ดุสิต เครืองาม หารือปัญหาข้อจำกัดอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานราชการที่ขัดขวางการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน แม้จะมีนโยบายส่งเสริมจากนายกรัฐมนตรี และเรียกร้องให้มีการปฏิรูประเบียบบริหารราชการเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยและพลวัตการพัฒนา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม สปท. ดุสิต เครืองาม ลำดับที่ ๕๓ ผมมีความสนใจแล้วก็ตื่นเต้น เป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการอภิปรายว่าด้วยเรื่องการปฏิรูปประเทศ การปรับปรุง กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และข้อเสนอการปฏิรูปอื่นที่เกี่ยวข้อง ประเด็นที่ผมสนใจที่อยากจะขอเสนอให้เป็นประเด็น ก็คือกฎหมายหรือว่าระเบียบที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ทุกวันนี้ในยุคของโลกาภิวัตน์ ในยุคของการพัฒนาเทคโนโลยี ในยุคของการที่จะต้องมี การแข่งขันกันอย่างสูง ในยุคของการที่จะต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ อำนาจและหน้าที่ ขององค์กรหน่วยงานต่าง ๆ นั้นย่อมจะต้องสามารถปรับเปลี่ยนไปได้ตามพลวัตเหตุผล และความจำเป็น ในกรณีของบริษัท ห้างร้าน เอกชนต่าง ๆ ในหนังสือบริคณห์สนธิ ในนั้น ก็จะมีวัตถุประสงค์ว่าบริษัทที่จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือว่า หจก. มีวัตถุประสงค์ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ตอนไปยื่นที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ปีแรก ๆ อาจจะยื่นวัตถุประสงค์ไป ๒๓ ข้อ พออยากจะขยายธุรกิจ ขยายกิจกรรม ก็เพิ่มเป็น ๔๐ ข้อ ๕๐ ข้อได้ ผมจะขอ ยกตัวอย่าง เนื่องจากผมอยู่ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน การผลิตไฟฟ้าด้วยโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) คือใช้พลังงานแสงอาทิตนี้ก็เป็น ๑ ตัวอย่าง หรือจะอยู่บนพื้นดินก็เรียกว่าโซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) นี่ก็เป็นอีก ๑ ตัวอย่าง ทุกวันนี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานก็ดี การไฟฟ้าต่าง ๆ ก็ดี ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง เขาบอกว่าหน่วยงานใด ประสงค์ที่จะผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทน ไม่ว่าคุณจะขายหรือคุณจะใช้เอง คุณจะต้องมา ยื่นใบอนุญาตขอเชื่อมต่อเป็นระบบภาษาอังกฤษที่เขาเรียกว่าออนกริด (On Grid) คือไฟฟ้า วิ่งเข้าหน่วยงานได้ แล้วก็วิ่งย้อนกลับขึ้นไปได้ และการไฟฟ้าหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาก็ จะขอดูว่าบริษัทของคุณนั้นมีวัตถุประสงค์เขียนว่าผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าหรือไม่ เอาละครับ พอมาเป็นหน่วยงานภาคราชการก็เกิดเป็นปัญหาซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก ๆ ใหญ่มาก ๆ อย่างไรครับ เมื่อ ๒-๓ ปีที่แล้วตอนที่ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศ ท่านเป็นถึงประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ และได้ออก ประกาศเป็นนโยบายมาตรการส่งเสริมให้หน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร ได้เป็นเจ้าของโครงการ ได้เป็นผู้ผลิต ได้เป็นผู้จำหน่าย อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับโซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) ส่งเสริมครับ ประกาศออกมา ๘๐๐ เมกะวัตต์ ถ้าคิดเป็นเม็ดเงินลงทุนก็ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่สร้างความตกใจแล้วก็แปลกประหลาดมากให้กับ วงการพลังงานก็คือเกิดการตีความขึ้นมาว่า อบต. ก็ดี อบจ. ก็ดี เทศบาลก็ดี มหาวิทยาลัยก็ดี กระทรวงนั่น กระทรวงนี่ เขาไม่มีวัตถุประสงค์ ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการผลิตไฟฟ้า ไม่มีครับ นี่ขนาดเป็นนโยบายที่นายกรัฐมนตรีออกมาเพื่อที่จะส่งเสริมให้หน่วยงานราชการได้มีส่วนร่วม มีประสบการณ์ที่จะมาช่วยกันผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทน ทำไม่ได้ครับ คณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงานถึงกับยกเลิกใบรับสมัครทั้งหมดในเฟส (Phase) แรกเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว อบต. ทั่วประเทศหลายพัน อบต. สมัครเข้าไปถูกยกเลิกหมด แล้วเขาก็ถามไปที่สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ยืนยันออกมาว่าหน่วยงานราชการ ทั่วไปไม่สามารถทำกิจกรรมที่ผลิตไฟฟ้าอะไรพวกนี้ได้ รัฐสภาอยากจะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) บนหลังคา รัฐสภาไม่มีหน้าที่ผลิตไฟฟ้า คุณอย่ามายุ่งคุณทำหน้าที่เปิดประชุม ส.ว. ส.ส. ไป คือสิ่งที่แปลกประหลาดมหัศจรรย์มากของประเทศไทย แม้แต่ของ อบต. ก็ดี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเขาวินิจฉัยว่า เอาละ อบต. สามารถที่จะผลิตไฟฟ้าได้ ผลิตน้ำประปาได้แต่ต้องขายให้ประชาชน ถ้า อบต. จะขายเสาไฟฟ้าคืนให้กับการไฟฟ้า ไม่มีสิทธิที่จะทำ นี่เก่งขนาดที่วินิจฉัยว่าไฟฟ้าไหลลงได้แต่ไหลขึ้นไม่ได้ เก่งขนาดนั้น ผมว่า เป็นการใช้ดุลยพินิจส่วนตัวเสียมากกว่า ยุคแบบนี้ เพราะฉะนั้นก็ฝากให้คณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ฝากเป็นประเด็นที่ไม่แน่ใจว่า หลาย ๆ ท่านอภิปรายเชิงแบบนี้ไหม ผมตั้งเป็นประเด็นว่า ถึงเวลาแล้วใช่ไหมที่จะต้องมา ปฏิรูปอำนาจและหน้าที่ให้ขยายวงกว้างขึ้น ให้สอดคล้องกับยุคของโลกาภิวัตน์ ให้สอดคล้องกับ การแก้ไขปัญหาของสังคม ให้สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ถ้าทำแบบนี้ จะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยมหิดล ไม่มีสิทธิที่จะมาผลิตไฟฟ้า เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมหัศจรรย์มาก ท่านนายกรัฐมนตรีออกมา พูดทุกวันศุกร์ หน่วยงานราชการต้องติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ราชการต้องมีส่วนร่วม ในการผลิตไฟฟ้า ถ้าเกิดใครไปร้องเรียนศาลเขาบอกผิดกฎหมายหมด แผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ที่อยู่บนรัฐสภา แผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ที่อยู่บนทำเนียบรัฐบาล ผิดกฎหมายหมด ก็คงไม่มีหน้าที่ในการผลิตไฟฟ้า นี่คือจุดโหว่ของกฎหมาย ถามว่าที่ผ่านมา ไม่มีปัญหาเพราะว่าหลับหูหลับตากัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาบอกว่าผมไม่ไปดู แต่บางอย่าง ที่เขาอยากจะดูก็บอกว่าทำไม่ได้ ก็ฝากว่าในส่วนของการปรับปรุงอำนาจและหน้าที่ของ การบริหารราชการแผ่นดินหรือการบริการประชาชนนั้น ผมคิดว่าอาจจะต้องถึงกับ มีกฎหมายขึ้นมาสักฉบับหนึ่งเพื่อยกระดับอำนาจและหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ว่าหน่วยงานใด ที่จะปรับปรุงอำนาจและหน้าที่ก็ให้เสนอไปที่คณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติ ก็น่าจะมีอะไรบางอย่าง เปิดช่องเอาไว้ เป็นที่น่าเสียดายมากโครงการโซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) ของราชการที่ผ่านมา เฟส (Phase) ที่ ๑ ก็ล้มกระดาน เฟส (Phase) ที่ ๒ ประหลาดมหัศจรรย์มากครับ ท่านประธาน ถ้าเข้าใจไม่ผิดจะมีหน่วยงานราชการอยู่ ๑-๒ หน่วยงานเท่านั้นที่ไม่รู้ท่าไหน ไปเขียนวัตถุประสงค์หรืออำนาจหน้าที่ว่าผลิตไฟฟ้าได้ ก็กลายเป็นผูกขาดโควตาที่อนุมัติมา ก็ตกไปอยู่ที่หน่วยงานราชการ ๑ หรือ ๒ แห่งนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง อบต. ทั่วประเทศตก มหาวิทยาลัยทั่วประเทศตก แต่บังเอิญมีโผล่อยู่ ๑ หรือ ๒ หน่วยงาน ไม่ทราบเก่งท่าไหน เขาบอกว่ามีวัตถุประสงค์เขียนว่าผลิตไฟฟ้าอยู่ในนั้น ขอฝากเป็น การบ้าน นี่คือเพื่อให้ระบบราชการไทยสามารถตอบสนองต่อความต้องการและมีส่วนร่วม ของการให้บริการประชาชน ขอบคุณครับ