตใจและสังคม พร้อมเสนอให้ปรับการจัดการศึกษาให้เน้นการพัฒนาตนเองด้วยสติปัญญา ลดการแข่งขันที่นำไปสู่การประพฤติมิชอบ และส่งเสริมคุณธรรมในโรงเรียน ครอบครัว และวัด โดยยึดธรรมะเป็นหลัก รวมถึงเรียกร้องให้มีระบบวัดผลและประกันคุณภาพการศึกษาที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพุทธศาสนา ไม่ผูกติดกับแบบสากลเพียงอย่างเดียว
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ กระผม วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ จะขอร่วมอภิปรายสนับสนุนรายงาน ของคณะกรรมาธิการ เรื่อง การจัดการศึกษาวิถีพุทธเพื่อการปฏิรูปการศึกษา พอสังเขปดังนี้
ประเด็นที่ ๑ ผมคิดว่าเป็นสาระสำคัญที่อยากจะให้มีการกล่าวให้ชัด พูดให้ชัดว่าการศึกษาวิถีพุทธนั้นโดยนิยามแล้วหมายความว่าอย่างไร ถ้าเรานิยามให้ชัดไปถึงรากศัพท์ ถึงความเข้าใจของวิถีพุทธอย่างแท้จริงนั้น ผมคิดว่า เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการที่จะนำไปสู่การปฏิรูปการศึกษา ผมทราบดีว่าการศึกษานั้น มีศัพท์รากฐานสำคัญมาจากคำว่า สิกขา ก็คือการที่รู้จักการมองเห็น การเห็นอะไร ถ้าเรา บอกว่าเห็นในเชิงวิถีพุทธ ก็บอกว่าเห็นอย่างผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน หรือการศึกษาที่เราเห็นแล้ว ทำให้มีปัญญา ไม่ใช่ความเห็นแบบงมงาย หรือความเห็นแบบฟังต่อ ๆ กันมา แต่คงเป็น ความเห็นหรือการที่เราจะต้องรู้จักการใช้เหตุใช้ผล ผมคิดว่ามีคำสำคัญหลายคำที่ควรจะต้อง เป็นปรัชญาตั้งแต่เบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่รู้จักตนเอง การเห็นที่ดีที่สุดก็คือ การที่เราต้องรู้จักตนเอง เข้าใจในสภาวะธรรมชาติของตนเอง เข้าใจในสภาวะกำลังสติปัญญา ของเราเอง และตรงนั้นคงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่เราจะพัฒนาตนเองได้ว่าเรานั้นควรต้องเสริม ต้องสร้างอะไร อย่างไร เพื่อให้รู้เท่า รู้ทัน รู้กัน รู้แก้ในการใช้ชีวิตตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึง เชิงตะกอน ดังนั้นวิถีพุทธผมคิดว่าคงอธิบายมากกว่าการจะใช้ชีวิตอยู่แค่บ้าน วัด และโรงเรียนเท่านั้น จริงว่าบ้าน วัด โรงเรียนนั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราไม่สามารถ อยู่คนเดียวได้ เราต้องอยู่ร่วมกัน แต่คำว่า บ้าน วัด โรงเรียนนั้นคงจะเหมาะกับวิถีของไทย เพราะวิถีของไทยเราผูกพันกันเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ แล้วเราก็มีชุมชน มีการอุปถัมภ์ ค้ำจุนอยู่ มีความเกื้อกูลอยู่ เราจะใช้วิถีพุทธในการอธิบายอย่างไรว่าถ้าเราเกื้อกูล เราส่งเสริม ในการอุปถัมภ์กันแล้วเราต้องไม่โกง เราต้องไม่เล่นพรรคเล่นพวก แต่การรวมกลุ่มเป็น ครอบครัวทำให้เรามีความเป็นปึกแผ่นเหนียวแน่น เรายอมรับในสิ่งที่เป็นพวกพ้องกัน เราจะแก้อย่างไร บ้าน วัด โรงเรียน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องให้ความรู้ ความเข้าใจในเชิง วิธีคิดเรื่องนี้ตั้งแต่เริ่มต้น นอกจากนี้ท่านคงเห็นว่าโดยหลักของพระพุทธศาสนานั้น ถ้าพูดถึง การศึกษาหรือการมองเห็นตนเองนั้นมีจุดสูงสุดอยู่ถึงการหลุดพ้น การหลุดพ้นที่สำคัญคืออะไร ตรงนี้ผมคิดว่าคงเป็นสาระที่อยากจะให้เห็นว่าถ้ามาปฏิบัติธรรมที่บ้านก็สามารถหลุดพ้นได้ ปฏิบัติธรรมที่วัดก็สามารถหลุดพ้นได้ หรือชุมชน แต่ต้องมีทางออกให้กับวิถีชีวิตของพวกเรา คือการแก้ปัญหานั่นเอง ในความหมายของการหลุดพ้นนั้นไปไกลครับ ทำให้เราเลิก ลด ละในการแข่งขัน ผมคิดว่านี่คือเนื้อหาสาระสำคัญ ถ้าการศึกษานำไปสู่การแข่งขัน คงไม่ใช่วิถีพุทธ เพราะวิถีพุทธนั้นเราเน้นในเรื่องของการเลิก ลด ละ แต่ถ้าเราแข่งขัน เพื่อให้ครอบครองทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด แข่งขันกันเพื่อให้ได้ที่ ๑ แข่งขันเพื่อให้สอบกัน ทุกวิถีทางและทำลายระบบคุณธรรมคือโกงสอบ หรือนำไปสู่การประพฤติมิชอบต่าง ๆ นำไปสู่ สิ่งที่เรียกว่าพฤติกรรม และแน่นอนเมื่อสั่งสมมาก ๆ จึงกลายเป็นวัฒนธรรม เราถูกหลายชาติ มองว่าในเมื่อวิถีชีวิตของเรา อุดมการณ์สูงสุดของเราคือการนับถือศาสนาพุทธ แต่ใยเล่า พฤติกรรมของเรานั้นถึงไม่มีโอกาสที่จะอธิบายตามวิถีพุทธได้เลย ผมคิดว่าครั้งนี้เป็น การเปิดประเด็นที่สำคัญที่จะจุดความสำคัญว่าปรัชญาสูงสุดของการศึกษานั้นคืออะไรกันแน่ ถ้าเราดูในการศึกษาที่เราพยายามอธิบายว่าเราจำเป็นจะต้องเอาชนะกัน จำเป็นจะต้อง เอาให้ได้ที่ ๑ กัน จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรที่ดีที่สุด ให้ทันสมัยที่สุด ผมว่าตรงนี้น่าจะทบทวนว่า ปรัชญาวิถีพุทธของเรานั้นรองรับวิธีคิดอย่างนี้หรือไม่ อย่างไร ดังนั้นตรงนี้คือประเด็น สาระสำคัญที่ผมบอกว่าอยากให้นิยามในเรื่องของการศึกษาวิถีพุทธให้ชัด
ประเด็นต่อมา เนื้อหาของวิถีพุทธมีมากมาย หลักธรรมะ คำสั่งสอน มีมากมาย ท่านพุทธทาสบอกว่าให้เราถือธรรมะคือการทำหน้าที่ การทำหน้าที่จึงเป็น หัวใจสำคัญ แม้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็เป็นครั้งแรกเหมือนกันว่าเรามีหน้าที่ที่ต้อง บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าน่าสนใจนะครับ ถ้าเราบอกว่าธรรมะคือหน้าที่ และหน้าที่ที่พึงปฏิบัติเมื่ออยู่ในครอบครัวควรทำอะไร เมื่ออยู่ในสถานที่ที่เราไปกราบไหว้บูชา แบบเดิม ๆ เป็นหน้าที่ที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะวัดวันนี้มี ๓๐,๐๐๐ กว่าวัด ไม่แน่ใจว่า มากกว่านั้นหรือเปล่า แต่เป็นวัดร้างเสียเยอะเหลือเกิน เราจะปรับเปลี่ยนวิธีคิดทำให้วัด เป็นวัดอย่างแท้จริงได้อย่างไร ครอบครัวเป็นครอบครัวที่แท้จริงได้อย่างไร และแน่นอนครับ โรงเรียนก็เป็นโรงเรียนในแนวของการที่สร้างพลเมืองไปรองรับสนับสนุนวัฒนธรรมที่จะเป็น วิถีพุทธได้อย่างไรที่จะให้เกิดการหลุดพ้นอย่างแท้จริง ซึ่งแน่นอนว่าคงเป็นเรื่องยาก มันก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หลักการดังกล่าวประคับประคองที่ทำให้สังคมเป็นคนดี ให้มีคนดีเกิดขึ้น ดังนั้นหลักสำคัญประการหนึ่งที่ผมคิดว่าเมื่อพูดถึงตรงนี้แล้ว เรายึดธรรม เป็นใหญ่ นั่นหมายความว่าเราควรจะต้องมีคำสอนที่น่าจะหนักแน่นให้มากขึ้นว่าเราจะ ประพฤติอะไรก็แล้วแต่ในระดับบ้าน วัด หรือโรงเรียน ต้องยึดธรรมเป็นใหญ่ เราจะปกครอง ในระยะเปลี่ยนผ่านที่อาจจะไม่ใช่เรียกว่าประชาธิปไตย หรือวันข้างหน้าจะเป็น ประชาธิปไตย เราก็ต้องอธิบายในหลักการให้เห็นภาพว่าไม่ว่ารูปแบบการปกครอง จะปกครองด้วยระบอบอะไรก็แล้วแต่ ก็สามารถที่จะสร้างความจำเริญหรือการทำหน้าที่ ที่นำไปสู่การพัฒนาได้ ที่เรียกว่าธรรมาธิปไตยหรือธรรมเป็นใหญ่ได้ทั้งสิ้น ผมคิดว่านี่คือ จุดสำคัญของหลักพุทธศาสนาที่เราพยายามเอามาใช้ในการปกครองการบ้านการเมือง ว่าถ้าธรรมเป็นใหญ่แล้วประโยชน์สุขหรือความสุขนั้นต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยที่อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นประชาธิปไตยก็ได้ นี่คือหลักที่ผมคิดว่าน่าจะสอดคล้องกับ การศึกษาวิถีพุทธ นอกจากนี้หลักสำคัญอีกประการหนึ่ง ผมคิดว่าวันนี้มีการวัด และประกันคุณภาพเกิดขึ้นตามกฎหมาย แต่การวัดและประกันคุณภาพของวิถีพุทธผมอยาก ให้เป็นอัตลักษณ์เฉพาะ ที่ฝรั่งหรือต่างประเทศในวันข้างหน้าต้องเอาเราไปอ้างอิงว่า ถ้าจะวัดและประเมินการศึกษาในวิถีพุทธแล้ว ไม่ใช่โอเน็ต (O-NET) ไม่ใช่ลักษณะของ การประกันแบบเอยูเอ็นคิวเอ (AUN-QA) หรือการประกันในลักษณะที่ใช้กันทุกวันนี้ แต่เป็นการประกันที่วัดอะไร วัดในเรื่องของค่าความเป็นคนแบบไหน อย่างไร การศึกษา คือการเรียนรู้ให้รู้จักตนเอง เลิก ลด ละกิเลสจะวัดอย่างไร ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่ผมอยากจะ นำเสนอให้ท่านประธานและท่านกรรมาธิการได้ใคร่ครวญดู ขอบพระคุณครับ