มิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ ชี้แจงร่างกฎหมายว่าด้วยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดยเน้นการจัดการทรัพยากรชายฝั่งและพื้นที่ทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และมั่นคงทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม พร้อมเสนอให้บูรณาการแผนการใช้ประโยชน์ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะอย่างเป็นระบบ พร้อมชี้ช่องว่างของกฎหมายเดิมเพื่อผลักดันการจัดการที่ครอบคลุมทุกมิติ
กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและท่านสมาชิก สปท. ที่เคารพทุกท่านค่ะ ดิฉัน นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ สปท. หมายเลข ๑๑๖ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติ ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตกล่าวนําเกี่ยวกับเรื่องของตัวรายงานฉบับนี้ ซึ่งเป็นเรื่องข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเรื่องของการแบ่งเขตการใช้ประโยชน์และกําหนดพื้นที่ คุ้มครองทางทะเล ดิฉันขอนําเรียนว่ารายงานฉบับนี้เป็น ๑ ใน ๖ เรื่องที่เกี่ยวกับทางด้าน ทรัพยากรที่ปรากฏอยู่ในแผนปฏิรูปที่ทาง สปท. ชุดนี้ได้ดําเนินการต่อเนื่องจาก ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทั้งนี้ไพรออริตี (Priority) ที่เราได้มีการนํามาจัดทําเป็นข้อเสนอ หรือว่าเร่งรัดในเรื่องของการผลักดันก็เพื่อที่จะให้เห็นในเรื่องของสัมฤทธิผลที่จะสามารถ ปฏิรูปได้ในระยะเวลาที่เหลืออยู่ ในเรื่องของข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการแบ่งเขต การใช้ประโยชน์ มีความเกี่ยวข้องแล้วก็สอดรับกับในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติการรักษา ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... ซึ่งสภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว ในเรื่องของตัวร่างพระราชบัญญัติซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายกลางที่จะมีการขับเคลื่อนในเรื่อง ของทางด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในเรื่องของข้อเสนอครั้งนี้โดยเฉพาะในเรื่อง ของการแบ่งเขตการใช้ประโยชน์และการกําหนดพื้นที่คุ้มครองทางทะเลก็ถือว่าเป็นมิติใหม่ เป็นเรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่มีความท้าทายในเรื่องของการที่เราจะมีการบริหารจัดการในเรื่อง ของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้เกิดประสิทธิภาพ มีสมดุล แล้วก็ความมั่นคงยั่งยืน อย่างไร กราบเรียนอย่างนี้ว่าในเรื่องของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนี่ ประเทศไทย เป็นรัฐชายฝั่งซึ่งเรามีพื้นที่ทางบกประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร ส่วนในเรื่องของ พื้นที่ทางทะเลเรายังมีอีก ๓๒๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ในเรื่องของกิจกรรมทางทะเล และมหาสมุทร ตรงนี้มีกิจกรรมมากมาย อาทิเช่น ในเรื่องของการขนส่งทางทะเล ในเรื่อง ของพาณิชย์นาวี ในเรื่องของการผลิตปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ ในเรื่องของการท่องเที่ยว ทางทะเล ในเรื่องของการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ํา ซึ่งในการที่พัฒนาและมีการ ใช้ประโยชน์ตรงนี้มูลค่าก่อให้เกิดประโยชน์ของชาติมหาศาล ในส่วนของเรื่องนี้อย่างไรก็ตาม การพัฒนาและการใช้ประโยชน์ในระยะที่ผ่านมานี้มูลค่ายิ่งเพิ่ม แต่ว่าทรัพยากรในเรื่อง ของทางทะเลและชายฝั่งยิ่งลด เพราะฉะนั้นข้อเสนอตรงนี้ก็จะเป็นมิติใหม่ เป็นเรื่อง กระบวนทัศน์ใหม่ที่จะต้องมีการผลักดันให้เกิดในเรื่องนี้ขึ้น เพื่อที่เราจะได้นําพาในเรื่อง ของการที่บริหารจัดการในเรื่องของการจัดระเบียบ ก่อนที่จะได้กล่าวถึงในเรื่องของข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเรื่องการแบ่งเขตการใช้ประโยชน์ ดิฉันขอเชื่อมโยงนิดหนึ่งว่าประเด็นในเรื่องของรายงานฉบับนี้มีความเชื่อมโยงอย่างไร กับในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... ที่สภาแห่งนี้ได้เห็นชอบไปแล้วค่ะ
โดยหลักการ ในสไลด์ (Slide) ถัดไป ในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... ก็ถือว่าเป็นกฎหมายกลาง โดยหลักการ ก็คือในเรื่องของการที่จะรักษาผลประโยชน์ของชาติทุกมิติทั้งในเรื่องของความมั่นคง การเมือง ในเรื่องของเศรษฐกิจ การทหาร แล้วก็สังคม ซึ่งในสไลด์ (Slide) ถัดไป จะเห็นว่า ในตัวร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีทั้งหมด ๓๘ มาตรา ๔ หมวด ก็มีการกําหนดในเรื่อง ขององค์กรรูปแบบที่จะดูแลกํากับในเรื่องของการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เราจะมีในเรื่องของคณะกรรมการในระดับชาติ หรือเรียกว่า นปท. คณะกรรมการนโยบาย การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จะมีองค์กรที่เรียกว่าศูนย์อํานวยการ รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือรู้จักกันในนามของ ศรชล. โดยในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ก็จะมีทั้ง ศรชล. ภาค และ ศรชล. จังหวัด ดิฉันนําเรียนในเรื่องนี้เพื่อที่จะได้เกิด ความเชื่อมโยง เพราะว่าในข้อเสนอนี้ก็จะมีข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานตามที่ปรากฏ อยู่แล้ว โดยเฉพาะในเรื่องของมาตรา ๓ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้มีคําจํากัดความที่เกี่ยวกับ เรื่องของเขตทางทะเล แต่ปัจจุบันนี้ในเรื่องของแผนที่การใช้ประโยชน์หรือว่าแผนเชิงพื้นที่ ในเรื่องของการบริหารจัดการเพื่อที่จะให้เกิดประสิทธิภาพเรายังไม่มี เพราะฉะนั้น ในรายละเอียดของตัวร่างฉบับนี้ก็ได้มีข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องนี้ โดยเฉพาะในเรื่อง ของการนําแนวคิดเรื่องของการวางแผนเชิงพื้นที่ทางทะเล และการกําหนดเขต การใช้ประโยชน์ทางทะเลเป็นเรื่องใหม่และเป็นเรื่องที่มีความท้าทาย
ในสไลด์ (Slide) ถัดไป นอกจากในเรื่องของการจัดทําแผนที่ ในเรื่อง ของวางแผนเชิงพื้นที่แล้วมีอีกประเด็นหนึ่งที่เราคิดว่าองค์กรใหม่ หรือว่าในเรื่องของการ บริหารจัดการในเรื่องของลักษณะที่เป็นองค์กรรวม โดยเฉพาะในเรื่องของกฎหมาย เนื่องจากว่าในทางทะเลปัจจุบันเรามีทะเลอาณาเขตถึง ๑๒ ไมล์ทะเล แต่ความจริงแล้ว เรามีสิทธิอธิปไตยไปจนถึงในเรื่องของเขตเศรษฐกิจจําเพาะถึง ๒๐๐ ไมล์ทะเล แล้วปรากฏว่า กฎหมายหลายฉบับ ประมาณ ๘๐ กว่าฉบับที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องของทางทะเลยังมีช่องว่าง ไม่สามารถที่จะขยายขอบเขตไปให้ถึงเขตทะเลอาณาเขต ๑๒ ไมล์ทะเล เพราะฉะนั้น ในเรื่องของข้อเสนอแนะที่ทางคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ได้มีข้อเสนอแนะ เราคิดว่าน่าจะเป็น กลไกที่สําคัญในการที่จะขับเคลื่อนเพื่อที่จะให้การบริหารจัดการเชิงพื้นที่ทางทะเล โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์น่าที่จะมีการวางแผนให้เป็นระบบ ให้มีการบูรณาการ โดยพิจารณาเป็นองค์รวมทั้งในเรื่องของทางด้านเศรษฐกิจ สังคม แล้วก็สิ่งแวดล้อม สําหรับในรายละเอียดเนื่องจากค่อนข้างที่จะเป็นเชิงเทคนิค ดิฉันขออนุญาตให้ทาง ท่านอาจารย์เผดิมศักดิ์เป็นผู้นําเสนอในรายละเอียดสําหรับในประเด็นที่มีการปฏิรูปค่ะ