ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ หารือร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำหลักสูตรโดยเน้นการพัฒนาคุณธรรมจากพื้นฐานพุทธธรรม พร้อมเสนอให้ใช้โมเดลสุราษฎร์ธานีเป็นต้นแบบในการสร้างวัฒนธรรมการเมืองที่ดีและกำหนดตัวชี้วัดความเป็นคนดีในสังคมอย่างชัดเจน
กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กระผม ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ เลขที่สมาชิก ๖๙ ก่อนอื่นผมเห็นด้วยกับการที่คณะกรรมาธิการได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติออกมา มีท่านสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วก็ขออภัยถ้าหากว่าผมอภิปรายซ้ำ หรืออาจจะไม่ถูกต้อง ตามที่ได้พูดไปแล้ว ผมเองเห็นว่าเอกสารในร่างของพระราชบัญญัติเป็นเรื่องดีที่มีมาตรา ๑๐ แล้วก็บอกว่าควรจะพัฒนาเรื่องต่าง ๆ เป็นขั้น ๆ ๕ เรื่องด้วยกัน ผมดูแล้ว (๒) (๓) (๔) ในวงเล็บ ทั้ง ๓ ข้อเป็นเรื่องที่น่าจะกำหนดให้ชัดเจน ชัดเจนอย่างไรนั้นเดี๋ยวผมจะอภิปราย ให้ฟังว่าผมคิดอย่างไร ต้องขออภัยที่อาจจะเป็นความคิดของคนคนหนึ่งที่อยู่ในแวดวง การศึกษา แต่ก็เคยสัมผัสหลักสูตรมาพอสมควร มาตรา ๑๒ หน้า ๕ บอกว่าให้จัดการ ทำหลักสูตรโดยอาศัยกลุ่มบุคคลต่าง ๆ แล้วท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้พูดถึงคณะบุคคล ที่มาทำเรื่องนี้ ผมเองอยากจะเรียนว่าคณะบุคคลในหมวด ๓ มาตรา ๑๙ ก็เห็นด้วยว่า มีจำนวนเท่านี้ดี แต่น่าจะติ่งลงไปให้ชัดเจนว่าคนกลุ่มนี้เป็นปราชญ์ด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ใช่เพียงแค่เป็นนักวิชาการมีประสบการณ์ ปราชญ์ที่ผมพูดถึงคือปราชญ์ทางด้านพุทธธรรม ทำไมผมพูดอย่างนั้น คำว่า วัฒนธรรมการพัฒนาการเมือง วัฒนธรรมภาษาอังกฤษ เขาเรียกว่าคัลเจอร์ (Culture) เอาเมล็ดข้าว ๑ เมล็ดใส่ดินแล้วคัลเจอร์ (Culture) ให้เป็นรวงขึ้นมา หรือเลี้ยงเชื้อโรคที่ผมทำกันมา วัฒนธรรม คำแปลก็ชัดเจน วัฒนะ แปลว่า ดีขึ้น ธรรมะที่พัฒนาให้ดีขึ้นเพื่อชุมชน ท่านทราบไหมว่าเราต้องการประชาธิปไตยแบบไหน เราต้องการธรรมาธิปไตยใช่ไหม ไม่ใช่ประชาธิปไตย ประชา มาจากประชาชน ชนเป็นภาษาบาลี แปลว่า สักแต่ว่าเกิด อันนี้ผมใช้คำพูดของท่านพุทธทาสภิกขุนะครับ ชน แปลว่า สักแต่ว่าเกิด ฉะนั้นเราจะแปลเป็นว่ามนุษย์ เขาก็ไม่ค่อยใช้กัน เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยนี่ไม่ใช่ ธรรมาธิปไตยเป็นอย่างไรครับ ประเทศไทยเราเดือดร้อนกับเรื่องของคน เรื่องของมนุษย์ เยอะมากเลย แล้วเราก็มาสร้างกติกาแบบนี้ขึ้นมา และเราอ้างแต่ฝรั่ง เราอ้างมากซ์ เราอ้างเลนิน เราอ้างฌ็อง ฌัก รุสโซ อ้างสารพัด ฝรั่งทั้งนั้นเลย ประเทศนี้เป็นคริสเตียน ไปแล้วหรือ ขออภัยที่เอ่ยนามอย่างนั้น ผมอยากจะเรียนว่าเราคนไทยห่างเหินบริบทของ พุทธธรรมมา ๖๐ ปี ปี ๒๕๐๐ มีคำสั่งประกาศราชกิจจานุเบกษาโดยท่านนายกรัฐมนตรี ท่านหนึ่งให้เราหยุดวันพระ วันโกนไม่ได้แล้ว ถัดมาอีก ๒ ปีก็มีคำสั่งของท่านนายกรัฐมนตรี อีกท่านหนึ่งสั่งว่าให้เราหยุดวันเสาร์ วันอาทิตย์ นี่ละครับ ทำนบของวัฒนธรรมต่าง ๆ พังหมด คนห่างเหินจากสิ่งที่ปรากฏอยู่แล้วในหลักการของศาสนาเยอะมากเลย เราไปพึ่งแต่ฝรั่ง คิดแบบฝรั่ง ฝรั่งคิดอะไรครับ คนไทยคิดไม่เป็นหรือครับ คนไทยอย่างพุทธคิดเป็นนะครับ ผมอยากจะเอ่ยนามว่า สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ท่านประยุทธ์ ปยุตฺโต ท่านได้เขียนหนังสือ เยอะมากเลย เช่น ธรรมนูญชีวิต หรือของท่านพุทธทาสภิกขุเองก็เหมือนกัน หลักการเหล่านี้ คล้าย ๆ กัน เมื่อท่านคิดว่าอยากจะทำวัฒนธรรมทางการเมือง ท่านดูสิครับ เวลาประชุมห้องนี้ ถ้าท่านเคยเห็นอังกฤษ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย เราจะเห็นว่าเมื่อนายกรัฐมนตรีพูด หรือพรรคฝ่ายค้านพูดทุกคนจะพูดเยส (Yes) โน (No) ไปเรื่อย นั่งกันเต็มเลย เบียดจนไหล่ ชิดกันเลย นั่งประชุมสภาบางครั้งอาจจะมีลูกมาดูดนมอยู่ด้วย แต่เมืองไทยเป็นอย่างไรครับ เวลานี้ประชุมสภา มีประชุมกรรมาธิการโน่นนี่นั่นมันซ้อนกันครับ แต่นั่งรับประทานอาหาร ที่ห้องพักนี่โอเค (Okay) ถือว่ายังฟังการประชุมอยู่ วัฒนธรรมง่าย ๆ อย่างนี้เราไม่มีเลย เราเลียนแบบฝรั่งเพื่อความสบายใจของเราใช่ไหมครับ ผมเสนอง่าย ๆ เลยครับท่านกรรมาธิการ ต้องขออภัย ผมอาจมองไปในประเด็นที่ว่าค่อนข้างจะริจิด (Rigid) ไป หรือเคร่งครัดไป ก็ต้องขออภัยด้วย แต่ถ้าเราไม่ทำอย่างนี้ ๖๐ ปีของคำสั่งทั้ง ๒ ที่สั่งไว้คนเราหละหลวมมากเลย และปัญหาสารพัดเลย เราอยากเป็นฝรั่งก็เป็นไม่ได้ แต่เป็นไทยอย่างพุทธเราก็เป็นไม่ได้อีก ถ้าจะสร้างหลักสูตรขึ้นมาตามมาตราที่แสดงไว้ มาตรา ๑๒ วิธีง่าย ๆ เลย ผมลงไปสัมผัสโมเดล (Model) ของสุราษฎร์ธานีเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมเลยเสนอว่า โมเดล (Model) สุราษฎร์ธานีเป็นการสร้างคนที่ดี สร้างวัฒนธรรมของคนที่ดี เขาเอาหลักการ ทางพุทธศาสนาของพุทธทาสภิกขุมาใช้ แล้วก็มีแนวโน้มว่าอัตราส่วนของอาชญากรรมลดลง มี ๑๔ จังหวัดที่ทำโมเดล (Model) นี้ วิธีการก็คือว่าตัวชี้วัดต้องชัดเจน ยกตัวอย่าง การเป็นคนที่ดีในสังคม ผมขออนุญาตอ่าน คนที่ดีในส่วนรวมตามหลักธรรมนูญชีวิตมีหลักเยอะ ยกตัวอย่างของการเป็นสมาชิกชุมชนที่ดี แน่นอนครับ ตัวชี้วัดเรื่องศีล เรื่องการคบคนดี เรื่องการอะไรก็แล้วแต่ดีหมด อีกข้อหนึ่งที่ผมอยากจะให้เป็นตัวชี้วัดเพิ่มเติมเข้ามาคือ การเป็นสมาชิกที่ดีของรัฐ มนุษย์ที่เราแปลกันก็เข้าใจ แต่ไม่ใช่ประชาชนแน่นอน ต้องประชามนุษย์ ให้ชัดเจน เพราะคำว่า ชน แปลว่า สักแต่ว่าเกิด สมาชิกที่ดีของรัฐต้องเข้าใจธรรมาธิปไตย ธรรมาธิปไตยที่เป็นเมเจอริตี (Majority) คือพุทธศาสนา ต้องยึดสิ่งนี้ก่อน ถัดมาก็คือ การมีส่วนร่วมในการปกครอง ท่านดูสิครับว่าเวลาประชุม ข้อที่ ๑ เขาบอกว่าต้องประชุม เป็นเนืองนิจ มีตัวชี้วัดไหมครับ ประชุมเป็นเนืองนิจขององค์กร ของหน่วยงาน ของชุมชน หมู่บ้าน ข้อที่ ๒ มีส่วนร่วมในการปกครองที่ดี คือพร้อมเพรียงกันกับการประชุม พร้อมเพรียงนั่งประชุม เหมือนประเทศอังกฤษที่เห็นนั่งหัวไหล่ชิดกัน ทุกคนอยากจะพูด ก็ต้องมีระบบไมโครโฟนห้อยลงมาจากข้างบนให้ทุกคนพูด นั่งประจันหน้ากัน พร้อมเพรียงกัน ประชุม เพื่อตัดสินปัญหาต่าง ๆ ตัวชี้วัดมีไหมครับ หลักสูตรต่าง ๆ ที่อ้างว่ามีคณะกรรมการ ร่างขึ้นมาก็ควรให้เขาร่างขึ้นมาแล้วมีตัวชี้วัดให้ชัดเจน แล้วก็ไม่ใช่ทำตามอำเภอใจ ผู้มีประสบการณ์ของสังคมของบ้านเมืองอย่าไปว่ากล่าวดูถูก ควรยกย่องเขา นี่คือหลักการ การปกครองตามหลักพุทธ จากนั้นผู้นำของรัฐ ผมอยากเรียนตรงนี้เลยว่าเรามักจะพูดเสมอว่า ทศพิธราชธรรม แต่จริง ๆ ไม่ใช่ธรรมของพระราชาองค์เดียว เราจะให้พระราชาองค์เดียว มาทำทุกอย่างแทนคน ๗๐ ล้านคนคงไม่ได้ ๑๐ ข้ออาจจะยาก แต่ผู้ปกครองตั้งแต่นักปกครอง หัวหน้างาน ผู้บังคับบัญชา ผู้กำกับ ผู้การทั้งหลายก็ต้องมีหลักพวกนี้ให้ครบถ้วนด้วย ตัวชี้วัด เพื่อประกาศว่าเขาควรจะเหมาะสมในการพัฒนาตนขึ้นสู่ตำแหน่งสูงขึ้นได้หรือไม่ ๑๐ ข้อนี้ การให้ทานบ้าง การรักษาศีล รักษาความสุจริต หรือสารพัดเป็นหลักการ ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมสังคมไทยจึงไม่ใช้หลักพุทธในการที่จะมาปรับเพื่อให้เกิดวัฒนะ ให้เกิดธรรมะที่วัฒนาถาวร เป็นวัฒนธรรม เราจะยึดแต่ตำราฝรั่ง ไม่เข้าใจจริง ๆ เราเป็นคริสต์ เราเป็นอะไรไปแล้วหรือ เพราะฝรั่งคือตะวันตกเวสเทิร์นไนซ์ (Westernize) ใช่ไหมครับ ผมเองอยากจะเห็นอีกว่า เมื่อตัวชี้วัดตรงนี้ชัดเจนแล้วหลักการใหญ่ ๆ ในการประพฤติตนของคนในสังคม คือเขียนหลักไว้ในมาตราต่าง ๆ ที่เขียนอย่างนี้เขียนได้ครับ แต่ถ้าเราเขียนให้ชัดขึ้นว่า คนที่มานั่งเขียนต้องเป็นนักปราชญ์ที่รู้เรื่องต่าง ๆ ของพุทธศาสนา หรือธรรมะต่าง ๆ ครบถ้วนพอสมควรในการที่จะชี้นำว่าถ้าจะดูเรื่องการปกครอง เรื่องประชาธิปไตยต้องใช้ อย่างนี้ ๆ การดำเนินการประชาธิปไตยในท้องถิ่นทำอย่างนี้ ๆ มีหลักการหมด แต่เรา ก็ไม่ได้ยึดถือ ก็อยากจะเรียนว่าผมไม่ได้ขัดข้อง แต่ว่าอยากเสนอให้มีการเพิ่มเติมหรือปรับปรุง ให้กระชับมากขึ้นว่าการเขียนหลักสูตรนั้น ๆ ให้กับนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาขึ้นมา จนถึงมหาวิทยาลัยควรจะให้ชัดเจนแล้วก็มีบริบทของธรรมะต่าง ๆ เพื่อเป็นธรรมาธิปไตย ไม่ใช่ประชาธิปไตย สิ่งนี้ก็คงจะเป็นความรู้ความเข้าใจส่วนตัวผมที่เห็นมา แล้วการประชุมสภา ที่ไม่ฟังไม่อยู่ในที่ประชุมก็ไม่น่าจะเป็นประโยชน์ พอมาถึงก็กดเห็นชอบทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ฟังเลย หรืออาจจะอ่านมาบ้าง ผมว่านี่คือประเด็นที่ว่าจึงมีกฎหมายแปลก ๆ ออกไปบังคับพวกเรา อยู่ทุกวันนี้ ขอบคุณมากครับ