จีรพัฒน์ แจงพุทธศาสนาเสริมศีลธรรม สร้างพลเมืองดี

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๐

จีรพัฒน์ ปานสกุณ หารือการปฏิรูปการศึกษาผ่านวิถีพุทธโดยยึดหลักบวร พร้อมเสนอให้จัดกิจกรรมสวดมนต์และทำสมาธิก่อนทำงานหรือเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างวินัยและคุณธรรมในสังคม

พลเรือเอก จีรพัฒน์ ปานสกุณ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาทุกท่าน นมัสการพระคุณเจ้ามหาพงศ์นรินทร์ กระผม พลเรือเอก จีรพัฒน์ ปานสกุณ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หมายเลข ๒๘ ขออนุญาตเสนอ ความคิดเห็นเพิ่มเติมดังนี้ แต่ก่อนที่จะมีการเสนอคือคำชี้แจงของผม กระผมขอเชิญ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ที่ได้ทรงพระราชทานเนื่องในการประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ ๑๙ ณ วัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๓๗ มีใจความดังนี้ จึงเป็นความโชคดีอย่างยิ่งที่ประเทศไทยเรามีพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ทำให้คนไทย ทุกเชื้อชาติศาสนาอยู่ร่วมกันด้วยความสุข มีความรัก ความปรารถนาดีต่อกัน มีการสงเคราะห์ อนุเคราะห์กัน และมีความสมัครสมานสามัคคีกันเป็นอย่างดี นอกจากนั้นจะขอนำ คำของท่านพุทธทาสภิกขุ ปราชญ์ทางพุทธศาสนาและการศึกษา ได้กล่าววาทะธรรม ในเรื่องการศึกษาที่เปรียบด้วย ตามที่คณะกรรมาธิการด้านการศึกษาได้แจ้งไปแล้วนั้น จะเห็นว่าพระพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่สำคัญในการทำให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สมัครสมานสามัคคีกัน จึงถือได้ว่าพุทธศาสนาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะใช้ในการพัฒนาพลเมือง ให้เป็นคนดี รวมทั้งสร้างความมั่นคงแก่ประเทศชาติมานาน สำหรับการพัฒนาการศึกษา ในยุคหลังที่ผ่านมาเริ่มจะมีการละเลย และมิได้ให้ความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาเท่าที่ควร จึงทำให้สังคมไทยอ่อนแอลง เกิดการแตกแยกความสามัคคี บุคคลเสื่อมทรามทางศีลธรรม มีความเห็นแก่ตัวมากขึ้น เด็กและเยาวชนเกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบนอันไม่พึงประสงค์มากมาย จะก่อให้เกิดปัญหานานาประการ เกิดการกระทำผิดกฎหมายและศีลธรรมอย่างรุนแรง และมากครั้งขึ้นเรื่อย ๆ ดังจะได้ข่าวจากสื่อทั่ว ๆ ไป จะเห็นว่ามีการฆาตกรรมเด็กหญิง และมีการจับถ่วงน้ำโดยพ่อบุญธรรมร่วมมือกับแม่ของเด็ก ซึ่งสามารถอธิบายถึง การขาดความเกรงกลัวต่อบาปและขาดศีลธรรมอย่างรุนแรงที่จะสามารถทำให้แม่คนหนึ่งนั้น สามารถร่วมกับผู้อื่นฆ่าลูกของตัวเองได้ หรือพฤติกรรมบางอย่างในกลุ่มเยาวชนที่ในปัจจุบัน มีความสำคัญและชอบทำกันอยู่เสมอ ก็คือพฤติกรรมในการแข่งรถมอเตอร์ไซค์ หรือเรียกว่า พฤติกรรมของเด็กแว้นและเด็กสก๊อยก็จะนำรถมอเตอร์ไซค์มาแข่งขันกัน ถ้าผู้ไหนชนะก็จะได้เด็กสก๊อยของฝั่งตรงข้ามเป็นรางวัล ทั้งนี้คณะกรรมาธิการชุดนี้ ได้ดำเนินการเสนอแนวทางการปฏิรูปการศึกษามาแล้วหลายประเด็นด้วยกัน ซึ่งมุ่งเน้น ในการพัฒนาคุณภาพในการศึกษา ตลอดจนการเสริมสร้างให้คนเป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจ ในชาติ มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว สังคม ชุมชน และประเทศชาติ กระผมคิดว่า ในการนำเสนอแนวทางปฏิบัติในการปฏิรูปการสร้างคนให้เป็นคนดี มีวินัยด้วยการศึกษา วิถีพุทธ ด้วยหลักการของบวร จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงการปฏิบัติระหว่างบวรวิถีพุทธ อันมีองค์ประกอบสำคัญ ๓ ส่วน ได้แก่ บ้าน ครอบครัว วัด ภิกษุ โรงเรียน และทางส่วนราชการ จะเป็นแรงหนุนให้เกิดการขับเคลื่อนเพื่อให้คนในสังคมลด ละ และเลิกในการดำเนินชีวิต ที่ผ่านมา มาสู่การดำเนินชีวิตในทางใหม่ โดยมีทุกภาคส่วนให้การสนับสนุนในลักษณะ ประชารัฐที่มีรัฐบาลและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามา โดยมีนโยบายในการส่งเสริม และสนับสนุนการปฏิบัติให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน ทำให้ เป็นคนดีและมีวินัย ตลอดจนมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ อันเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ในมาตรา ๕๔ สำหรับ ข้อเสนอแนวทางในการปฏิรูปนั้นผมเห็นว่ามีความเหมาะสมสามารถปฏิบัติได้ มีการปฏิบัติ และมีการดำเนินการเป็นการทดลองในบางพื้นที่แล้ว เช่น การณรงค์ทำบุญในวันพระของ ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ใหญ่ในจังหวัดอ่างทอง หรือการดำเนินการโรงเรียนวิถีพุทธ เช่น โรงเรียนทอสี โรงเรียนรุ่งอรุณ เป็นต้น มีผลการดำเนินการไปในแนวทางที่ดี การดำเนินการ จัดการศึกษาวิถีพุทธผ่านวิถีวัฒนธรรมโดยการส่งเสริมการจัดกิจกรรมวันพระบันดาลใจ ให้ข้าราชการผู้ใหญ่ ผู้นำท้องถิ่นพาครอบครัวเข้าวัดทำบุญทุกวันพระหรือตามโอกาสที่เป็น วันเพ็ญตามแนวทางที่เสนอมานั้นนับว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่างไรก็แล้วแต่ท่านประธานครับ ยังมีกลุ่มคนอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งไม่สามารถดำเนินกิจกรรมดังกล่าวได้เนื่องจากมีงานที่จะต้องทำ หรือที่จะต้องปฏิบัติ หรือสภาวะไม่เอื้ออำนวยให้สามารถไปที่วัดหรือทำกิจกรรมได้ กระผม จึงขอเสนอแนะในการจัดกิจกรรมนอกเหนือจากการจัดกิจกรรมในวันพระบันดาลใจ ก็คือ การจัดกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระก่อนการปฏิบัติงานหรือก่อนการศึกษาเล่าเรียน โดยจัดให้ ทุกคนที่ไม่สามารถร่วมทำบุญในวันพระได้ปฏิบัติในการสวดมนต์ ตลอดจนมีการทำสมาธิ ในหน่วยงานต่าง ๆ ของตนเองประมาณ ๕-๑๐ นาที ตามความเหมาะสมของแต่ละส่วน หรือหน่วยงาน อีกทั้งจะให้ได้มีการไตร่ตรองการปฏิบัติของตนเองที่ผ่านมาว่าในรอบสัปดาห์หนึ่ง ๆ หรือรอบวันพระหนึ่ง ๆ นั้นมีข้อผิดพลาดใด ๆ เกิดขึ้นบ้าง และจะดำเนินการแก้ไข ปรับปรุง เพื่อพัฒนาหรือปฏิบัติตนเองได้อย่างไร ทั้งนี้จะทำให้กิจกรรมในวันพระบันดาลใจมีผู้ที่ สามารถร่วมปฏิบัติได้มากขึ้น ซึ่งจะถือได้ว่าเป็นการฝึกและพัฒนาจิตใจให้ดีขึ้น เข้มแข็งขึ้น ไม่เปราะบางต่ออบายมุขที่จะ เข้าครอบคลุมจิตใจ อีกทั้งกิจกรรมนี้สามารถดำเนินการได้ง่ายและทำได้ทุกหน่วยงาน อีกทั้ง ไม่ต้องมีงบประมาณมากหรือเพิ่มเติมขึ้น จะคล้ายกับการรณรงค์ในการออกกำลังกายของ บางบริษัทที่รณรงค์ให้มีการออกกำลังกายในช่วงเช้าโดยการขยับแขนขยับขาเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนเริ่มการปฏิบัติงานในแต่ละวันของในส่วนต่าง ๆ ผมขออนุญาตจบการเสนอแนะให้กับ ท่านประธานและคณะกรรมาธิการได้ทราบครับ ขอบคุณครับ