มิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ ชี้แจงข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิรูปการบริหารจัดการพื้นที่ทางทะเล โดยเสนอให้จัดทำแผนการใช้ประโยชน์และฐานข้อมูลชายฝั่งอย่างเป็นระบบ รวมถึงแผนที่การใช้ประโยชน์ทางทะเลแห่งชาติ กำหนดเขตความรับผิดชอบของแต่ละจังหวัดและสร้างคลังข้อมูลกลางเพื่อการบูรณาการทรัพยากรทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งหารือการทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเขตจังหวัดทางทะเล การกำหนดเขตความรับผิดชอบร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน และการพัฒนานโยบายทางทะเลอย่างบูรณาการผ่านการประเมินสิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์ โดยเน้นบทบาทของหน่วยงานหลัก การพัฒนาบุคลากร และการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของชาติทางทะเล
กราบเรียนท่านประธาน และที่ประชุมค่ะ ดิฉันขออนุญาตสรุป แล้วก็นําเรียนในรายละเอียดเพิ่มเติม ตามที่ทาง ท่านอาจารย์เผดิมศักดิ์ได้กราบเรียนไปแล้วว่าในประเด็นการปฏิรูปเกี่ยวกับเรื่อง ของข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เรื่องของการแบ่งเขต การใช้ประโยชน์และการกําหนดพื้นที่ คุ้มครองทางทะเลมี ๔ ประเด็น เมื่อเช้าทางวิทยุได้มีการสอบถามบอกว่ามีความแตกต่าง อย่างไร มีความต่อเนื่องอย่างไร แล้วจะได้อะไรบ้าง ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนที่ประชุมว่า ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ถามว่าจะได้อะไร จากในประเด็นแรกในการที่เรามีข้อเสนอ บอกว่าให้มีการนําแนวคิดในเรื่องของการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ทางทะเล โดยจําเป็น ที่จะต้องมีการจัดทําแผนที่การใช้ประโยชน์ทางทะเลและระบบฐานข้อมูล ง่าย ๆ อย่างนี้ค่ะ
- ๓๙/๑ ในเรื่องของการจัดทําแผนที่ประโยชน์ทางทะเล เรามีข้อเสนอในการที่จะบอกว่าน่าที่จะ มีการผลักดันให้เกิดวัน มารีน แมป (One Marine Map) หรือเนชันนัล มารีน ยูส แมป (National Marine Use Map) เช่นเดียวกับของทางบก ในเรื่องที่ ๒ ก็ขอให้มีการจัดทํา และประกาศแผนที่ขอบเขตทางทะเลของจังหวัด ๒๓ จังหวัด หมายถึงว่าการกําหนด ในเรื่องของขอบเขตทะเลหน้าบ้านของแต่ละจังหวัด เพื่อที่จะใช้ในเรื่องของการบูรณาการ ในเรื่องของการบริหารจัดการ ในเรื่องที่เกี่ยวกับแผนที่แล้วก็ระบบฐานข้อมูลตรงนี้ ระบบฐานข้อมูล เช่นกันค่ะทางบกเราจะมีคลังข้อมูลน้ําแห่งชาติ ในทางทะเลก็น่าจะมี คลังข้อมูลที่เป็นคลังข้อมูลทางทะเล ซึ่งตรงนี้ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบ แต่ในตารางที่ปรากฏในหน้า ๓๐ เราก็ได้มีการเสนอแนะบอกว่าให้ ศรชล. ในปัจจุบันหรือว่า ศรชล. ใหม่ที่จะตั้งขึ้นหรือกําหนดขึ้นตามร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ เป็นหน่วยงานที่ดูแลกํากับ เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย ไม่ใช่สามารถที่จะดําเนินการได้ทันที แต่ต้องใช้ระยะเวลา นี่คือเป็นที่มาของทําไมเราถึงมีการจัดทําอันนี้เป็นข้อเสนอแนะ เชิงนโยบาย ซึ่งในเรื่องของการจัดทําต้องใช้ระยะเวลา แม้ว่าในเรื่องของการประกาศแผนที่ ขอบเขตทางทะเลของจังหวัด ๑ ปีสามารถดําเนินการได้ แต่ว่าในเรื่องของการจัดทําแผนที่ ที่เป็นแผนที่กลาง ฐานข้อมูลในเชิงพื้นที่ ตรงนี้ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีความสําคัญ จําเป็น ที่จะต้องใช้ระยะเวลา ๓ ปี นี่คือสิ่งที่ถามว่าแล้วจะได้อะไร แล้วจะนําไปดําเนินการอย่างไร เพราะว่าแผนที่จะเป็นเครื่องมือกลางที่สําคัญที่ให้ทุกหน่วยงานทุกภาคส่วนจะต้องใช้ ร่วมกันในเรื่องของการบริหารจัดการทางทะเล ขณะนี้เรายังไม่มีการจัดทําแผนที่เช่นว่านี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วในแผนที่การใช้ประโยชน์ ความจริงแล้วน่าจะมีการกําหนดทั้งในระดับ ของน่านน้ํา แล้วก็ในการจัดการในเชิงของกลุ่มจังหวัด ซึ่ง ๕ กลุ่มจังหวัดตามที่ทาง ท่านเผดิมศักดิ์ได้กราบเรียนแล้ว แล้วก็ที่สําคัญก็คือเป็นรายจังหวัดด้วยค่ะ
สําหรับประเด็นการปฏิรูปเรื่องที่ ๒ ที่เกี่ยวกับเรื่องของการปรับปรุงแก้ไข กฎหมาย ก็คงมี ๓ เรื่องสําคัญที่จะต้องเร่งให้มีการดําเนินการ ประการแรก ในเรื่องของการ ประกาศเขตจังหวัดทางทะเล ตรงนี้ก็จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปัจจุบันนี้มีเกี่ยวข้องทั้ง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ร.บ. ลักษณะ การปกครองท้องที่ ตั้งแต่ปี ๒๔๕๗ พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แล้วก็ พ.ร.ก. การกําหนดจังหวัดในอ่าวไทยตอนบน ซึ่งตรงนี้ก็คงจะต้องมีการดําเนินการทบทวน ปรับปรุงแก้ไข เป็นที่น่ายินดีค่ะ หลังจากที่ทางของคณะชุดนี้ได้มีการจัดรับฟังความคิดเห็น ไปเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ทางกระทรวงมหาดไทยก็มีหนังสือหารือเลยค่ะ ประเด็นสําหรับ ที่ทาง สปท. ชุดนี้ได้มีการเสนอ หารือกับทางกฤษฎีกาว่าสามารถดําเนินการได้อย่างไร ซึ่งขณะนี้ก็เข้าใจว่ามีความคืบหน้าว่าควรจะตราเป็นกฎหมายลําดับใด จะต้องกําหนดไหม ลงไปถึงทะเลที่เป็นระดับอําเภอ ระดับตําบล หรือว่าเขตความรับผิดชอบของทางทะเล ที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องของประเทศไทยและเพื่อนบ้านด้วย
สําหรับในเรื่องที่ ๓ เรื่องของการบริหารจัดการ เอาต์พุต (Output) ที่จะได้ก็คือ เราพยายามในการที่จะผลักดันให้มีนโยบายทางทะเล ซึ่งตรงนี้จะต้องมีการพัฒนา ต่อยอดจากเรื่องของความมั่นคงแห่งชาติทางทะเลที่ทางของ สมช. ได้ดําเนินการไปแล้ว เร่งรัดในเรื่องของการจัดทําพื้นที่เชิงทะเล ตรงนี้ค่ะ ในการที่ข้อเสนอแนะของเราที่บอกว่า ควรจะต้องมีการนํา เอสอีเอ (SEA) หรือ สทราทีจิก เอนไวรอนเมนต์ แอสเซสเมนต์ (Strategic Environment Assessment) การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ เข้ามาดูด้วย บูรณาการเพื่อที่จะให้เกิดบูรณาการตั้งแต่บนลงล่างและล่างขึ้นบน แล้วก็ ที่สําคัญในเรื่องของการกําหนดหน่วยงานหลักที่จะรับผิดชอบ แน่นอนก็คงน่าจะเป็น ในเรื่องของ ศรชล. ในเรื่องของ ทจชล. แล้วก็ในเรื่องของเพิ่มศักยภาพหน้าที่ ซึ่งตรงนี้ ก็เชื่อมโยงกันอีกเช่นกันว่าในเรื่องนี้จําเป็นที่จะต้องมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ในเรื่องของทางด้านสมุทรศาสตร์ ในเรื่องของการกําหนดหลักสูตรการศึกษา แล้วก็ การฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ที่ดูแล ที่สําคัญค่ะ ในเรื่องของมิติการที่จะมีการปฏิรูป หรือมีการบูรณาการ เรื่องของการมีส่วนร่วมและการสร้างองค์ความรู้ในเรื่องของการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเล ท่านอาจารย์เผดิมศักดิ์ได้กล่าวแล้วว่าส่วนร่วมอย่างไรที่มีความหมายที่จะร่วมจริง ๆ ตั้งแต่ในเรื่องของร่วมคิด ร่วมทํา ร่วมติดตามตรวจสอบทั้งหลาย ในเรื่องของ การส่งเสริมการสร้างเครือข่ายองค์กรแผนงานทั้งหมดในเรื่องของชุมชน ซึ่งขณะนี้ชุมชน จํานวนมากที่มีความพร้อมในเรื่องของการที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องของการกําหนด แผนงาน กําหนดผังทะเลในหน้าบ้านของเขาว่าจะดีไซน์ (Design) ให้มีรูปแบบแบบไหน ที่สําคัญในเรื่องของการที่เสริมสร้างประสิทธิภาพต่าง ๆ ที่มีส่วนร่วมอยู่ อันนี้ก็จะเป็นการ บูรณาการทําให้เกิดการประสานในเรื่องของภาพรวมของการดูแลรักษาผลประโยชน์ของชาติ ให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไปค่ะ