เฉลิมชัย เครืองาม กล่าวถึงความสำคัญของทศพิธราชธรรมในฐานะรากฐานของศาสตร์พระราชา และเรียกร้องให้เพิ่มเติมเนื้อหานี้ในเอกสารเพื่อเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นธรรมิกราชา
ขอบคุณท่านประธานครับ เฉลิมชัย เครืองาม หมายเลข ๓๑ ท่านประธานครับ ที่ถืออยู่ในมือผมนี้คือเอกสารซึ่ง ณ วันนี้ และต่อไปในอนาคตอีกนับไม่ถ้วนจะถือเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ เป็นเอกสารแห่งแผ่นดิน ก็ว่าได้ เป็นเอกสารที่มีคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณกันมาทุกท่านแล้ว ผมก็ถือโอกาสนี้ ขอบคุณคณะกรรมการที่ได้สู้อุตส่าห์มานะบากบั่นทำจนสำเร็จมา สิ่งที่เรากำลังทำอยู่วันนี้ ก็จะเป็นประวัติศาสตร์อีกเช่นเดียวกัน อีกหน้าหนึ่งคือการมาพูดกันถึงเรื่องศาสตร์พระราชา ถ้าจำกันได้วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ นั้น ต้องบอกว่าเป็นวันประวัติศาสตร์อีกเช่นเดียวกัน เป็นวันที่น้ำตาแทบจะนองแผ่นดิน นับแต่ที่สำนักพระราชวังได้มีประกาศว่า พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ท่านได้เสด็จสวรรคต วันนั้นคนไทยเศร้าโศกเสียใจเป็นอันมาก เป็นวันที่ เราต้องสูญเสียพระมหากษัตริย์ที่ทรงคุณูปการ ทรงพระเมตตา ทรงพระมหากรุณาธิคุณ ต่อคนไทยอย่างมากล้น วันนี้จึงเป็นวันประวัติศาสตร์ที่เรามาพูดถึงสิ่งที่ท่านได้ทิ้งเอาไว้ให้กับ คนไทยทั้งแผ่นดิน ท่านไม่ได้ทิ้งเอาไว้ให้กับคนไทยเพียงเท่านั้น ต้องบอกว่าวันนี้สิ่งที่เป็น ศาสตร์พระราชาได้ปกแผ่กว้างใหญ่ไพศาล พระเมตตาคุณ พระมหากรุณาธิคุณนั้น ได้กว้างใหญ่ไพศาลไปสู่ประเทศอื่นเกือบจะทั่วโลกก็ว่าได้ สหประชาชาติมีความสำนึก มีความอาลัยในการสูญเสียครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง ถึงได้มีการจัดประชุมพิเศษว่าด้วยเรื่องนี้ โดยเฉพาะเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน และได้ยกสิ่งที่ทรงคิด สิ่งที่ทรงทำนั้นไว้ เป็นหนึ่งในเป้าหมายของการพัฒนาของสหัสวรรษ หรือมิลเลนเนียม ดีเวลอปเมนต์ โกลส์ (Millennium Development Goals) ซึ่งประกาศตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ แล้วก็ต้องการที่จะให้ สำเร็จในปี ๒๕๕๘ ๑๕ ปีนับจากนั้น ผมดูเอกสารแล้วผมจะไม่พูดในเนื้อหาทั้งหมด เป็นไปไม่ได้ เพียงแต่ว่าต้องการที่จะให้เอกสารนี้มีความสมบูรณ์ครบถ้วนบริบูรณ์แทบจะ ไม่มีที่ติ ได้พลิกอ่านดูเร็ว ๆ แล้วก็พยายามหาว่ามีสิ่งใดที่จะมีโอกาสได้เติมเต็มให้เอกสารนี้ มีความสมบูรณ์บ้าง ผมพบว่ามีสิ่งหนึ่งที่อยากขอความกรุณาทางคณะกรรมการท่านช่วยกรุณา ไปเพิ่มเติมเป็นเนื้อความอาจจะไม่มากนัก ๒-๓ หน้า จะทำให้เอกสารนี้มีความสมบูรณ์ สิ่งที่เรากำลังพูดถึงอยู่ในวันนี้นั้นคือเรากำลังพูดถึงพระเมตตาคุณ พระมหากรุณาธิคุณ พระจริยวัตร พระราชกรณียกิจขององค์ธรรมิกราชาพระองค์หนึ่ง ธรรมิกราชาพระองค์นั้นคือ ธรรมะ บวก ราชา คือกษัตริย์ผู้ทรงปฏิบัติธรรม ผู้ทรงธรรม อันสูงส่ง ธรรม นั้นคือทศพิธราชธรรม ผมได้หาอ่านในเอกสารนี้อย่างเร็ว ๆ กลับปรากฏว่า ไม่มีคำว่า ทศพิธราชธรรม อยู่ในเอกสารฉบับนี้แม้แต่คำเดียว ถ้าทางกรรมการท่านพลิกดู ตอนนี้ถ้าท่านบอกว่าปรากฏอยู่ในเอกสารหน้าไหนช่วยกรุณาบอกด้วยผมก็จะขอถอนแล้วก็ ขออภัย สิ่งนี้คือสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ธรรมะนี้คือธรรมะของพระราชาคือราชธรรม ๑๐ ประการ ณ ขณะนี้เรายอมรับว่าธรรมะ ๑๐ ประการนี้มีความสำคัญไม่เฉพาะ องค์พระมหากษัตริย์เท่านั้น ได้เป็นธรรมะที่ถูกยกย่องว่าเป็นธรรมะของผู้ปกครอง ธรรมะของ นักปกครอง ธรรมะของนักบริหาร ๑๐ ประการนั้น เร็ว ๆ สั้น ๆ กระชับ ๆ คือ ทาน ศีล ปริจจาคะ อาชชวะ คือความซื่อตรง มัททวะ คือความอ่อนโยน ตบะ คือความเพียร อักโกธะ คือความไม่โกรธ อวิหิงสา คือความไม่เบียดเบียน ขันติ คือความอดทน อวิโรธนะ คือความเที่ยงธรรม ยังมีคนที่ไม่เข้าใจ ไม่รู้ และไม่ทราบในเรื่องของทศพิธราชธรรมนี้อีกมาก ต้นไม้แห่งศาสตร์พระราชาที่ท่านนิกรใช้มันสมองของท่านวาดเขียนขึ้นมานั้น ผมขอบคุณ แล้วก็ชื่นชมท่าน แต่ผมอยากจะบอกว่ารากแก้วแห่งต้นไม้ต้นนี้ รากแก้วแห่งการพัฒนาประเทศ รากแก้วแห่งการปฏิรูปประเทศ คือธรรมะข้อนี้ คือทศพิธราชธรรม เป็นธรรมะที่ผมเชื่อว่า ท่านท่องไว้ในใจ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ท่านคงท่องไว้อย่างขึ้นใจ ๗๐ ปีแห่งการครองราชย์จึงมิได้บิดพลิ้ว มิได้มีข้อใดที่แตกต่างไปจากธรรมะ ๑๐ ประการนี้เลย ผมจึงขอให้ทางกรรมการท่านช่วยกรุณาไปเพิ่มเติมเพื่อให้เทิดพระเกียรติองค์ธรรมิกราชา พระองค์นี้ แทบจะกล่าวได้ว่าในทางพุทธศาสนานั้นบอกว่ามงคลมี ๓๘ ประการ ผู้ปฏิบัตินั้น จะเป็นผู้ที่มีความเจริญ ผมอยากจะเพิ่มประการที่ ๓๙ แต่คงทำอย่างนั้นไม่ได้ แต่คิดไว้ในใจ จะเปิดความในใจว่ามงคลประการที่ ๓๙ ของผมนั้น คือการที่ได้มีโอกาสเกิดในแผ่นดิน รัชกาลที่ ๙ มีผู้ถามว่าศาสตร์พระราชานั้นคืออะไร ในเอกสารนี้ก็เขียนว่า ศาสตร์พระราชา คือสิ่งที่ทรงคิด กิจที่ทรงทำ ผมอยากจะเพิ่มว่า คำที่ทรงสอน พรที่ทรงให้ ถ้าพูดภาษาชาวบ้าน ก็บอกว่า สิ่งที่พ่อคิด กิจที่พ่อทำ คำที่พ่อสอน พรที่พ่อให้ ทำไมถึงเป็นพรที่พ่อให้ ผมได้ไป ทบทวนที่ทรงพระราชทานพรประมาณปีใหม่ย้อนหลัง เต็มไปด้วยปรัชญา เต็มไปด้วยคำสอน เต็มไปด้วยหลักคิด เต็มไปด้วยวิธีปฏิบัติ ทุกอย่างนั้นคือศาสตร์ทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าจะกระชับง่าย ๆ ก็คงจะเป็นวลี ๔ วลีที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน ณ ขณะนี้ ศาสตร์พระราชานั้นกว้างใหญ่ไพศาลอย่างที่ผมได้กล่าวแล้ว ไปสู่ดินแดนประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศอื่น ๆ อีกมากหลายประเทศ สหประชาชาติยกย่องพระองค์ท่าน ให้รางวัล พระองค์ท่านไว้หลายรางวัล ขอขอบคุณมูลนิธิปิดทองหลังพระได้คิดคำคำหนึ่งขึ้นมา ที่ผมเห็นว่ามีความไพเราะ เหมาะเจาะ และคล้องจองกับสิ่งที่เรากำลังพูดอยู่ในเวลานี้ คือนอกจากจะมีคำว่า ศาสตร์พระราชา แล้วยังมีสิ่งที่เรียกว่า พระราชดำริไร้พรมแดน เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ครับ แนวพระราชดำริสิ่งที่ทรงคิดนั้นปกแผ่ไปสู่ประเทศอื่นอีกหลายประเทศ กว่า ๓๐ ประเทศที่ค้นคว้ามาเร็ว ๆ เช่น ประเทศจอร์แดน มีการคิดค้นประดิษฐ์ฝนหลวง เพื่อไปใช้แก้ความแห้งแล้ง ประเทศกัมพูชากับการแก้ปัญหาโรคจากยุง ไข้เลือดออก มาลาเรีย และโรงเรียนฝึกอาชีพ ประเทศติมอร์-เลสเต กับศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ๑๗ แห่ง ประเทศศรีลังกากับการพัฒนาสินค้าเกษตรให้กับประชาชน เมียนมาในบางชุมชนนั้น มีการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ชาวบ้านต้องเดินถึง ๘ ชั่วโมงเพื่อไปตักน้ำ เหล่านี้เป็นต้น ตลอด ๗๐ ปีที่ทรงครองราชย์นั้นนอกจากเรื่องของศาสตร์พระราชาแล้ว ต้องบอกว่าทรงเป็นต้นแบบของการคิด ทรงเป็นต้นแบบของการทำ ทรงเป็นต้นแบบของ การสอน ทรงเป็นต้นแบบของความรัก ความกตัญญู ทรงเป็นต้นแบบของการครองตน ครองคน และครองงาน ทรงเป็นต้นแบบของการยึดมั่นในธรรม ทรงเป็นธรรมิกราชา ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์โดยหลักทศพิศราชธรรมอย่างตั้งมั่นไม่เคยท้อถอย ไม่ทรงรู้จักเหน็ดเหนื่อย ทรงเป็นต้นแบบของครูของแผ่นดิน ทรงเป็นต้นแบบของความเพียร ความมุ่งมั่นที่จะนำความสุขความร่มเย็นผาสุกมาให้ปวงชนชาวไทย ทรงเป็นกษัตริย์ ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก ทรงเป็นนักคิด ทรงเป็นต้นแบบของความรัก ความห่วงใย และความเสียสละ ทรงเป็นต้นแบบของความเพียงพอ ความพอดี เหล่านี้และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ทรงเป็นต้นแบบไม่สามารถกล่าวได้หมดในเวลาอันสั้นนี้ ประชาชนชาวไทยทั้งปวงสมควรที่จะ ก้มลงกราบพระบาทและน้อมรับคำสอนพระราชจริยวัตรนำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต และท้ายที่สุด ร่วมกันน้อมถวายพระพรให้พระองค์ทรงสถิตย์ ณ สรวงสวรรค์ ขอบพระคุณครับ