ถวิลวดี ชี้เพิ่มกลไกพรรคตรวจสอบ ส.ส. เสริมรัฐสภา-ปชช. มีส่วนร่วม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑ · ๙ มกราคม ๒๕๖๐

ถวิลวดี บุรีกุล สนับสนุนการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐโดยประชาชนและเสนอให้มีกฎหมายคุ้มครองผู้ร้องเรียน เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและป้องกันการฟ้องร้องเพื่อปิดปาก (Anti-SLAPP Law)

นางถวิลวดี บุรีกุล

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ แล้วก็ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิก ดิฉัน ถวิลวดี สมาชิกหมายเลข ๖๑ ดิฉันมีประเด็นสั้น ๆ ที่จะเสริมรายงาน ของกรรมาธิการชุดนี้นะคะ เพราะว่าในเรื่องของการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ ดิฉัน อยากจะเสริมในเรื่องของผู้ที่ต้องรับผิดชอบเรื่องของการเข้าสู่อํานาจรัฐก็คือพรรคการเมือง คืออยากจะให้เติมในเรื่องของพรรคการเมืองเองก็ต้องตรวจสอบสมาชิกที่ไปทําหน้าที่ นิติบัญญัติ แล้วก็บริหารด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ไม่ยากที่จะเติมลงไป ส่วนเรื่องของ การตรวจสอบโดยรัฐสภานั้นดิฉันก็เห็นชอบ ไม่มีประเด็นอะไร แต่ปัญหาก็คือรัฐสภาเองที่ผ่านมาไม่สามารถที่จะตรวจสอบอะไรได้เท่าไร ส่วนองค์กรอิสระ ดิฉันเห็นด้วยกับท่านสมาชิกที่พูดไปแล้ว ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ เพราะว่าในเรื่อง ของกระบวนการสรรหามีปัญหามาก แล้วก็ประเด็นที่สําคัญที่ดิฉันจะกล่าวถึงก็คือ เรื่องของการตรวจสอบโดยภาคประชาชน ซึ่งในหน้า ๓๓ ท่านได้พูดถึงวิธีการปฏิรูปในข้อ ๓ ซึ่งดูเหมือนจะย้อนแย้งกับ ข้อ ๑ และ ข้อ ๒ โดยสิ้นเชิง เพราะว่าท่านไปพูดถึงการมี โครงสร้างกฎเกณฑ์และมาตรการลงโทษ กรณีใช้มาตรการควบคุมและตรวจสอบการใช้ อํานาจรัฐของประชาชน โดยประชาชนผู้ร้องเรียนต้องมีส่วนเกี่ยวข้องและอยู่ในพื้นที่อันเป็น มูลเหตุของการร้องเรียน เป็นต้น ซึ่งตรงนี้ถ้าพิจารณาในเรื่องของผู้มีส่วนได้เสีย ท่านจะมี ความเข้าใจคําว่า ผู้เกี่ยวข้อง แล้วในร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการลงประชามติก็มีคําว่า ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งตรงนี้จะครอบคลุมรวมถึงภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชน สมาคม วิชาชีพอะไรอย่างนั้นนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านจะไปตัดสิทธิองค์กรเหล่านั้นเลย แล้วก็ที่สําคัญก็คือจะไปสวนทางกับการส่งเสริมประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการ ตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ เพราะว่าจะมีประเด็นที่ท่านเขียนว่า ต้องได้รับโทษตามที่ กฎหมายกําหนด ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนร้องเรียนและฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐ โดยไม่มีเหตุผลอันควร ดิฉันอยากจะเรียนให้ทราบว่าถ้าไม่มีเหตุอันควรจริง ๆ และถ้า ไม่เดือดร้อนจริง ๆ ประชาชนก็ไม่อยากจะยุ่งกับรัฐเท่าไร แล้วก็ที่สําคัญก็คือมันเป็น การเสียเวลา แล้วก็ถูกประณามว่าขัดขวางโครงการอีกหลาย ๆ โครงการ เพราะฉะนั้น ทําไมประชาชนถึงต้องมีส่วนร่วม ดิฉันคิดว่าท่านเข้าใจดี เพราะว่าท่านได้เขียนชัดเจนในเรื่อง ของการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนในการตรวจสอบ เพราะว่าเป็นการคุ้มครอง ส่งเสริม และขยายสิทธิของประชาชน นอกจากนี้เป็นการลดการผูกขาดอํานาจรัฐ ขจัดการใช้อํานาจ โดยไม่ชอบ แล้วก็ใช้อํานาจโดยไม่เป็นธรรมซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สําคัญ แล้วก็ทําให้ระบบตรวจสอบ มีความเข้มแข็งขึ้นจึงต้องมีการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ตรงนี้เป็นคําอธิบาย ดิฉันจะเสริมว่าแล้วทําอย่างไร ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อบ้านเมืองถึงทางตันแล้วไม่สามารถที่จะ หาใครมาแก้ปัญหาได้ องค์กรตรวจสอบโดยรัฐสภาหรือว่าองค์กรอิสระต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะ ตรวจสอบโดยหลักการตรวจสอบได้ แต่ในความเป็นจริงไม่สามารถที่จะทําได้ ในที่สุด เราใช้การเมืองนอกสภา เราใช้การเมืองบนท้องถนน เราใช้การมีส่วนร่วมที่ไม่ได้ทํากันทั่วไป ที่เรียกว่าอันคอนเวนชันนัล พาร์ทิซิเพชัน (Unconventional Participation) ให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบ ด้วยเหตุนี้เราถึงต้องเดินทางมาถึงวันนี้ ดิฉันอยากจะให้ พิจารณาให้ดีว่า ถ้าจะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนจะต้องเดินทางไปทางไหนนอกเหนือจากสิ่งที่ ท่านเขียนบล็อกประชาชนไว้ตั้งแต่แรกในข้อ ๓ นอกจากนี้ประเด็นหลายประเด็น ที่ดิฉันอยากเสนอให้ท่านเติมเข้าไปก็คือในเรื่องของกฎหมายฉบับที่ดิฉันอยากจะให้ลองไป พิจารณาดูว่าเป็นไปได้ไหมที่เราจะเสนอก็คือเรื่องของแอนตี้ สแลป ลอว์ (Anti-SLAPP Law) หรือการมีกฎหมายที่ป้องกันประชาชนที่จะฟ้องรัฐในเรื่องของการที่จะเตือนรัฐ จากการกระทําที่มิชอบ เขาเรียกว่า การปกป้องประชาชน เพราะว่าหลายครั้งประชาชน ก็ถูกดําเนินคดีหมิ่นประมาท เขาเรียกว่าเป็นการดําเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อระงับ การมีส่วนร่วมของประชาชน ป้องกันการฟ้องรัฐ หรือฟ้องภาคเอกชนด้วยกันเองที่ได้รับ อนุมัติ อนุญาตจากรัฐ เขาเรียกว่าฟ้องให้หุบปาก ซึ่งไม่ต่างอะไรจากตบปากให้หยุดพูด ซึ่งอันนี้บ้านเรายังไม่มี แล้วในที่สุดประชาชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบก็ต้อง เสียเวลา เสียเงิน เสียทอง แล้วที่สําคัญเสียกําลังใจ แล้วก็ถูกข่มขู่มากมาย ไม่สามารถที่จะ เข้ามามีส่วนในการตรวจสอบอํานาจรัฐได้เลย นอกจากมีหน่วยกล้าตายไม่กี่คนเท่านั้นนะคะ การที่มีกลไกในลักษณะแบบนี้ เรายอมให้มีกลไกแบบนี้จะทําให้คดีล่าช้า แล้วก็เยิ่นเย้อ แล้วสุดท้ายประชาชนอาจจะต้องเสียถึงชีวิต ตรงนี้จะทําอย่างไร เพราะว่าหลายประเทศ ก็มีเรื่องของแอนตี้ สแลป ลอว์ (Anti-SLAPP Law) แล้ว แต่บ้านเรายังไม่มี มันก็ต้อง มีมาตรการหลายมาตรการซึ่งจะต้องไปพิจารณาตั้งแต่ พ.ร.บ. ของอัยการ หรือว่าเรื่องของ การพิจารณาของศาลถ้ามีคดีในลักษณะนี้เข้ามาทําอย่างไร อาจจะต้องพิจารณา ตั้งแต่แรกเลยว่าจะไม่ฟ้องหรืออัยการอาจจะไม่ฟ้องอย่างไร นอกจากนี้ถ้าจะฟ้องแล้ว อาจจะไม่จําเป็นที่จะต้องมีหลักประกันก็ได้ เพราะว่าประชาชนมีความยากจน แต่ว่าพอเวลาที่จะฟ้องเตือนอะไร หรือจะร้องเตือน หรือจะให้ข้อมูลกับภาคประชาชน ด้วยกันเองหรือสื่อสาธารณะก็ถูกฟ้องหมิ่นประมาท เป็นทั้งคดีอาญาแล้วก็คดีแพ่ง อะไรอย่างนี้นะคะ เพราะฉะนั้นจะทําอย่างไร ดิฉันคิดว่าถ้าไม่มีเรื่องนี้สิ่งที่ท่านฝันอยากจะให้ ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐไม่มีทางสําเร็จได้และเป็นไป ไม่ได้เลย นอกจากนี้กลไกอื่น ๆ เช่นในเรื่องของข้อมูลข่าวสารก็ดูเหมือนดี แต่ว่ากลไกต่าง ๆ ก็ยังไปไม่ถึง เพราะฉะนั้นเรื่องของโอเพนกัฟเวิร์นเมนต์ (Open Government) ที่จะต้องมี เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะมาให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง เที่ยงตรง ทันการณ์ พอเพียง เข้าใจง่าย ก็ต้องมีความจําเป็น เพราะว่าประชาชนของเราไม่ได้เข้าใจในลักษณะ เดียวกัน เพราะว่าอาจจะมีความด้อยในเรื่องของความพิการ หรือในเรื่องของการศึกษาก็ตาม ตรงนี้จะทําอย่างไร ดิฉันอยากจะให้มองลึกไปถึงตรงนั้น แม้กระทั่งเว็บไซต์ (Web Site) ของภาครัฐเองที่จะให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ (Web Site) ของกรมบัญชีกลาง หรือสํานักงบประมาณ หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะให้ประชาชนเข้ามาดูว่า งบประมาณเป็นอย่างไร หรือรวมถึงเว็บไซต์ (Web Site) ของสํานักงานศาล หรือว่า กระทรวงยุติธรรมที่จะให้ประชาชนมาติดตามตรวจสอบความคืบหน้าของคดีจะเป็นไปได้ อย่างไร เพราะว่าบางทีประชาชนก็อยากจะรู้เหมือนกัน อันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องของ การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐด้วยนะคะ แล้วสุดท้ายดิฉันมองว่าเรื่องของการตรวจสอบ โดยประชาชนมีความสําคัญ อย่าให้ประชาชนต้องรอทุก ๔ ปีแล้วค่อยมาตรวจสอบว่า ฉันจะเอาหรือไม่เอาเธอให้ทํางานต่อ เพราะว่าบางทีก็ช้าเกินไป และนอกจากนี้ยังมี บางตําแหน่งที่ประชาชนดูเหมือนจะตรวจสอบได้ยาก เพราะว่ากฎหมายไปล็อกไว้ ให้เขามีอํานาจไปจนเกษียณ เพราะฉะนั้นตรงนี้จะทําอย่างไร นักการเมืองทุก ๔ ปี ประชาชนยังไปหย่อนบัตรว่าเอาหรือไม่เอาได้ว่าให้ทําหน้าที่ต่อ แต่ว่าข้าราชการระดับสูง ข้าราชการ หรือแม้กระทั่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนจะทําอย่างไร ดิฉันฝากเป็นการบ้าน ให้กรรมาธิการชุดนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ