สุรินทร์ ชี้ปัญหาทับซ้อนเขตทะเล หวั่งน้ำมัน-ทรัพยากรในอนาคต

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑ · ๙ มกราคม ๒๕๖๐

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หารือความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างบูรณาการ โดยเน้นปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนจากเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากรทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต รวมถึงความจำเป็นในการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดข้อขัดแย้งและรักษาผลประโยชน์ของชาติในระยะยาว

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ที่รักทุกท่าน กระผม นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๗๓ ผมอ่านรายงาน ของท่านกรรมาธิการแล้วก็มีความรู้สึกว่ามาทันเวลาแล้วก็เหมาะสม เพราะการดูแลเรื่อง ผลประโยชน์ทางทะเลเป็นเรื่องสําคัญ ที่ผมว่าสําคัญเพราะอะไร ในโลกนี้ก็มีการ แย่งชิงผลประโยชน์กันทั้งสิ้น แล้วยิ่งมีชายทะเลอยู่ใกล้เคียงกันก็ยิ่งมีผลประโยชน์ทับซ้อน จะเห็นข่าวเกาะต่าง ๆ ที่กําลังแก่งแย่งกันในระดับโลกก็จะเป็นตัวอย่างที่ดี จากประชากร ของโลกในอดีตมี ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านคน ปัจจุบันนี้ ๗,๓๐๐ ล้านคน และคาดการณ์ว่า ในอนาคต ปี ๒๕๙๓ จะมีประชากรถึง ๙,๘๐๐ ล้านคน ยิ่งมีประชากรมากเท่าไรการแก่งแย่ง ผลประโยชน์จะยิ่งมาก ทั้งบนดินและในน้ํา รวมทั้งในอนาคตอาจจะในอวกาศด้วยซ้ํา จึงเหมาะสมอย่างยิ่ง ผมอ่านรายงานการประชุมของท่านแล้วผมก็อยากจะนําเสนอ ในสิ่งที่ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านกรรมาธิการ รวมทั้งประชาชนคนฟังที่อยู่ที่บ้าน ขอเชิญท่านดู อันนี้ผมนํามาให้ท่านดูว่าถ้าเราไม่มีกัมพูชาอยู่ใกล้ ๆ ไม่มีเมียนมาอยู่ใกล้ ๆ ทางตะวันตก แล้วไม่มีมาเลเซียอยู่ทางตะวันตกปัญหาก็จะน้อยลงกว่านี้ เพราะเมื่อไร ที่เราใช้ ๑๒ ไมล์ทะเล หรือ ๒๐๐ ไมล์ หรือ ๒๐๐ กิโลเมตรเศรษฐกิจปัญหาก็จะทับซ้อนกัน เพราะประเทศใกล้เคียงกัน ประเทศไทยมีทะเลยาวถึง ๓,๑๔๘.๓๒ กิโลเมตร อยู่อันดามัน ๒,๐๕๕ กิโลเมตร อ่าวไทย ๑๗ จังหวัด ๑,๐๙๓ กิโลเมตร ของอันดามัน ๖ จังหวัดปัญหาน้อย เพราะทรัพยากรในทะเลไม่มาก เป็นทะเลน้ําลึกมาก ๆ แล้วก็มีจังหวัดที่ติดชายทะเล ถึง ๒๓ จังหวัด เยอะมากนะครับ เพราะฉะนั้นการที่ท่านนําเสนอคิดว่าจะเป็นประโยชน์ ต่อประเทศไทยในอนาคตอย่างยิ่ง ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนิดหนึ่งว่า การแบ่งเขตทะเลตามอนุสัญญาองค์การสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล พ.ศ. ๒๕๒๕ ผมดูแล้วไม่มีในรายงาน ผมก็เลยนํามาเสียหน่อยหนึ่งว่าอันนี้มันเป็นความคิด ของประเทศต่าง ๆ แบ่งออกเป็น ๖ ส่วน คือ ๑. น่านน้ําภายในไม่มีปัญหา เช่นแถว ๆ กรุงเทพมหานครเขาเรียกน่านน้ําภายใน เข้ามานี้ไม่มีติดใคร ทะเลอาณาเขต ประเภทที่ ๒ ๑๒ ไมล์ทะเล เขตต่อเนื่องไปอีก ๑๒ ไมล์ทะเลติดต่อกัน อันนี้อยู่ในแผนที่ที่ผมนํามาแสดง ต่อไปอันดับ ๔ ที่เขาแบ่งก็คือว่าเขตเศรษฐกิจจําเพาะ ตรงนี้แหละที่เป็นปัญหามาก ที่เป็นปัญหามากเพราะอะไร กําหนดถึง ๒๐๐ ไมล์ทะเล ๒๐๐ ไมล์ทะเลจากฝั่งประเทศไทย เกือบไปชนเวียดนามหรือกัมพูชา ต่างคนก็ต่างจะยึด ๒๐๐ ไมล์ทะเล ก็จึงเป็นปัญหาของโลก ปัจจุบันและในอนาคต ไหล่ทวีปก็เช่นเดียวกัน เขาแบ่งเป็นประเภทที่ ๕ เขาเรียกไหล่ทวีป รายละเอียดก็อยู่ในเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) แล้ว ทะเลหลวงไม่มีปัญหาเลยสามารถ วางสายเคเบิล เช่นจากกรุงเทพฯ ไปถึงสิงคโปร์ มาเลเซียได้ แล้วเราก็วางอยู่ เป็นเรื่องที่ ทุกประเทศสามารถกระทําได้ ทีนี้ทรัพยากรในทะเลหรือชายฝั่งที่ท่านกรรมาธิการว่าทั้งหมดนี้ ผมอยากกราบเรียนว่าถ้าแบ่งใหญ่ ๆ มันแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือสิ่งที่มีชีวิต กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต ใช่ไหมครับ สิ่งมีชีวิตก็ตั้งแต่ปะการังนี่ก็มีชีวิต สัตว์ทะเลได้แก่กุ้ง ปลา เต่า หอยทั้งหลายที่เห็นในภาพนะครับ อันนี้เรียกว่าสิ่งที่มีชีวิตก็แก่งแย่งกัน การจับปลา ในน่านน้ําคนนั้นคนนี้ก็เป็นปัญหา แล้วมีการทะเลาะเบาะแว้งกันมากมาย ถ้าเรากําหนด เสียให้มันถูกต้อง แล้วทําในสิ่งที่ถูกต้องก็จะทําให้ปัญหาของชาติบ้านเมืองน้อยลง ต่อไปสิ่งที่ มีชีวิตอีกประเภทหนึ่งที่เคลื่อนไหวไม่ได้คือป่าชายเลนก็สําคัญมาก ขณะนี้ก็ลดน้อยถอยลง เนื่องจากเราไปบุกรุก ประเภทที่ ๒ ใหญ่ ๆ ก็คือทรัพยากรที่ไม่มีชีวิต อันนี้แก่งแย่งกันมาก นี่คือแท่นขุดเจาะในทะเลของประเทศไทย ในต่างประเทศก็มีเยอะนะครับ อย่างที่สมาชิก สปท. บางท่านได้กล่าวไปแล้วว่ามีเป็นร้อย ๆ แหล่งแร่ในทะเลก็เช่นเดียวกัน อันนี้ก็มีการขุดแหล่งแร่ในทะเลในอดีต ปัจจุบันก็น้อยลง สําหรับประเทศไทย การสํารวจ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่จะต้องสํารวจกันที่จะไปพูด การสํารวจ ก็แก่งแย่งการสํารวจกัน พอแก่งแย่งปุ๊บก็ทะเลาะกันระหว่างประเทศ รวมทั้งคนไทยด้วยกัน ก็แก่งแย่งกัน ก็ต้องจัดระเบียบ ทีนี้ผมฟังท่านกรรมาธิการพูดแล้วผมก็มีความรู้สึกว่า ผมเห็นด้วยกับท่านเลยว่าเราขาดการบูรณาการกันอย่างยิ่งเลย ผมดูในหน้า ๒๙ ของรายงานท่าน กระทรวงมี ๒๐ กระทรวง แต่เป็นกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เสีย ๒๐ กระทรวง ถ้าเป็นกรมผมคิดว่าหลายสิบกรม แล้วแต่ละกรมก็มีกฎหมายของท่าน ท่านลองพลิกดูสิครับ ท่านกรรมาธิการครับ ผมไม่ได้เอาจากที่อื่นเอาจากรายงานท่าน มีตั้งแต่สํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพลังงาน ท่านเห็นไหมครับ แต่ละกระทรวงมีกฎหมายของตัวเอง อาจจะ มีน้อยมากก็คือกระทรวงศึกษาธิการ สถาบันการศึกษาที่เขาก็สามารถที่จะมีคณะประมง ในการสํารวจหรือเรื่องทรัพยากรก็ได้ ก็เป็นปัญหาที่เรามีอยู่ สิ่งที่ท่านนําเสนอและผม ขอสนับสนุนเลยว่าประเทศไทยควรจะมีวัน มารีน แมป (One Marine Map) ขณะนี้เราก็ไม่มี ถามว่ามีแล้วจะให้ใครเป็นหน่วยงานหลัก หน่วยงานรอง สังคมไทยก็ไม่ยอม ทุกคนก็จะ เป็นหน่วยงานหลัก พอรัฐบาลประเทศมอบให้ท่านเป็นหน่วยงานหลักก็ค่อย ๆ ไป เดินนวยนาด ก็ไม่กระฉับกระเฉง ในรายงานของท่านอีกเช่นเดียวกันผมฟังแล้วผมก็ชื่นใจว่า เราจะต้องมีวันดาต้า (One Data) เราก็ไม่มีใช่ไหมครับ ไม่มีเลย เรื่องเดียวกัน ใน ๒๐ กระทรวงยังเห็นไม่เหมือนกัน แล้วแถมข้อมูลไม่เหมือนอีก แล้วถามว่า เราจะไปอย่างไร เวลาจะไปสู้เขานี่ เวลาไปประชุมต่างประเทศหน่วยงานเราไปกัน ๔-๕ หน่วยงานยังพูดไม่ตรงกันเลย พอไม่ตรงปุ๊บเขาก็รู้เลยว่าจุดอ่อนเรามากมายที่เขา จะจัดการกับเราได้ จึงเห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการอย่างยิ่งเลยว่าเราน่าจะลุกขึ้นมาทําเรื่องนี้ ให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที แต่อย่างไรก็ตามผมมีข้อเสนอสัก ๒ ข้อ ท่านจะทําอะไรเกี่ยวกับทะเล เมื่อสักครู่มีท่านกรรมาธิการท่านหนึ่งที่พูดเป็นท่านแรก ๆ ว่าคืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล ทะเลเราเห็นความสวยงามแต่ว่าบางทีก็ไม่สวยงาม เช่นอย่างภาคใต้เราขณะนี้ก็มีคลื่นลมแรง ๑. ต้องยึดหลักสากลเขาไว้ก่อน เหมือนที่ผมบอกว่าท่านต้องมีอนุสัญญาองค์การสหประชาชาติ ว่าด้วยกฎหมายทะเล ปี ๒๕๒๕ เป็นหลักกอดไว้ก่อนนะครับ อย่าให้เลยไปกว่านี้มากนัก แล้วก็จะเป็นเรื่องบาดหมางระหว่างประเทศหรือระหว่างทวีปเสียด้วยซ้ํา ขณะนี้จะไปสํารวจ น้ํามันขั้วโลกก็เป็นปัญหา อันนี้ไม่ใช่ประเทศไทยนะครับ ข้อที่ ๒ ผมคิดว่าสําคัญ ประโยชน์ท่าน ประโยชน์เรา หลักของการแบ่งปันผลประโยชน์ที่ลงตัว เหมือนกับ ที่เราตกลงกับมาเลเซียได้เรียบร้อยเราก็สามารถใช้แก๊สร่วมกันได้ บัดนี้เรายังตกลงกับ บางประเทศไม่ได้ในเรื่องของทรัพยากรในอ่าวไทยกับกัมพูชา ตัวอย่างเป็นต้นนะครับ เพราะฉะนั้นท่านจะยึดกฎหมายสากลและท่านต้องคํานึงถึงเรื่องของการแบ่งปัน ผลประโยชน์ที่ลงตัว ผมอยากเสนอท่านไว้ว่าท่านจะออกกฎหมายใด ๆ ก็ตามให้คํานึงถึง ๒ ข้อนี้ด้วย จะเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ต่อประชาชนอย่างยิ่งในปัจจุบัน และในอนาคตและของโลกด้วย ผมขออนุญาตอภิปรายท่านเพียงเท่านี้ครับ แต่ขอชื่นชม แล้วก็บอกด้วยความเต็มอกเต็มใจว่าเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ขอบคุณมากครับ