เสรี สุวรรณภานนท์ รายงานความคืบหน้าการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง โดยเสนอร่าง พ.ร.บ. เสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เป็นวาระเร่งด่วน พร้อมแผนแม่บท 4 ด้านที่เน้นการศึกษา การสร้างนักการเมืองที่ดี การมีส่วนร่วมของประชาชน และการประชาสัมพันธ์ พร้อมเสนอให้จัดตั้งกองทุนและแต่งตั้งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน เนื่องจากเห็นว่าปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองเกิดจากวัฒนธรรมการเมืองที่ยังไม่เข้มแข็งและความเข้าใจที่แตกต่างกันในหลักประชาธิปไตย
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ต้องกราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพว่า ตามรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมืองดังกล่าวในเรื่องการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองนี้ ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย พ.ศ. .... ซึ่งเสนอตาม รายงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง และตามวาระการปฏิรูปที่สำคัญ และเร่งด่วน (๒๗ วาระ) ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ กลุ่ม “คน” ต่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อพิจารณาดังนี้ โดยเรื่องนี้สืบเนื่องจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้พิจารณาจัดลำดับ ความสำคัญวาระการปฏิรูปที่สำคัญและเร่งด่วนเสนอต่อรัฐบาล ซึ่งได้พิจารณากำหนดให้ เรื่องการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองเป็นวาระปฏิรูปที่สำคัญและเร่งด่วน (๒๗ วาระ) ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ กลุ่ม “คน” ดังกล่าว ซึ่งการขับเคลื่อนการปฏิรูปการเสริมสร้างวัฒนธรรม ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้สัมฤทธิผลนั้นจะต้องมีกฎหมายว่าด้วย การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และมีมาตรการทางบริหาร โดยกำหนดให้การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยเป็นวาระแห่งชาติ และให้รัฐสนับสนุนการดำเนินการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย สำหรับในส่วนการดำเนินงานการขับเคลื่อนวาระการปฏิรูปที่สำคัญและเร่งด่วน กลุ่ม “คน” เรื่องการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยในเรื่องนี้ อย่างที่ กราบเรียนแล้วว่าคณะกรรมาธิการได้รายงานความคืบหน้าและดำเนินงานดังกล่าวต่อที่ประชุม สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อรับทราบไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา ในการนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปเรื่องการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยเป็นไปตามรายงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง และตามวาระการปฏิรูปเร่งด่วนที่สำคัญ กลุ่ม “คน” ดังกล่าว คณะกรรมาธิการได้จัดทำ ร่างพระราชบัญญัติเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย พ.ศ. .... เสนอให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศพิจารณาตามรายงานดังกล่าวที่ได้กราบเรียน ท่านประธานนั้น รายงานนี้ได้สรุปอยู่ในเอกสารซึ่งแจกท่านสมาชิกไว้แล้ว โดยรายงาน ดังกล่าวนี้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้มีมติเห็นชอบรายงาน เรื่อง การเสริมสร้าง วัฒนธรรมทางการเมือง ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองไปแล้ว และคณะกรรมาธิการก็ได้เสนอต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ โดยที่ประชุมสภาได้เห็นชอบรายงาน เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙ และได้ส่งรายงานนี้ให้แก่คณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว ซึ่งคณะกรรมการประสานงาน ๓ ฝ่าย ได้แก่ คณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้ประชุม และพิจารณารายงานเรื่องดังกล่าวนี้ในครั้งประชุมเมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา คณะกรรมการประสานงานรวม ๓ ฝ่าย ได้ประชุมพิจารณาเรื่องดังกล่าวนี้ และได้กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี คือท่านวิษณุ เครืองาม เพื่อทราบไปแล้ว สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้รายงาน เรื่องดังกล่าวเป็นวาระสำคัญเร่งด่วน (๒๗ วาระ) โดยมีประเด็นปฏิรูปที่มีสาระสำคัญ ดังนี้
๑. ให้การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เป็นวาระแห่งชาติ
๒. ดำเนินการตามรายงานการปฏิรูป เรื่อง การเสริมสร้างวัฒนธรรม ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตามแผนแม่บท
๓. พัฒนาประชาชนตั้งแต่ระดับเยาวชนและประชาชนทั่วไป โดยแยกออกเป็น
๑. การให้มีโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาทางการเมือง
๒. ให้มีหลักสูตรการศึกษาในการให้ความรู้เพื่อสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ทุกระดับการศึกษา
๓. การให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง โดยให้มีการเรียนรู้และสร้าง ประสบการณ์การเมืองในทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งทุกระดับ
๔. ให้มีการจัดเวทีการให้ความรู้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นปฏิรูปที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือการพัฒนานักการเมือง การพัฒนา นักการเมืองนั้นได้กำหนดให้มีหลักสูตรการศึกษา อบรม การเรียนรู้สำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทุกระดับ มีมาตรการกำหนดคุณธรรมจริยธรรมให้เป็นนักการเมืองที่ดี ให้มีบทลงโทษ ทางกฎหมายที่เข้มข้นกับนักการเมืองที่ทุจริตการเลือกตั้งและทุจริตคอร์รัปชัน นอกจากนี้ ให้มีสำนักงานหรือหน่วยงานกลางและให้มีคณะกรรมการในการรับผิดชอบการสร้างวัฒนธรรม ทางการเมืองและการพัฒนาการเมืองอย่างยั่งยืน ให้มีการปฏิรูปกฎหมายโดยปรับปรุงกฎหมาย ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น ให้มีร่างกฎหมายใหม่เพื่อการเสริมสร้างวัฒนธรรม ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งให้รัฐมีหน้าที่สนับสนุนการเสริมสร้างวัฒนธรรม ทางการเมือง เช่น การเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์การเป็นนักการเมืองที่ดี ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และรับผิดชอบในทางการเมืองร่วมกัน จัดงบประมาณ สนับสนุนการสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบยั่งยืน ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ นี้
๑. ให้ดำเนินการร่างพระราชบัญญัติการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย พ.ศ. .... ซึ่งเป็นร่างที่เรากำลังพิจารณาขณะนี้
๒. มีมาตรการทางบริหารกำหนดให้การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยเป็นวาระแห่งชาติ และให้รัฐสนับสนุนการดำเนินการเสริมสร้าง วัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยในข้อเสนอแนะตามแผนปฏิรูป
นอกจากนี้ในเรื่องของการจัดทำกฎหมายว่าด้วยการเสริมสร้างวัฒนธรรม ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง โดยข้อเสนอดังกล่าวนี้ให้มีแผนแม่บทหลักในการดำเนินงานการขับเคลื่อน การปฏิรูปการเสริมสร้างวัฒนธรรมการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งประกอบไปด้วย แผนหลัก ๔ แผน ได้แก่
แผนหลักที่ ๑ แผนการให้การศึกษาเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมทางการเมืองที่ยั่งยืน
แผนหลักที่ ๒ การสร้างนักการเมืองที่ดี และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมทางการเมืองที่ยั่งยืน
แผนหลักที่ ๓ การประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมทางการเมืองที่ยั่งยืน
แผนหลักที่ ๔ การบริหารการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมทางการเมือง ที่ยั่งยืน
โดยการให้มีแผนแม่บทในการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยเป็นแผนหลักในการดำเนินการนี้ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่งต่อการที่จะให้มี การดำเนินงานเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้บรรลุผลสำเร็จได้ จึงจำเป็นต้องมีแผนแม่บทเป็นแผนหลักในการดำเนินงาน อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิด ความต่อเนื่องและรวดเร็วในการดำเนินงานจัดทำแผนแม่บท คณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการเมืองจึงเห็นว่าร่างกฎหมายการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย ควรมีบทบัญญัตินำแนวทางตามรายงาน เรื่อง การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง มาใช้ประกอบการดำเนินการจัดทำแผนแม่บท และในการดำเนินงานใด ๆ ให้คำนึงถึง การสานต่อโครงการ กิจกรรม หรือภารกิจการขับเคลื่อนการเสริมสร้างวัฒนธรรม ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง และเพื่อให้แผนแม่บทสามารถดำเนินงานได้สอดคล้องกับเหตุการณ์ และปัญหาอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างขั้นตอนการปฏิบัติการขับเคลื่อนแผนแม่บท จึงควรให้สามารถแก้ไขปรับปรุงแผนแม่บทได้เพื่อประโยชน์ในการเสริมสร้างวัฒนธรรม ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้สัมฤทธิผล การกำหนดหน่วยงานสนับสนุน และรับรองกิจกรรมคณะกรรมการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และการขับเคลื่อนแผนแม่บท โดยกำหนดหน่วยงานที่จะทำหน้าที่รองรับภารกิจการขับเคลื่อน การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย คณะกรรมาธิการได้คำนึงถึง ความจำเป็นและผลกระทบต่องบประมาณแผ่นดิน จึงได้กำหนดให้หน่วยงานรองรับภารกิจ การขับเคลื่อนแผนแม่บทเป็นส่วนราชการภายในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงาน ของฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งเป็นอำนาจสำคัญในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และมีอำนาจ หน้าที่ พันธกิจ มีความพร้อมในเรื่องบุคลากร และมีประสบการณ์ในการดำเนินงาน จัดกิจกรรมโครงการเผยแพร่ประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนอยู่หลายโครงการเป็นลำดับ ต่อเนื่องมาตลอด ทั้งนี้ ให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินงานตามภารกิจดังกล่าว ให้แก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอย่างเพียงพอ และในร่างกฎหมายดังกล่าว ให้กำหนดกองทุนเพื่อการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แผนแม่บท ได้กำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยเพื่อให้ดำเนินงานขับเคลื่อนแผนแม่บทมีความต่อเนื่อง เนื่องจาก การสร้างค่านิยมที่พึงประสงค์ร่วมกันของคนในชาติ จำเป็นต้องมีกองทุนเพื่อการดำเนินงาน เรื่องดังกล่าว โดยคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองมีความเห็นให้โอน กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองตามพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ มาเป็นกองทุนเพื่อการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เหตุผล และความจำเป็นในการตรากฎหมายว่าด้วยการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่า ด้วยสภาพปัญหาการเมือง และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยมีความขัดแย้งทางการเมือง จนเกิดความรุนแรงขึ้นหลายครั้ง และเหตุการณ์ได้วนเวียนในลักษณะนี้มาอย่างยาวนาน ตลอดช่วงระยะเวลาการเป็นประเทศประชาธิปไตยของไทย โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้ง ทางการเมืองในห้วงกว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมา นับเป็นความขัดแย้งทางการเมืองที่ยาวนาน และมีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในความขัดแย้งจำนวนมาก ประชาชนมีความคิดเห็น ทางการเมืองแตกแยกเป็นฝักฝ่าย และไม่เป็นมิตรต่อกัน โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวอ้าง ความชอบธรรมในอำนาจการปกครองที่แตกต่างกัน ซึ่งเกิดจากการมีความเชื่อ ทัศนคติ และความเข้าใจในหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่แตกต่างกัน การเลือกตั้งไม่เป็นไป โดยสุจริตและเที่ยงธรรม นักการเมืองขาดคุณธรรมและจริยธรรม และไม่ได้ทำหน้าที่ เป็นผู้แทนของประชาชน มีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน มีการประพฤติมิชอบ พรรคการเมือง ถูกครอบงำจากนายทุน ซึ่งสภาพปัญหาต่าง ๆ ดังกล่าวได้นำไปสู่ความไร้เสถียรภาพ ทางการเมือง ส่งผลกระทบการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ และแม้จะมีการใช้มาตรการบังคับการลงโทษทางกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาทางการเมือง ดังกล่าว แต่ปัญหาก็ยังมิได้ทุเลาเบาบางลง เนื่องจากประชาชนในประเทศยังมีความรู้ ความเข้าใจในหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ไม่ถูกต้อง ไม่ตรงกัน และยังมีความเชื่อ ทัศนคติ และค่านิยมดั้งเดิม ซึ่งเกิดจากกระบวนการถ่ายทอดทางวัฒนธรรมของสังคมที่ปลูกฝังมาอย่างยาวนาน เช่น มีวัฒนธรรมในการพึ่งพาอำนาจ ระบบอุปถัมภ์ มีทัศนคติยอมรับการทุจริตและการซื้อสิทธิ ขายเสียง มีทัศนคติเห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์สาธารณะ ไม่สนใจกิจกรรม ทางการเมือง เป็นต้น ความเชื่อ ทัศนคติ และค่านิยมดังกล่าวนับเป็นอุปสรรคสำคัญ ต่อการพัฒนาการเมืองและการพัฒนาประชาธิปไตย ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ ทุกด้าน ดังนั้นเพื่อให้การพัฒนาการเมืองและการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศ มีความมั่นคงและยั่งยืน อันจะนำมาซึ่งการแก้ไขปัญหาทางการเมืองและปัญหาของประเทศ ในด้านอื่น ๆ รัฐจึงจำเป็นต้องเร่งเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ที่ถูกต้องให้แก่ประชาชน โดยส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีสำนึกความเป็นพลเมือง มีส่วนร่วมการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ การจัดทำบริการสาธารณะ ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น การต่อต้านทุจริตและประพฤติมิชอบ การตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐ การตัดสินใจทางการเมืองและกิจกรรมทางการเมือง รู้จักยอมรับในความเห็น ทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกต่างกัน ใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติโดยอิสระ ปราศจากการครอบงำไม่ว่าด้วยทางใด ตลอดจนเสริมสร้างให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และรับผิดชอบต่อประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ ของตน ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายแห่งรัฐและแนวทางการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๗๘ และมาตรา ๒๕๘ ก. การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยดังกล่าวข้างต้น เป็นการเตรียม และพัฒนาคนซึ่งถือเป็นทรัพยากรสำคัญที่สุดของชาติให้มีความพร้อมในการแก้ปัญหา ของประเทศ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตามแนวทางการพัฒนาประเทศ ๔.๐ ซึ่งรัฐจะต้องวางรากฐานการพัฒนาประเทศระยะยาว และดำเนินการปฏิรูปประเทศในทุกด้าน และสอดคล้องกับโมเดล (Model) การพัฒนาคน ไปสู่คนไทย ๔.๐ ในศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งต้องปฏิรูปคนไทยให้เป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลม มีทักษะที่เห็นผล มีสุขภาพที่แข็งแรง และมีจิตใจที่งดงาม เป็นคนไทยที่มีความภาคภูมิใจ ในความเป็นคนไทย โดยมีกรอบความคิดที่เป็นสากล เปลี่ยนแปลงคนไทยที่เน้นประโยชน์ ส่วนตนไปเป็นคนที่มีจิตใจสาธารณะ เกื้อกูล แบ่งปัน และรับผิดชอบต่อส่วนรวม แต่จะพัฒนา คนไทยให้มีคุณสมบัติดังกล่าวได้นั้น ทุกภาคส่วนของสังคมต้องร่วมกันบ่มเพาะ ปลูกฝัง ความเชื่อ ค่านิยม และทัศนคติที่ดีงามตามหลักการอยู่ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานพัฒนาและเสริมสร้างคนไทยให้มีวัฒนธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้องของสถานศึกษาที่ให้การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย และการดำเนินงานเผยแพร่ประชาธิปไตยและพัฒนาการเมือง ของหน่วยงานต่าง ๆ ยังมีลักษณะต่างคนต่างทำ และยังมีประชาชนจำนวนมากไม่สามารถ เข้าถึงการศึกษา ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และไม่มีองค์ความรู้ทางด้านการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้องเพียงพอ ซึ่งเป็นช่องทางให้นักการเมืองที่ไม่ดี ใช้เป็นเส้นทางเข้าสู่การดำรงตำแหน่งทางการเมือง และหาผลประโยชน์เพื่อตนเอง และพวกพ้อง ดังนั้นเพื่อสลายปัญหาและอุปสรรคดังกล่าว และให้การเสริมสร้างวัฒนธรรม ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยเกิดผลสัมฤทธิ์ รัฐจึงจำเป็นต้องมีกฎหมายว่าด้วย การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยเพื่อบูรณาการ ดำเนินงาน ของทุกภาคส่วนให้มีทิศทางการดำเนินงาน ที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนคนไทยโดยการให้การศึกษา เรียนรู้อย่างมีกระบวนการ เพื่อบ่มเพาะ ปลูกฝังจิตใจคนไทยให้มีความเชื่อ ค่านิยม ทัศนคติที่ดี อยู่ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตย อย่างสันติสุข ถ่ายทอดกันจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งจนเกิดวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่ดีงามขึ้น ในสังคมไทย โดยกฎหมายดังกล่าวจะวางแนวทางและกลไกการดำเนินงานของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม บูรณาการการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ขับเคลื่อน ไปในทิศทางเดียวกัน มีการจัดทำหลักสูตรให้การศึกษาเรียนรู้แก่ประชาชนเพื่อเสริมสร้าง วัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ดีงามและถูกต้อง มีกระบวนการการสร้าง นักการเมืองที่ดีและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั่วถึง และมีความเหมาะสม กับประชาชนในแต่ละกลุ่มวัยและกลุ่มอาชีพ และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน ตามร่างกฎหมายดังกล่าวที่เสนอท่านประธานสู่การพิจารณาของสภาแห่งนี้ ในร่างกฎหมาย ดังกล่าวได้จัดส่งให้ท่านสมาชิกแล้วมีทั้งหมด ๔๔ มาตรา โดยมาตรา ๔ เป็นเรื่องของ ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ มาตรา ๕ เป็นเรื่องให้การเสริมสร้างวัฒนธรรมการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยเป็นวาระแห่งชาติ มาตรา ๖ เป็นเรื่องวัตถุประสงค์ในการเสริมสร้าง วัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย มาตรา ๗ และมาตรา ๘ เป็นแผนแม่บท การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยเป็นแผนหลักในการดำเนินงาน มาตรา ๙ ถึงมาตรา ๑๘ เป็นเรื่องการขับเคลื่อนการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาตรา ๑๙ ถึงมาตรา ๓๑ เป็นเรื่องของ คณะกรรมการการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย รายละเอียด ขอให้ท่านสมาชิกช่วยพิจารณากันเองนะครับ มาตรา ๓๒ ถึงมาตรา ๓๔ เป็นเรื่อง สำนักเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย มาตรา ๓๕ ถึงมาตรา ๓๘ เป็นเรื่องกองทุนเพื่อการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ในบทเฉพาะกาลตั้งแต่มาตรา ๓๔ ถึงมาตรา ๓๙ ก็มีบทบัญญัติไว้ ๖ มาตรา ก็คือ การให้โอนเงินและทรัพย์สินของกองทุนพัฒนาการเมืองตามพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ มาเป็นกองทุนเพื่อการเสริมสร้างวัฒนธรรมการเมือง อยู่ในมาตรา ๓๙ และในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการประกอบด้วยบุคคลตามมาตรา ๑๙ (๑) (๒) (๓) ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้ง ตามกฎหมายนี้ วาระเริ่มแรก ให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ยังไม่จัดตั้ง เป็นสำนักเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ให้สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรมอบหมายให้ส่วนราชการภายในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่มีอยู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติงานเพื่อรองรับภารกิจของคณะกรรมการ และดำเนินงานอื่น ๆ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายนี้ เรื่องที่ ๔ วาระที่ยังไม่มีแผนแม่บทให้นำรายงานเรื่องการเสริมสร้าง วัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของคณะกรรมาธิการด้านการเมืองของ สปท. มาประกอบการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน จนกว่าจะมีการจัดทำ แผนแม่บทให้แล้วเสร็จ เรื่องที่ ๕ ในวาระเริ่มแรกให้นำแนวทางตามรายงานเรื่องการเสริมสร้าง วัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของคณะกรรมาธิการด้านการเมืองของ สปท. มาใช้ประกอบการดำเนินการจัดทำแผนแม่บท และเพื่อให้การเสริมสร้างวัฒนธรรม ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยมีความต่อเนื่อง การดำเนินงานของพระราชบัญญัตินี้ ให้คำนึงถึงการสานงานต่อโครงการ กิจกรรม หรือภารกิจ การขับเคลื่อนการเสริมสร้าง วัฒนธรรมการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของคณะกรรมาธิการด้านการเมืองของ สปท. และสุดท้ายในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการจัดทำหลักสูตร สำหรับนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาชั้นปีที่ ๑ และให้กระทรวงศึกษาธิการบรรจุเป็น วิชาภาคบังคับในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาทุกแห่ง ทั้งนี้ การจัดทำหลักสูตรสำหรับ นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาชั้นปีที่ ๑ ให้นำกรอบหลักสูตรวิชาการเมืองและพลเมืองศึกษา สำหรับนักศึกษาระดับอุดมศึกษาชั้นปีที่ ๑ ของคณะกรรมาธิการด้านการเมืองเป็นแนวทาง ในการจัดทำ และใช้เป็นแนวทางในการจัดทำหลักสูตรในระดับอื่น ๆ ต่อไป ซึ่งหลักสูตร ของกระทรวงศึกษาธิการนั้น สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้เคยเสนอแนวทาง การปฏิรูปการศึกษาไปแล้ว และสภาแห่งนี้ก็ได้พิจารณาเห็นชอบไปแล้ว ซึ่งในหลักสูตร การปฏิรูปการศึกษาของคณะกรรมาธิการด้านการศึกษาก็ได้มีข้อเสนอให้มีวิชาในเรื่องของ การสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองอยู่ในหลักสูตรข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาไปแล้ว ก็จะสอดรับกับรายงานและร่างกฎหมายฉบับนี้ ตามรายงานดังกล่าวนี้ หากสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศเห็นชอบกับรายงานและร่างกฎหมายดังกล่าวนี้ก็จะส่งร่างกฎหมาย ดังกล่าวไปยังคณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกรอบปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ก็คือ ป.ย.ป. ส่งไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงาน เลขาธิการวุฒิสภา พิจารณาดำเนินการต่อไป ก็รายงานให้สภาได้พิจารณา ส่วนท่านกษิต หรือกรรมาธิการท่านอื่นมีอะไรจะเพิ่ม ก็ขออนุญาตท่านประธาน มีไหมครับ ขออนุญาต ท่านประธานครับ