ถวิลวดี บุรีกุล สนับสนุนการจัดการขยะตามรัฐธรรมนูญและเรียกร้องการบูรณาการทุกภาคส่วน พร้อมเน้นความสำคัญของระบบจัดการขยะครบวงจร การมีส่วนร่วมของประชาชน และการวางแผนไซต์ตั้งโรงงานอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และท่านสมาชิกที่เคารพ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการได้เสนอเรื่องที่สำคัญมาก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยมีการกำหนด เรื่องของการจัดการขยะเข้าไว้ แต่ว่าอยู่ในรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๖ ว่าด้วยเรื่องของการปฏิรูป บอกว่าจะต้องมีระบบจัดการและกำจัดขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนเป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม แล้วก็มีเรื่องของการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งถือว่าเรากำลังเดินมาถูกทางแล้ว นอกจากนี้เรื่องนี้ควรจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนนะคะ มิใช่เพียงแค่เป็นหน้าที่ ของภาครัฐเท่านั้น ดิฉันอภิปรายเพื่อที่จะสนับสนุนแนวคิดของกรรมาธิการและมีประเด็น ที่จะรบกวนให้กรรมาธิการไปทบทวนนิดหน่อย ว่าด้วยเรื่องของมาตรการในการดำเนินงาน ตามบทบาทหน้าที่ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องก็คือคนทุกคน ทีนี้เวลาพิจารณาเรื่องของการจัดการขยะต้องพิจารณาเป็นระบบ ต้องทำงานเป็นรูปแบบ ของการบูรณาการ ดิฉันเห็นด้วยกับเรื่องการพิจารณาทางเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่คณะกรรมาธิการ ทำงานมาแล้ว ดิฉันจะไม่อภิปรายในเรื่องของเทคโนโลยี แต่ดิฉันจะอภิปรายในเรื่องสังคม ถ้าไม่ได้พิจารณาตรงนี้ให้ถ่องแท้ สุดท้ายเทคโนโลยีดีแค่ไหนก็จะไม่สามารถจัดการขยะได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทยของเราเอง แล้วหลายครั้งเป็นบทเรียน เราน่าจะพิจารณาจากตรงนั้น เริ่มต้นจากแหล่งกำเนิด เราคงจะเน้นเรื่องของแหล่งกำเนิด ที่มาจากครัวเรือน แต่ก็มีแหล่งกำเนิดจากการพาณิชย์ หรืออุตสาหกรรม หรือเรื่องของ สถานพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้เรื่องของการแยกขยะแล้วก็การจำแนกมีมากน้อยแค่ไหน เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องช่วยกันตรงนี้อยู่แล้ว ถ้าเราคิดแต่เรื่องของขยะที่จะไปทำไฟฟ้า ก็คงเน้นขยะจากครัวเรือนและการพาณิชย์เป็นหลัก ทีนี้เมื่อมีแหล่งกำเนิด แล้วต่อไป ทำอย่างไรจะไปถึงโรงไฟฟ้าที่ทำหน้าที่จัดการขยะด้วยและผลิตไฟฟ้าด้วย มีเส้นทางอีกยาวไกล เป็นเรื่องที่จะต้องวางแผนกันทางเทคนิคเพิ่มเติมไปด้วย นอกจากว่าเราจะใช้ระบบอะไร ในการจัดการขยะแล้วได้พลังงานออกมา เริ่มต้นตั้งแต่การแยกในแหล่งกำเนิด แล้วการจัดเก็บ จากแหล่งกำเนิดจะเดินทางไปถึงจุดรวมได้อย่างไรที่เรียกว่าทรานส์เฟอร์สเตชัน (Transfer Station) แล้วใช้รถกี่คัน ใช้คนกี่คน ต้องเพิ่มงบประมาณเท่าไร แล้วให้ใครเป็นคนทำ ถ้าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีบทบาทมากน้อยแค่ไหน ที่สำคัญก็คืองบประมาณ ที่จะต้องมาทำตรงนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องของการคิดแบบแอเรียเบส (Area based) น่าจะดีกว่าการปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แล้วหลายท้องถิ่น ต้องมาคิดร่วมกัน เมื่อไปถึงทรานส์เฟอร์สเตชัน (Transfer Station) แล้วจะไปอย่างไรต่อ เมื่อก่อนเราเคยมีทรานส์เฟอร์สเตชัน (Transfer Station) แถวประเวศ แล้วครั้งหนึ่ง ก็เคยมีความคิดเหมือนท่านสมาชิกท่านหนึ่งเสนอว่าเอาแลนด์ฟิลล์ (Landfill) ไปเป็นที่ตั้ง ของโรงไฟฟ้าเสียดีกว่า ก็เคยมีการคิดแบบนั้น แล้วก็มีการประมูลเอาขยะออกจากประเวศ ไปอยู่อีกที่หนึ่ง แต่ว่าตรงนั้นทำให้เกิดความขัดแย้งแล้วก็มีการฟ้องร้องกันถึงศาลปกครองสูงสุด แล้วก็มีประชาชนเสียชีวิตเพราะว่าการต่อต้านตรงนั้น อันนั้นไม่ใช่เรื่องที่เราพึงประสงค์ เพราะฉะนั้นการคิดต้องคิดต่อเนื่อง ทีนี้เมื่อไปถึงทรานส์เฟอร์สเตชัน (Transfer Station) แล้วก็ต้องมีระบบการแยกอีกรอบหนึ่ง มีการขนถ่ายใส่รถอีกประเภทหนึ่ง แล้วก็ขนต่อไปยัง โรงไฟฟ้า โรงงานต่าง ๆ จะไปอย่างไรต่อไป แล้วที่ทรานส์เฟอร์สเตชัน (Transfer Station) ก็อาจจะมีเรื่องของการแยกขยะที่ไปใช้ทำปุ๋ยได้อะไรอย่างนี้ เพราะฉะนั้นจะต้องครบวงจร แต่ดิฉันยังมองไม่เห็นระบบกำจัดที่เป็นเรื่องการครบวงจรตรงนี้ เพราะฉะนั้นสุดท้าย สิ่งที่จะต้องคิดคือแล้วจะตั้งตรงไหน ไซติง (Citing) เกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าเราอยากจะเอา โรงไฟฟ้าขยะไปตั้งตรงไหนก็กาไว้แล้วไปจัดการ ดิฉันคิดว่าเกิดขึ้นไม่ได้ ในที่สุดคิดดีแต่ไปไม่ถึง นั่นเองเป็นที่มาของสิ่งที่ดิฉันอยากจะเสริมตรงนี้ก็คือเรื่องของการสร้างความพึงพอใจให้กับ ประชาชนว่าเขาต้องมาช่วยกันทำหน้าที่ตรงนี้ ตั้งแต่ความพอใจทางจิตใจ เห็นเขามีคุณค่า ในการที่จะร่วมมือกันจัดการเรื่องนี้ สาระที่ให้คือข้อมูลที่ต้องให้ ถูกต้อง เที่ยงตรง ทันการณ์ พอเพียงว่าตอนนี้เขาจัดการขยะได้เอง ผลิตขยะวันละเท่าไร สุดท้ายท้องถิ่นสามารถจัดการได้ แค่ไหน รัฐจัดการได้แค่ไหน แล้วสุดท้ายจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นถ้าพวกเราไม่ช่วยกัน กระบวนการเหล่านี้สร้างขึ้นได้ด้วยกระบวนการพาร์ตเนอร์ชิป (Partnership) ที่เรียกว่า เป็นหุ้นส่วนแล้วก็มีส่วนร่วม สิ่งหนึ่งก็คือเราลืมกลุ่มหนึ่งที่สามารถจะเข้ามามีส่วนร่วม ได้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือองค์กรพัฒนาเอกชน แล้วก็ภาคประชาสังคมต่าง ๆ ซึ่งหายไปจาก บทบาทที่ท่านมอบให้ ตลอดจนเรื่องของภาควิชาการซึ่งมีความรู้อยู่น่าจะเอาเข้ามาช่วยได้ ในโมเดล (Model) ของท่านที่คิดไว้ตั้งแต่อีลิต (Elite) ทั้งหลายตรงนี้ มีหลายเรื่องที่ดิฉัน มองว่าเรื่องของแนวทางการปฏิรูปน่าจะเขียนเพิ่มเติมได้ในเรื่องของการทำให้เป็นจริง ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะมิเช่นนั้นไปไม่ได้จะทำอย่างไร ตรงนี้สร้าง พาร์ตเนอร์ชิป (Partnership) กระบวนการที่หลายประเทศใช้กันก็คือกระบวนการประชา เสวนาหาทางออกว่าด้วยการจัดการขยะ ไม่ใช่ว่าจะสร้างหรือไม่สร้าง ไม่ใช่ว่าจะเอาไว้ที่นี่ หรือไม่ไว้ที่นี่ เพราะมิฉะนั้นหมู่ ๒ ถึงหมู่ ๕ ก็จะพากันลงประชามติเอาขยะมาไว้หมู่ ๑ เพราะว่าเราอนุญาตให้มีการลงประชามติ เพราะฉะนั้นหมู่ ๑ คนน้อยก็เสียงสู้ไม่ได้ แต่สุดท้ายท่านเอาขยะไปทิ้งไม่ได้แล้วโรงไฟฟ้าก็เกิดขึ้นไม่ได้ มีหลายประเทศที่เป็นโมเดล (Model) แล้วท่านก็ไปดูในหลายประเทศ ดิฉันอยากให้ดูตัวอย่างของนครไทเป ซึ่งครั้งหนึ่ง นายกเทศมนตรีมีนโยบายที่จะจัดการอย่างยั่งยืนก็คือมีเรื่องของการแยกขยะโดยใช้ถุงเก็บ แล้วถุงนี้จะต้องซื้อจากร้านสะดวกซื้อเท่านั้น แต่เริ่มแรกใน ๓ เดือนแรกก็ให้ใช้ฟรีคือ แจกถุงไปหมด ประชาชนก็ต่อต้านเยอะแยะ แล้วก็มีกฎหมายออกมาให้สินบนนำจับ กับผู้เอาขยะไปแจ้งเบาะแสแสดงถึงตัวตนของผู้ที่แอบเอาขยะไปทิ้งประสบความสำเร็จ ๓-๔ เดือนผ่านไปประชาชนชินกับการแยกขยะ แล้วรถขยะก็มาเป็นเวลา ประมาณ ๓-๔ ทุ่ม รถขยะจะมาแล้ว มาด้วยเสียงเพลงเพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวเอาขยะลงมาจากบ้าน แล้วก็มาทิ้ง เพราะว่าถังขยะตามถนนจะหายไปเหลือแต่ถังเล็ก ๆ ไว้ทิ้งตั๋วรถเมล์อะไรอย่างนี้ เท่านั้น ในที่สุดก็แก้ได้ แล้วเขาก็มีโรงไฟฟ้าขยะ แล้วโรงไฟฟ้าของเขาสะอาดแล้วก็ปลอดภัย ประชาชนเป็นที่พอใจแล้วก็เป็นที่เชิดหน้าชูตาเพราะว่าเป็นที่เยี่ยมเยียนของประชาชนที่จะ เข้าไปดูได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราน่าจะลองเอามาใช้ได้ พิษณุโลกก็ประสบความสำเร็จระดับหนึ่งแล้ว ในเรื่องนี้ ก็ลองไปดูว่าจะเป็นอย่างไร เพราะชาวพิษณุโลกสุดท้ายแยกขยะแล้วก็มีรายได้ จากการแยกตรงนั้นด้วย ขวดเล็กขวดน้อยหรืออะไรก็จัดการเก็บหมด สุดท้ายดิฉันอยากจะ สรุปว่าเราควรจะทำอย่างไร เรื่องของการมีส่วนร่วมเราเอาทิ้งไม่ได้ แต่จะทำอย่างไร ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจบอกว่าเขาอยากจะมีการจัดการขยะ แล้วที่ตั้งจะไปไว้ตรงไหน คนรอบ ๆ จะได้ประโยชน์อะไร จะเสียประโยชน์อะไร แล้วเราจะมีมาตรการอย่างไร ตรงนี้ สำคัญมาก ไม่ใช่เพียงแค่คำพูด แต่ว่าเรื่องของการกระทำที่จะต้องทำโดยเร็ว นอกจากนี้ ประเด็นที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ดิฉันยังมองเห็นความสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะต้องทำหน้าที่ตรงนี้ เพราะอย่างน้อยอยู่ตรงนั้น รับผิดชอบตรงนั้น มีงบประมาณตรงนั้น เป็นเรื่องของแอเรียเบส (Area based) ให้ท้องถิ่นหลายแห่งรวมตัวกัน เรื่องของการจัดการขยะ ต้องเป็นการกระจายอำนาจออกไป อย่ารวมศูนย์ไว้ที่ส่วนกลาง แล้วนอกจากนี้ไม่ใช่แค่รีดิวซ์ (Reduce) รียูส (Reuse) รีไซเคิล (Recycle) ต้องมีรีทิงก์ (Rethink) ทุกคนต้องรีทิงก์ (Rethink) ก่อนที่จะซื้อสินค้า ก่อนที่จะทำอะไร ก่อนที่จะ ทิ้งขว้างออกไป ต้องคิดว่าสุดท้ายขยะตรงนี้จะไปถึงที่ไหน แล้วเราจะสร้างภาระให้กับคนอื่น มากน้อยแค่ไหน ขอบพระคุณค่ะ