ธรรมศักดิ์ ชี้หลักธรรมสร้างคนดี ยันสอดคล้องรัฐธรรมนูญ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๐

ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ สนับสนุนการฟื้นฟูวิถีพุทธเพื่อสร้างคนดีและมีวินัย พร้อมเสนอให้ใช้หลักมรรค ๘ เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและบริหารประเทศ โดยเน้นความสำคัญของการมีสติ วินัย และการตรวจสอบการดำเนินงานของสถาบันทางศาสนาอย่างโปร่งใส

ศาสตราจารย์ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ กรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพอย่างสูง กราบนมัสการพระคุณเจ้า พงศ์นรินทร์ ท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ก่อนอื่นผมขอเรียนว่าผมเป็น กรรมาธิการในชุดนี้เช่นกัน แต่ว่าขออนุญาตมายืนพูดข้างล่างนี้เนื่องจากว่าในฐานะของการเป็น เลขาธิการของกองทุนศาสนสัมพันธ์ดวงใจภักดิ์ ในมูลนิธิรวมใจภักดี แล้วขอชื่นชม ผมเอง ชอบวิธีการเขียนเอกสารชิ้นนี้ของท่านมหาพงศ์นรินทร์เป็นอย่างมาก อ่านง่าย ดูง่าย สะดวก พร้อมทั้งมีเรเฟอเรนซ์ (Reference) ในทางวิชาการได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผมเองไม่มีข้อ เสนอแนะอะไรมากมาย เพียงแต่ว่าจากประสบการณ์จริงที่เคยเห็นมาตลอด อยากจะเรียน ย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าหลักที่นำเสนอในวันนี้เป็นการศึกษาวิถีพุทธ เพื่อสร้างคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ อันนี้ก็ตรงตามมาตรา ๕๔ ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมพยายามอ้างรัฐธรรมนูญตลอดเวลา เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เห็นมานั้นคณะกรรมาธิการเขามองออกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร และเหตุผล ที่ท่านมหาพงศ์นรินทร์และทีมงานได้ทำขึ้นมาว่าทำนบเขื่อนทางศีลธรรมแตกตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ อันนี้เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก เรากระทบกระเทือนมาก เด็กรุ่นใหม่ไม่ทันเหตุการณ์นี้หรอก แต่เราอยู่ในเหตุการณ์นี้ ก่อนเหตุการณ์นี้ด้วยซ้ำไป เช่นเดียวกับท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านสมาชิกที่เพิ่งกล่าวไปเมื่อสักครู่ว่าเราเคยสัมผัสวิถีชีวิตพุทธมาอย่างดีโดยตลอด สิ่งถัดมา ก็คือเราต้องจำได้ว่าตราประจำกระทรวงศึกษาธิการนั้นเป็นตรามรรค ๘ มรรค ๘ ก็คือ เส้นทางหรือกระบวนการ หรือวิถีทางที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในเรื่องต่าง ๆ ตรงนี้ ผมเองก็อยากจะย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าตรานี้เป็นตราสำคัญที่ทุกคนต้องนำมาทำความเข้าใจ และให้เห็นชัดเจนว่าเป็นเรื่องของสิ่งที่เกิดขึ้นประจำวันตามวัฏจักร หรือตามกงจักรที่หมุนไป เรื่อย ๆ ๘ ข้อนี้เป็นแนวทางในการแก้ไข มิฉะนั้นแล้วคนโบราณคงจะไม่นำตรายิ่งใหญ่นี้ มาเป็นตราของกระทรวง ผมอยากจะย้ำตรงนั้นอีกทีหนึ่งว่ามีความสำคัญมาก เป็นเรื่องของ กายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม เป็นเรื่องของวิสัยทัศน์ เป็นเรื่องของการรอบรู้ สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะที่เราพูดกันอาจจะฟังยาก แล้วก็ไม่ควรจะแปลให้สูงส่งเกินไป สัมมาทิฐิน่าจะ แปลง่าย ๆ ว่าเป็นคนที่รอบรู้ สัมมาสังกัปปะน่าจะแปลว่าวิสัยทัศน์ให้ทันสมัยกับยุคปัจจุบัน สัมมาอาชีวะมีอาชีพการงาน สัมมาสติ สัมมาสมาธิอะไรทั้งหลายเป็นเรื่องปลายทาง แต่ระหว่างนั้นก่อนที่จะเริ่มต้นต้องมีสัมมาวายามะ แต่ว่าต้องมีสัมมาวาจาด้วย ต้องมี การประชาสัมพันธ์ มีการพีอาร์ (PR) สัมมากัมมันตะมีอำนาจไหม ประเด็นทุกวันนี้ ก็คือว่าไม่มีความรู้แล้วก็ไม่ยอมใช้อำนาจในการบริหารบ้านเมือง มรรค ๘ จึงไม่สมบูรณ์ ตามหลักพุทธ ถัดมาก็คือสิ่งที่แย่ ๆ ในเมืองไทย สังคมไทย ผมเองอยากจะให้เลิกพูด เลิกกล่าวถึง เลิกใช้วลีที่ไม่ดี อย่างเช่น ทำอะไรตามใจคือไทยแท้ ต้องเลิกพูดเลยครับ อย่ามาแซว อย่ามาพูดเล่นกัน ผมขออนุญาตเอ่ยคำนี้ไปแล้วจะไม่พูดอีก แต่ผมจะพูดคำใหม่ ทำอะไรมีวินัยคือไทยแท้ ให้ตรงกับมาตรา ๕๔ พูดง่าย ๆ อย่างนี้ เพราะทุกวันนี้ไม่มีวินัย เอาเสียเลย อีกคำหนึ่งที่ไม่ควรจะนำมาพูดกันอีก เมืองไทยนี้ดี เสียที่มีคนไทย ไม่ใช่ครับ ควรจะกลับคำเสียใหม่ว่า เมืองไทยนี้ดีเพราะคนดีสร้างเมืองไทยมาตลอด คนชั่วอยู่ด้วยครับ แต่คนดีเป็นผู้สร้าง ผมขอไว้ ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๓ อยากจะเรียนทางคณะทำงานก็คือว่าวิถีพุทธ บวร เป็นเรื่องที่ดี แต่ปัจจัยทั้งสี่ พระ ชี หรือว่าอุบาสก อุบาสิกา เป็นองค์ประกอบสำคัญ เราเองซึ่งเป็นลูกหลานของอุบาสก อุบาสิกา ควรจะมีส่วนในการตรวจสอบ เช็ก แอนด์ บาลานซ์ (Check and Balance) พระศาสนาตามกันไปให้ชัดเจนมากขึ้น หลังจากที่เรา เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต่าง ๆ ไปตามทิศทางของตะวันตก มาถึงวันนี้พฤติกรรมต่าง ๆ ทางการเงิน การทำธุรกรรมการเงิน แบงกิง (Banking) ต่าง ๆ มันเปลี่ยนหมดแล้วเป็น อินเทอร์เน็ต (Internet) พร้อมเพย์ (PromptPay) บ้างอะไรบ้างสารพัด ไม่มีการกำหนดว่า จะต้องทำเวลานั้นเวลานี้ เรานั่งคุยตอนนี้ประมาณบ่ายสองโมง ถ้าเป็นที่อังกฤษตอนนี้ คงจะเป็นตอนเช้าประมาณ ๘ โมง หรือที่สหรัฐอเมริกาอาจจะกำลังตื่นเช้ากัน เป็นต้น การทำธุรกรรมการเงินทำได้ตลอดเวลา การเงินทำได้หมด วิธีการนี้อยากจะให้เลียนแบบ บางพื้นที่ที่ผมเคยลงไปดู คือจังหวัดสุราษฎร์ธานี ต้องเอ่ยนามจังหวัดนี้เป็นจังหวัดที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ พระราชทานนามจังหวัดว่าสุราษฎร์ธานี จังหวัดนี้ได้นำระบบความคิดตามรูปแบบของท่านพุทธทาสภิกขุมาใช้ในการปรับแนวคิดใหม่ ในการสอนนักเรียนและประชาชนทั้งเมือง ผมฟังและดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากตัวอย่าง ที่เขาทำ อยากเรียนว่าการทำวิถีพุทธควรจะมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนด้วย ท่านมหาพงศ์นรินทร์ครับ คือวิถีพุทธเรามีรูปแบบชัดเจนตามที่ท่านประยุทธ์ ปยุตฺโต ได้เขียนหนังสือมากมายเหลือเกิน วิถีธรรม ธรรมนูญชีวิต ผมเรียนตามตรงว่าผมไม่ใช่คนดีมากมายอะไรนักหนา เพียงแต่ ผมชอบวิถีพุทธสอนอะไรเยอะมากเลย หนังสือของท่านหลายเล่มเป็นตัวอย่างที่ดี เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมก็พูดถึงเรื่องหนังสือเล่มนี้ว่าการเป็นประชาคม ประชาชน หรือชนที่ดี ในสังคมประชาธิปไตยนั้นควรเป็นอย่างไร ธรรมาธิปไตยเป็นอย่างไร หนังสือสอนหมด ดังนั้นจึงอยากจะเรียนว่าควรจะมีตัวชี้วัดประกอบด้วย ตัวชี้วัดที่พูดถึงนี้ก็คือ อย่างเช่น สุราษฎร์ธานีเขาบอกว่าจำนวนอาชญากรรมต่าง ๆ ลดลงจากการที่เตรียมเด็ก เตรียมคน ในบริบทของพุทธศาสนาใหม่ ดังนั้นวิถีพุทธ บวร ก็ควรจะใช้หลักการคล้าย ๆ กับอันนี้ว่า กิจกรรมใด ๆ ที่ไม่ส่งเสริมให้คนทำดีต้องลดลงหรือชี้วัดได้ในรายจังหวัด รายอำเภอ ว่ากิจกรรมที่เกี่ยวกับการจัดงานเลี้ยง การไม่สนใจวันเพ็ญหรือแรม ๘ ค่ำ ข้างขึ้น ๘ ค่ำ อะไรก็แล้วแต่ ควรจะชี้วัดว่าเขาลดลงไปแล้ว ผมว่าตัวชี้วัดพวกนี้ต้องเขียนด้วย อย่างไรก็ตาม เอกสารที่ให้มาเรียนว่ามีอยู่ในหน้า ๒๕ อันนี้ยิ่งใหญ่มาก หน้า ๒๕ สามัคคีธรรมวันเพ็ญ ซึ่งท่านมหาพงศ์นรินทร์คงจะได้รายงานไปแล้ว อยากให้ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองคือ ท่านนายกรัฐมนตรีหันมาดูเรื่องนี้แล้วก็ดำเนินการเรื่องนี้ เป็นผู้นำของเรื่องนี้ เดินหน้า นำพวกเรา คือถ้าไม่มีคนนำต่อให้พระสงฆ์องค์เจ้าเท่าไรมานำมันก็ไม่เดินหรอกครับ ผมเองก็คงไม่กล้าเดินตามใครสักคนถ้าหากว่าคนคนนั้นไม่ใช่ผู้นำ ผู้นำก็ควรจะต้องแสดงอาการ ที่ชัดเจนว่า ๑๒ วันเพ็ญต่อปีน่าจะมีกิจกรรมพิเศษอะไรขึ้นมาตอบแทนสังคมที่ล้มเหลวมา ๖๐ ปี ต้องขอกราบขอบพระคุณ และขออนุญาตจบการอภิปรายเพียงแค่นี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณมากครับ