กษิต ภิรมย์ หารือการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ โดยเสนอให้กระทรวงพลังงานเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำแผนแม่บทการผลิตไฟฟ้าจากขยะ กำหนดพื้นที่ตั้งโรงงาน ขนาดกำลังการผลิต และระบบขนส่ง พร้อมเน้นการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง การปลูกฝังวินัยในเยาวชน และคัดค้านการใช้รูปแบบพีพีพี ชี้เป็นภารกิจของรัฐที่ต้องให้บริการโดยไม่แสวงหากำไร รวมถึงเสนอจัดตั้งหน่วยงานพลังงานหมุนเวียนภายใต้กระทรวงพลังงานเพื่อกำหนดทิศทางพลังงานสะอาดระยะยาวและลดบทบาทของกระทรวงมหาดไทย
๗๓,๕๖๐ ตันนะครับ ถ้าทอนออกมาอย่างนี้แล้ว อยากขอทราบตัวเลขว่าเหลือที่เป็นขยะที่จะเอาไปใช้ในโรงงานไฟฟ้าได้มากน้อยแค่ไหน ผมว่าต้องเอาตรงนั้นเป็นตัวตั้งเสียก่อน ในส่วนนี้สมมุติว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ปริมาณขยะ จะกระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ กับปริมณฑลกี่เปอร์เซ็นต์ของ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ไปที่ศูนย์ท่องเที่ยว จะเป็นตรงสุราษฎร์ธานี เกาะสมุย อีกฟากหนึ่งก็สงขลา ภูเก็ต ภาคตะวันออกเท่าไร ก็กระจุกตัวอยู่ทางเขตภาคตะวันออกของประเทศไทยคือท่าเรือแหลมฉบัง เขตอุตสาหกรรม เท่าไร แล้วก็ไปที่โคราช ภาคอีสานตอนล่าง ตอนบนเท่าไร ไปทางภาคเหนือ แล้วก็ภาคกลาง ตอนบน สมมุติว่ามีสัก ๖-๗ จุดด้วยกัน จะต้องทำตัวเลขออกมาโดยประมาณการแล้วมีขยะ ที่จะเอาไปเป็นไฟฟ้าได้เท่าไรเป็นตัวตั้ง ถ้ารู้แล้วก็สามารถที่จะนำมาประกอบแผนแม่บท ว่าด้วยโรงไฟฟ้าจากขยะว่าจะตั้งโรงงานที่ไหน ก็ขนาดโดยปริมาณเท่าไร ๓๐๐ ตันต่อวัน เป็นขนาดเล็กที่สุด ไปจนถึง ๑,๐๐๐ ตัน หรือ ๑,๕๐๐ ตันได้หรือไม่ นัยคืออะไร อย่างที่ ท่านนิกรเพื่อนสมาชิกได้ว่าไว้ว่างานนี้ต้องอยู่ที่กระทรวงเดียวครับ กระทรวงพลังงาน โดยมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง ต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องอยู่ที่กระทรวงพลังงาน แล้วจะต้องเป็นเจ้าของขยะทั้งหมดนี้ ในนามประชาชน เพราะว่าประชาชนเป็นเจ้าของขยะ ณ ที่นี้ก็หมายความว่ากระทรวงมหาดไทย ไม่ต้องเกี่ยวข้อง ต้องตัดใจ และการที่ได้มีการมอบไปให้ อบจ. อบต. แล้วก็เทศบาลไปทำ ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะว่าส่วนใหญ่นั้น จำนวนขยะไม่พอ องค์ความรู้ ขีดความสามารถในเรื่องการบริหารจัดการ หรือแม้กระทั่ง ในการที่จะเลือกเทคโนโลยีของการที่จะเผาขยะให้เป็นพลังงานไฟฟ้าก็มีไม่พอ ก็ค้างเติ่งกัน อย่างนี้แล้วเปิดโอกาสให้มีการวิ่งเต้น แล้วแน่นอนการทุจริตมิชอบ เพราะฉะนั้นก็ขอเสนอ อย่างแข็งขันว่ามอบงานนี้ให้กระทรวงพลังงานเป็นหน่วยงานเดียว แต่ต้องทำแผนแม่บท ออกมาก่อนว่าจะตั้งโรงงานไฟฟ้าขยะกี่สิบแห่งในประเทศไทย จะมีศูนย์รวมเก็บขยะ ติดกับโรงงานหรือไม่ ระบบการขนส่งจากอำเภอต่าง ๆ มาสู่โรงขยะจะทำอย่างไร ใครจะเป็น ผู้ขนส่งในเรื่องของโลจิสติกส์ (Logistics) ต่าง ๆ เหล่านี้ทั้งหมด ต้องมีการศึกษาเบื้องต้นว่า จะใช้โรงงานไฟฟ้าของใคร ผมก็แน่ใจว่าพวกเราที่นั่งในห้องนี้และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการไฟฟ้า ทั้งหลายได้ไปดูงานที่ประเทศสิงคโปร์ เพราะว่าโรงไฟฟ้าเขาอยู่ที่กลางเมือง ไม่มีกลิ่นแล้วก็ ไม่มีควันสีดำ เราก็ไปดูงานระยะหลัง ๆ ที่ประเทศจีนกันเยอะ หรือจะไปที่กรุงเบอร์ลินก็ได้ โรงงานไฟฟ้าก็อยู่ที่กลางกรุงเบอร์ลิน ต่าง ๆ เหล่านี้ก็มาจากขยะทั้งนั้น อันนี้ก็อยากจะฝากไว้
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญมาก ก็คือต้องสร้างวินัยให้กับประชาชนพลเมือง ในการแยกขยะอย่างเป็นกิจจะลักษณะ แต่ว่ารถที่มารับขยะจะเป็นของเทศบาล หรือจะของ ที่ไหนก็แล้วแต่แยกแล้วไปเทรวมกันอยู่ในรถคันเดียวไม่ได้ รถขยะเน่าเสียที่จะไปเป็นเชื้อเพลิง ก็ต้อง ๑ คัน รถขยะที่จะรับขวดแก้ว เศษแก้วก็เรื่องหนึ่ง เรื่องกระดาษอาจจะรวมกับ ขยะเน่าเสียได้เพราะว่าสามารถที่จะเป็นพลังงานเป็นเชื้อเพลิงได้ ต่าง ๆ เหล่านี้ต้องทำให้ เป็นระบบเป็นกิจจะลักษณะ อันนี้ก็ขอเสนอไว้ในเรื่องของหลักการเสียก่อนว่ากระทรวงพลังงาน ต้องเป็นแม่ใหญ่ ต้องมีแผนแม่บท ต้องเอาแผนที่มาระบุกันเสียเลยว่าจะตั้งโรงงานไฟฟ้าที่ไหน อย่างไร จะใช้เทคโนโลยีของประเทศใด หรือจะของไทยเอง ต่าง ๆ เหล่านี้ โดยมีความคิดว่า ขยะเป็นของประชาชน ไม่ใช่เป็นสิ่งที่จะมาทำมาค้าขายแล้วหากำไรหาประโยชน์ได้ดังที่ ทราบกันดีอยู่ ตันละเท่าไร ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ค่าขนส่งต่าง ๆ เหล่านี้ เรื่องของการแยกขยะ ต้องให้เป็นวินัย ก็ต้องเริ่มที่เยาวชนก่อนเป็นสำคัญ ที่ร้านอาหาร ที่โรงแรม โรงพยาบาล อะไรที่เป็นส่วนที่มีสาธารณชนมากมาย
อีกประเด็นหนึ่ง ไม่ใช้เวลามากครับท่านประธาน การขจัดขยะ การทำไฟฟ้า เป็นภาระหน้าที่ของรัฐ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นการบริการ ต้องจัดไฟฟ้า ๑ ในปัจจัย ของการดำรงชีวิตที่สำคัญให้กับประชาชน รัฐควรจะต้องทำเองเพราะจะไม่มีกำไร หรือไม่ อย่างน้อยก็มอบให้เอกชนมาประมูลรับงานไป แต่ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่จะมี ระบบพีพีพี (PPPs) ประชารัฐ รัฐร่วมเอกชน เพราะว่าเราเอาเรื่องการบริการสาธารณชน ที่ไม่เก็งกำไรมาร่วมกับภาคเอกชนที่เขาต้องมีกำไรไม่ได้ เท่ากับว่ารัฐที่จะมีบริษัทร่วมกับ ทางภาคเอกชนจะไปหากำไรจากประชาชน อันนี้ผิดหลักการ สวนทางกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิหน้าที่ของประชาชนด้วย อันนี้เป็นการไม่ถูกต้องนะครับ ต้องระมัดระวัง เราไม่ใช่ประเทศสังคมนิยมที่อะไร ๆ ก็รัฐเป็นผู้ประกอบการทำธุรกิจเสียเอง อันนี้ขัดกับ หลักเสรีประชาธิปไตย การที่จะให้เศรษฐกิจการค้าของประเทศไทยนำโดยภาคเอกชนเป็นหลัก รัฐเป็นผู้กำกับกติการะหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค และดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องความปลอดภัย ทางด้านสาธารณสุข แต่รัฐจะต้องหลีกเลี่ยงการที่จะเข้ามาบริหารจัดการเอง
ประเด็นสุดท้าย เมื่อ ๔-๕ สัปดาห์ที่แล้วเราก็ได้พูดเรื่องต้นไม้โตเร็วยูคาลิปตัส กระถินยักษ์ก็เป็นส่วนหนึ่งของพลังงานทดแทนที่จะผลิตไฟฟ้า วันนี้เรามาพูดเรื่องขยะ อีก ๒ อาทิตย์เราก็พูดเรื่องไอน้ำหรือว่าพลังงานแสงอาทิตย์ ก็มากันทีละทีแบบนี้ ผมคิดว่า ประมวลกันเสียทีหนึ่งว่าเป้าหมายภายใน ๑๕-๒๐ ปีข้างหน้าเราน่าจะมีพลังงานหมุนเวียน และทดแทนจากแหล่งต่าง ๆ เหล่านี้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ไหมครับ ผมได้เสนอ แล้วให้ตั้งการพลังงานหมุนเวียนและทดแทน ผมขอเสนออีกทีครับ ถ้าการปิโตรเลียม มีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ทำไมจะมีการพลังงานทดแทนและหมุนเวียนไม่ได้ แล้วก็สังกัดด้วยว่าให้ทางกระทรวงพลังงานเป็นผู้กำกับ อันนี้จะทำอะไรให้เป็นกิจจะลักษณะ ไม่อย่างนั้นเราก็มาว่ากันทีละเรื่อง อาจจะยกประเด็นปัญหาที่เราคิดว่าเป็นประเด็นปัญหา แต่ไม่ได้มุ่งที่ประเด็นปัญหาหลัก ที่สำคัญคือยกเลิกบทบาทหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย แล้วก็มอบงานนี้ให้กับกระทรวงพลังงาน ขอบคุณมากครับท่านประธาน