นคร แจงความคืบหน้าโครงการตามศาสตร์พระราชา พร้อมเสนอแนวทางยั่งยืน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐

นคร สุขประเสริฐ รายงานความคืบหน้าและผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการดำเนินการตามศาสตร์พระราชา โดยเน้นการศึกษา รวบรวมข้อมูล และสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในทุกภูมิภาค พร้อมเสนอให้มีการบูรณาการหน่วยงาน งบประมาณ และทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อขับเคลื่อนโครงการด้านการพัฒนาที่ดิน ฟู้ดแบงก์ พลังงาน น้ำ อาชีพ และการสื่อสารในพื้นที่ห่างไกลอย่างยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้และขยายผลโครงการต้นแบบตามแนวพระราชดำริ โดยเฉพาะในจังหวัดนครนายก และเรียกร้องให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างโครงการเพื่อพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง พร้อมชื่นชมรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจพอเพียง และเสนอให้คณะกรรมการผลักดันข้อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

พลเอก นคร สุขประเสริฐ กรรมการ

กราบเรียนท่านประธาน และสมาชิกที่เคารพทุกท่าน กระผม พลเอก นคร สุขประเสริฐ ประธานอนุกรรมการ ดำเนินการตามศาสตร์พระราชา ขออนุญาตเรียนผลการดำเนินการเพื่อกรุณาทราบดังนี้ สำหรับคณะอนุกรรมการดำเนินการตามศาสตร์พระราชานี้ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ในการศึกษา สนับสนุน รวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง ในการดำเนินงานของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เป็นผู้ริเริ่มดำเนินการให้มีการจัดตั้งด้วยพระองค์เอง ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการพัฒนา ในเชิงพื้นที่ ให้มีการขับเคลื่อนต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะนำแนวทางในการปฏิบัติ ตามพระราชดำรินั้นมาพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ในแต่ละภูมิภาค ให้มีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งพื้นที่ทั้ง ๔ ภูมิภาค ที่ทางคณะอนุกรรมการได้ดำเนินการ ก็จะมีรูปแบบในลักษณะของศาสตร์พระราชาที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำมาเป็นข้อมูล นำมาประมวลเพื่อทำเป็นข้อเสนอให้การสนับสนุนเพื่อให้โครงการ ดังกล่าวเหล่านั้นมีการขับเคลื่อนต่อไปอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดความสำเร็จตามแนวทาง พระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ได้มอบเอาไว้ให้

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

ซึ่งในพื้นที่ทั้ง ๔ ภาคก็ได้ยกเอา โครงการที่กองทัพบกได้ดูแลอยู่ในเบื้องต้น เพื่อความสะดวกในการเข้าเก็บข้อมูลและศึกษา โครงการ สำหรับในพื้นที่ภาคกลางเราก็เลือกโครงการเกษตรรวมใจอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ จังหวัดนครนายก ซึ่งโครงการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ท่านเคยเสด็จในพื้นที่ แล้วก็มีแนวพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการเพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชน เป็นศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้ ซึ่งพระองค์เสด็จในพื้นที่หลายครั้ง ติดตามการปฏิบัติงาน ซึ่งในทุกครั้งที่พระองค์เสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเสด็จพระราชดำเนินทุกครั้ง แล้วโครงการนี้ในปัจจุบันก็สืบสานพระราชปณิธานโดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งในพื้นที่นั้นก็มีศาสตร์พระราชา อยู่ในหลายรูปแบบ ที่สำคัญก็เช่นระบบอ่างพวง ที่ท่านนิกรได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ เพราะว่าเป็นการเอาน้ำมาเติมในอ่างต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ พระองค์ท่านทรงเล็งเห็นว่า ความสำคัญของประชาชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมถือว่าเป็นรากฐานของประเทศ ฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นพระองค์ก็จะให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ สำหรับโครงการเกษตรรวมใจแห่งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จตรวจเยี่ยมโครงการเป็นประจำทุกปี แล้วก็ได้รับทราบจากกองทัพบกในเบื้องต้นว่าในปีนี้ ในวันที่ ๙ สิงหาคมที่จะถึง ก็มีกำหนดการ ที่จะเสด็จตรวจเยี่ยมในโครงการนี้ ฉะนั้นทางคณะกรรมการก็ได้พิจารณาว่าเราจะทำโครงการนี้ ให้เป็นโครงการต้นแบบที่เห็นเป็นรูปธรรมมากกว่าโครงการในพื้นที่อื่น เหตุผลก็เนื่องด้วย แสดงให้เห็นชัดว่าโครงการพระราชดำริต่าง ๆ เหล่านั้น ถ้ามีการสืบสานโดยต่อเนื่อง ก็จะก่อให้เกิดผลสำเร็จและเกิดผลประโยชน์อย่างแท้จริง ฉะนั้นโครงการอื่น ๆ ใน ๔ ภูมิภาค ก็จะมีน้ำหนักในการให้การสนับสนุนและในการเก็บวิเคราะห์ข้อมูลเหมือนกับโครงการนี้ แต่ว่าเราจะนำเสนอในการสนับสนุน เพราะว่าในการสนับสนุนรูปแบบต่าง ๆ นั้นจะต้อง มีการบูรณาการกันในทุกภาคส่วน ภาคราชการก็จะให้แต่ในเบื้องต้น หลังจากนั้นแล้ว โครงการต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องดำรงอยู่โดยการสนับสนุนจากภาคเอกชน ภาคประชาชน แล้วก็ภาคประชาสังคมในพื้นที่ ฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราก็จะทำโครงการที่จังหวัดนครนายก คือโครงการเกษตรรวมใจให้เป็นโครงการแม่แบบเพื่อที่จะเอาไปขยายผลในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป ที่สำคัญก็คือสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ท่านทรงเล็งเห็นว่านอกจาก ที่ท่านจะสืบสานพระราชปณิธานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ ๙ แล้ว ท่านก็ยังเห็นความสำคัญ เนื่องจากท่านทรงเป็นพระอาจารย์ของนักเรียนนายร้อย ซึ่งโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าก็อยู่ข้าง ๆ โครงการนี้ ท่านก็ทรงมีพระราชดำริเพิ่มเติม ให้ทางโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าจัดทำหลักสูตร นักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ ๑ ชั้นปีที่ ๒ จะต้องมีชั่วโมงเข้ามาฝึกอบรมในโครงการนี้ หลังจากนั้นแล้วก่อนที่จะจบการศึกษาชั้นปีที่ ๕ ก็เข้ามาอีกครั้งหนึ่งเพื่อมาเรียนรู้มาเข้าใจว่าเมื่อตนเองออกไปรับราชการในพื้นที่ทั่วประเทศ แล้วก็สามารถที่จะนำองค์ความรู้เหล่านั้นไปเผยแพร่ ลำดับแรก ก็คือให้กับกำลังพล ในหน่วยของตัวเอง เพราะว่าทหารก็จะหมุนเวียนเข้ามาทุกปี ปีละจำนวนมาก ๆ ก็ให้เขา ได้ซึมซับในพระราชกรณียกิจแล้วก็ซึมซับสิ่งที่เป็นประโยชน์ในการที่เอาไปประยุกต์ใช้ในชีวิต การดำรงอาชีพของเขาในอนาคต ลำดับที่ ๒ ก็คือเป็นการขยายผลในชุมชนข้างเคียง ฉะนั้นอันนี้ก็ทรงเป็นพระราชดำริเพิ่มเติมของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

สำหรับโครงการที่เราเข้าไปดูก็จะเป็นโครงการที่เป็นฟู้ดแบงก์ (Food Bank) ในอีกประการหนึ่ง คือที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าจะอยู่ในพื้นที่สูง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็จะมีพระราชดำริให้เป็นฟู้ดแบงก์ (Food Bank) ของคน และของสัตว์ที่ประสบอุทกภัยด้วย น้ำท่วมใหญ่ในปี ๒๕๕๔ โรงเรียนการสัตว์ทหารบกซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบโครงการนี้สามารถจัดหญ้าแห้ง เข้าไปสนับสนุนสัตว์เลี้ยงที่เกิดความเดือดร้อนจากอุทกภัยในปีนั้นได้ และปีที่ผ่านมา ก็ส่งลงไปสนับสนุนในภาคใต้เป็นต้น สำหรับการบูรณาการในการช่วยเหลือ อย่างที่ผมเรียนไปแล้วว่าในลำดับแรกเราก็จะมุ่งเน้นให้โครงการดำรงอยู่ได้ แต่ว่าการดำรงอยู่ได้ เขาจะต้องมีความพร้อมในภาคส่วนต่าง ๆ สำหรับในโครงการเกษตรรวมใจเราก็ได้ให้ การสนับสนุนในเบื้องต้นโดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจได้เข้าไปให้การสนับสนุน เช่น อุปกรณ์พ่วงเครื่องแทรกเตอร์ โดยชมรมนักเรียนเก่าสวนกุหลาบ รุ่นที่ ๙๗ มีการเปลี่ยน ระบบการประหยัดไฟ เปลี่ยนหลอดประหยัดไฟฟ้าทั้งโครงการ แล้วก็ผลิตภัณฑ์พลังงานแสงอาทิตย์ จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย แล้วก็สนับสนุนรถกระบะขนาดกลางเทท้าย โดยบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ระบบไฟฟ้าและระบบสูบน้ำ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยกองทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน สำนักนโยบายและแผนพลังงาน กรมพัฒนาทดแทนและส่งเสริมพลังงาน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี แล้วก็การก่อสร้างระบบอ่างพวงอย่างที่ได้เรียนไปตอนต้นแล้ว ก็ได้ประสานกับ กรมชลประทานและจัดทำแผนโดยต่อเนื่องเพื่อให้ระบบอ่างพวงในพื้นที่ของโครงการนั้น มีความสมบูรณ์ แล้วก็ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศก็คือองค์กรสโมสร ไลออนส์นาโกยา นาคามูระ จากประเทศญี่ปุ่น และมูลนิธิวงษ์เจริญสิน ได้ร่วมกันสร้าง อาคารโรงสีข้าวและลานพื้นแข็ง แล้วก็มีอาคารอบรม ๔ อาคาร และห้องสุขา ๒ ชุด ของชายและหญิง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยผ่านมาทางจังหวัดนครนายก แล้วก็กิจกรรมต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราก็ได้บูรณาการกันลงไป อันนี้ก็เป็นโครงการที่เรา จะทำให้เกิดเป็นรูปธรรม และในวันที่ ๑๕ ก็จะมีการแถลงข่าวในการดำเนินกิจกรรมโครงการนี้ โดยเบื้องต้นก็ได้เรียนเชิญท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในวันที่ ๑๕ ก็ได้มีการมอบเกียรติบัตรแล้วก็โล่ให้แก่ผู้ให้การสนับสนุน อันนี้ก็เป็นโครงการแรก ที่อยากจะเรียนให้ทราบ ก็จะมีรายละเอียดมากกว่าในโครงการอื่น ๆ สำหรับโครงการ ในพื้นที่ภาคเหนือก็คือโครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน ๕ หมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดตากและจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในเบื้องแรก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ท่านได้เล็งเห็นปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ เป็นพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึง เป็นยาม คอยส่งข่าว คอยแจ้งเตือนในเรื่องความมั่นคง ปัญหายาเสพติด ปัญหาคนหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นภัยคุกคามความมั่นคงในอดีตที่ผ่านมา พระองค์ก็ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง หมู่บ้านยามชายแดนขึ้น และโครงการนี้ก็ได้มีการสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ พระองค์ก็ได้เสด็จ ได้ตรวจงาน ได้ให้คำแนะนำในด้านต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดตากเป็นพื้นที่แรก ซึ่งคณะกรรมการ ก็ได้ไปดูงานก็คือบ้านมะโอโค๊ะ ในพื้นที่อีก ๔ หมู่บ้านก็จะเป็นพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน คือบ้านปางคอง อำเภอปางมะผ้า บ้านอาโจ้ อำเภอปางมะผ้า บ้านส่วยอู อำเภอเมือง แม่ฮ่องสอน แล้วก็บ้านดอยผักกูด อำเภอปาย อันนี้ก็เป็นหมู่บ้านที่เราทำเป็นหมู่บ้านเครือข่าย พร้อมกันทั้ง ๕ หมู่บ้าน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงศาสตร์พระราชาในอีกมุมมองหนึ่งที่ พระองค์ท่านได้มีพระมหากรุณาธิคุณได้ริเริ่มเอาไว้ ถึงแม้ปัจจุบันนี้สภาพแวดล้อม และสภาพสังคมได้เปลี่ยนไป ภัยคุกคามเปลี่ยนไปเรื่อย แต่ประเด็นปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ทำอย่างไรที่จะให้ชาวเขากลับมาเป็นชาวเราได้ในลักษณะคำพูดง่าย ๆ ที่ท่านทรงเคยมี พระราชดำรัสเอาไว้ วัตถุประสงค์ต่าง ๆ เหล่านี้เราก็จะจัดตั้งหมู่บ้าน ก็จะมีหน่วยงานต่าง ๆ เข้าไปร่วมให้การสนับสนุนให้เขาอยู่ได้ เพาะปลูกเรื่องปลูกข้าวไม่ได้ก็ปลูกให้พอกิน แต่ก็ต้องไปส่งเสริมอาชีพในพื้นที่ที่จะมีปลูกกาแฟ ปลูกพืชสมุนไพรที่มีคุณค่าแล้วก็สร้างรายได้ ให้กับชาวบ้าน ซึ่งในพื้นที่นี้เราก็ได้เข้าไปดูแล้วก็ให้การสนับสนุนของคณะกรรมการ เราก็ประสานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในเรื่องการวางสายพาดเสาเข้าไป โดยประสานกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ ซึ่งจะมีประเด็นปัญหา เราก็จะดูเรื่องการจัดตั้งเป็นหมู่บ้านที่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ และเนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกล ขณะนี้ระบบสาธารณูปโภคยังเข้าไปไม่พร้อม เราก็จะดูเรื่องระบบไฟฟ้าในเรื่องฟาร์มเซลล์แสงอาทิตย์ แล้วก็ดูเรื่องภารกิจด้านป่าไม้ ที่มีปัญหา อย่างเช่นการจัดตั้งหมู่บ้านในเขตอนุรักษ์ต่าง ๆ ซึ่งใน ๕ หมู่บ้านมีหมู่บ้าน ที่จัดตั้งเรียบร้อยแล้วเพียงแค่ ๒ หมู่บ้าน ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็เลือก ศูนย์การพัฒนาโนนดินแดงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งโครงการนี้ก็ริเริ่ม โดยองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เช่นเดียวกัน เป็นโครงการเพื่อความมั่นคง ในเบื้องต้นก็เป็นการสร้างเขื่อนลำนางรอง สร้างอ่างเก็บน้ำบริเวณนั้น ทำไมพระองค์ท่าน ถึงไปเลือกในพื้นที่ที่กันดารแล้วก็ยากลำบาก เพราะว่าในเบื้องแรกก็คือปัญหาในด้านความมั่นคง หลังจากนั้นแล้วเมื่อมีการพัฒนา ภัยคุกคามดังกล่าวน้อยลงแล้วก็หมดไปในที่สุด ปัญหา ระหว่างเขตแดนเพื่อนบ้านก็ได้รับการแก้ไข สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นก็จะนำมาสู่การส่งเสริม ในเรื่องการพัฒนาอาชีพให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ ในพื้นที่นี้เราก็จะเห็นว่าเป็นพื้นที่เกษตรกรรม แต่ท่านก็จะมีแนวทางเป็นพื้นที่เกษตรกรรมโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก น้ำขาดแคลนก็เก็บเอาไว้ใช้ ในการผลิตพืชเกษตรอื่น ๆ ในช่วงหน้าแล้ง ในพื้นที่ก็จะเห็นว่ามีโครงการหลวงดอยคำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อยู่ที่นั่นด้วย เป็นการสร้างโรงงาน สร้างอาหาร ผลิตอาหาร กระป๋องต่าง ๆ อย่างเช่น หน่อไม้ฝรั่ง มะเขือเทศ น้ำเสาวรส ที่เราไปดู ซึ่งจะเห็นว่าในพื้นที่ โครงการก็มีการจัดระเบียบ จัดตั้งหมู่บ้านอยู่ในกลุ่มหนึ่ง แต่การสร้างโรงงานนั้น เป็นการขยายผลไปยังพื้นที่ข้างเคียงเพื่อให้เกษตรกรที่อยู่นอกโครงการได้เข้ามาใช้ประโยชน์ ในสิ่งเหล่านี้ด้วย สำหรับการสนับสนุนของโครงการที่คณะกรรมการเข้าไปเราก็จะให้ การสนับสนุนในเรื่องการพัฒนาอาชีพในด้านต่าง ๆ ในคณะอนุกรรมการเราก็จะมีผู้แทนกรม ทุกกรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้ามาอยู่ในนี้ ส่งเสริมให้มีการเลี้ยงสัตว์เพิ่มเติมโดย กรมปศุสัตว์ เป็นต้น เพราะว่าในพื้นที่ไม่ค่อยมีระบบชลประทานที่สมบูรณ์เท่าไรนัก แล้วก็ส่งเสริมเพิ่มเติมด้วยระบบพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ของอาคาร ศูนย์ต่าง ๆ ในโครงการ อันนี้ก็เป็นงานที่เราได้เข้าไป สำหรับพื้นที่ภาคใต้เราก็เลือกโครงการหมู่บ้านปศุสัตว์-เกษตรมูโนะ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส ถ้าท่านสมาชิกได้ติดตามพระราชกรณียกิจ เพราะว่าปัญหาที่สำคัญในพื้นที่ภาคใต้ก็คือปัญหาดินคือดินเปรี้ยว พระองค์ท่าน ก็ได้มีแนวพระราชดำริจะทำอย่างไรให้การแก้ปัญหาดินเปรี้ยว จนเกิดการพัฒนาในทฤษฎี แกล้งดินขึ้นมา ที่ท่านอดีตอธิบดีอภิชาตได้กรุณาอธิบายความอย่างละเอียดแล้วในการนำเสนอ คราวที่แล้ว ฉะนั้นถ้าเกิดมีประเด็นสงสัยท่านสอบถาม เดี๋ยวท่านอภิชาตก็จะได้ชี้แจงเพิ่มเติม ในโอกาสต่อไป ซึ่งอันนี้ท่านก็มีการขุดคลอง ในเบื้องต้นขุดคลองเอาน้ำจากแม่น้ำโกลก เพื่อเข้ามาทำเกษตร แต่ว่าน้ำจากพรุโต๊ะแดงก็ยังซึมเข้ามาในคลองนั้นอยู่ก็ยังทำให้คลองใช้ไม่ได้ พระองค์ท่านก็ทรงให้ขุดคลองดักน้ำเปรี้ยวไว้อีกอันหนึ่งไปออกต่างหาก แล้วก็ให้จัดตั้ง หมู่บ้านปศุสัตว์-เกษตรมูโนะขึ้นเพื่อพัฒนาอาชีพ สร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชน เนื่องจากว่าในพื้นที่ทำเกษตรไม่ได้ในเบื้องต้น หมู่บ้านนี้เรียกว่าหมู่บ้านปศุสัตว์ พระองค์ท่าน ก็ทำให้มีการทำปศุสัตว์ในเบื้องต้นก่อนเพื่อให้ราษฎรมีอาชีพ แล้วก็มีความเป็นอยู่ มีรายได้ มีการสร้างแปลงรวม มีการสร้างคอกรวม มีการสร้างระบบต่าง ๆ เกี่ยวกับปศุสัตว์ ระหว่างนั้น ก็มีการพัฒนาที่ดินอย่างที่ผมเรียนไปแล้วว่าทฤษฎีแกล้งดินเกิดจากที่นี่ แล้วดินก็จะมี คุณภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ จนปัจจุบันนี้ก็สามารถนำมาใช้ในการเกษตรกรรมได้ และโครงการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ได้ทรงตรวจเยี่ยมโครงการบ่อยครั้ง แล้วหลังสุดนี้ก็โดยการตรวจเยี่ยมของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อันนี้ก็คือโครงการที่เราเลือกมาในพื้นที่ ๔ พื้นที่ หลังจากที่เราไปดูมาแล้ว ก่อนที่เราจะสรุปประเด็นของโครงการต่าง ๆ ว่าควรจะมีการดำเนินการ มีการส่งเสริม มีการสนับสนุนอย่างไร เพื่อที่จะทำให้โครงการต่าง ๆ เหล่านั้นมีความยั่งยืนแล้วก็ขับเคลื่อน สืบสานต่อไปได้อย่างยั่งยืนแล้วก็มั่นคง เราก็ได้ไปดูงานโครงการที่ประสบผลสำเร็จ อีก ๓ โครงการเพื่อเอามาเปรียบเทียบ

โครงการแรก ก็คือศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งอันนี้ก็เป็นศูนย์ต้นแบบในการพัฒนาดิน พัฒนาน้ำ ทำอย่างไรที่จะให้ ประชาชนในพื้นที่สามารถทำเกษตรกรรมได้ อย่างที่ผมได้นำเรียนไปแล้วว่าพระองค์ ได้เพ่งเล็งเกษตรกรเป็นหลัก เพราะถ้าพื้นฐานเรามั่นคงแล้วข้างบนเราก็จะมีความมั่งคั่ง ประเทศชาติก็จะยืนยาวต่อไปได้

สำหรับโครงการที่ ๒ เป็นโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดินนี้จะเป็นดินที่ไม่มีคุณภาพที่ชาวบ้านพระราชทานให้ พระองค์ท่าน ก็เสด็จไปพื้นที่นี้ มีการปลูกหญ้าแฝก มีการพัฒนาดิน มีการอะไร ซึ่งท่านอธิบดีอภิชาต ท่านก็ได้กรุณาชี้แจงให้ที่ประชุมแห่งนี้ทราบในคราวที่แล้วโดยละเอียดไปแล้ว ถ้าสมาชิกท่านใด จะขอข้อมูลเพิ่มก็กรุณาสอบถามในที่ประชุมได้ครับ

สำหรับโครงการสุดท้ายที่เราไปดูก็คือโครงการของกองทัพเรือ ศูนย์การเรียนรู้ ทฤษฎีใหม่ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จังหวัดชลบุรี โครงการนี้เป็นการเอา ศาสตร์พระราชาในทุกด้านเข้ามาใช้ แล้วก็สอดรับกับแนวทางพระราชดำริของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพราะว่าของทหารเรือ ศูนย์ทหารใหม่ เขาเอามาฝึกรวมกันทีเดียวแล้วค่อยแยกออกไป แต่ของทหารบกเนื่องจากปริมาณทหารที่เรา คัดเลือกเข้ามาเยอะก็ต้องแยกหลาย ๆ พื้นที่ ทหารเรือก็ยังมีปีหนึ่ง ๒ รุ่น รุ่นละ ๔,๐๐๐ กว่าคน ถ้าผมจำตัวเลขไม่ผิด ก็จะเข้ามาที่นี่เพื่อเรียนรู้ แล้วก็กระจายออกไปยังหน่วยต่าง ๆ ซึ่งศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ของทหารเรือก็เป็นศูนย์ที่ประสบผลสำเร็จ ทำให้สามารถนำ ศาสตร์พระราชาในแขนงต่าง ๆ ไปขยายผลได้ ฉะนั้นที่คณะอนุกรรมการชุดที่ ๒ คณะอนุกรรมการดำเนินการตามศาสตร์พระราชาได้ไปดูงานใน ๔ ภูมิภาค แล้วก็เอามา วิเคราะห์เปรียบเทียบกับศูนย์ที่สำเร็จ ๓ ศูนย์ เราก็สามารถสรุปเป็นข้อเสนอแนะได้ดังนี้

๑. สนับสนุนให้มีการศึกษาดูงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่มีลักษณะหรือกิจกรรมใกล้เคียงกัน เพื่อนำกลับมาประยุกต์ใช้ในโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานเกิดความสำเร็จอย่างสมบูรณ์และยั่งยืนสืบไป

๒. สร้างเสริมการบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องภายในโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อร่วมกันดำเนินงานอย่างเข้มแข็งรอบด้าน เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุด ทั้งลดความซ้ำซ้อนภายในโครงการ

๓. ผลักดันด้านงบประมาณอย่างสอดคล้อง เพียงพอ และต่อเนื่อง ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทุกโครงการเพื่อให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืน นอกเหนือจากการกำกับดูแลของหน่วยงานประสาน ที่ดูแลแทน ซึ่งอาจจะมีข้อจำกัดในการขอตั้งงบประมาณในการดูแลโครงการนั้น ๆ

๔. สร้างเสริมแผนการพัฒนาบุคลากรในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยการฝึกอบรม ทบทวนวิชาความรู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อให้เกิด ความเชี่ยวชาญและทันสมัยตลอดเวลา

๕. สร้างเสริมช่องทางการสื่อสารประชาสัมพันธ์โครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ เพื่อสร้างการตระหนักรู้ ความมุ่งหมาย ข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ อย่างถูกต้องแพร่หลาย ทั้งแก่ประชาชนในพื้นที่และประชาชนทั่วไป

๖. สนับสนุนการจัดตั้งระบบพลังงานทดแทนและการใช้พลังงาน อย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามความจำเป็น และเหมาะสม เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน

๗. สร้างเสริมและพัฒนาช่องทางการติดต่อสื่อสารและโทรคมนาคม อย่างมีความเหมาะสมและจำเป็นในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้หลากหลาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

๘. ผลักดันและพัฒนาด้านการชลประทานในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริทุกโครงการให้ครอบคลุมและทั่วถึง

๙. พัฒนาแนวทางอาชีพและขยายช่องทางการตลาดให้กับสมาชิก และผลิตภัณฑ์ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเชิงรุกและหลากหลาย เพื่อเพิ่มพูนรายได้และช่องทางประชาสัมพันธ์

ซึ่งข้อเสนอต่าง ๆ เหล่านี้ทางคณะกรรมการก็ได้ไปประมวลเพื่อนำเสนอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณานำไปใช้ประโยชน์ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ต่อไป ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณทางรัฐบาล เพราะว่าในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ให้ความสำคัญเรื่องศาสตร์พระราชา ในเรื่องระบบเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งได้กำหนดเอาไว้ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ถ้าเราได้ร่วมมือร่วมใจกันก็จะทำให้ศาสตร์พระราชานี้มีความมั่นคงและยั่งยืนอยู่ตลอดไป ขอบคุณครับ