เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเน้นปัญหาโครงสร้างที่ซ้ำซ้อน ความไม่โปร่งใสในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ และการขาดการพัฒนาอย่างมีจริยธรรม พร้อมเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายและจัดทำหลักเกณฑ์เพื่อส่งเสริมระบบคุณธรรมและสร้างการบริหารแบบบูรณาการเพื่อยกระดับประสิทธิภาพของภาครัฐ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการอภิปรายแสดงความคิดเห็น เรื่องของกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ในวาระการปฏิรูปการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน และข้อเสนอการปฏิรูปอื่นที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องชื่นชมที่กรรมาธิการได้ไปศึกษาปัญหาต่าง ๆ ในการบริหารราชการแผ่นดินของบ้านเรา ของประเทศไทย ซึ่งมีมากมายตามที่สรุปไว้ประมาณ ๒๐ หน้าแรก ก็เป็นทุก ๆ เรื่องที่เราได้ยินได้ฟัง ไม่ว่าจะเกี่ยวกับเรื่องการกระจายอำนาจ การถ่ายโอนอำนาจที่ไม่เสร็จสมบูรณ์ ที่ไม่เกิดผล เป็นรูปธรรม ความซ้ำซ้อนของหน่วยงาน ความซ้ำซ้อนโดยภารกิจต่าง ๆ มากมาย จึงมีแนวคิดในการปฏิรูประบบราชการขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาทั้งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบันและชุดที่ผ่านมาก็จะมีการปรับแก้กฎหมาย มีการดำเนินงานต่าง ๆ ที่คิดว่าจะสามารถแก้ปัญหาระบบราชการไทยได้ ในนี้ก็ได้รวบรวม เป็นหมวดหมู่ถึงปัญหาและข้อเสนอแนะใน ๒ ประเด็นหลัก คือการปฏิรูปด้านโครงสร้าง และภารกิจ กับประเด็นที่ ๒ คือการปฏิรูปด้านระบบและกระบวนการดำเนินงาน ผมฝาก กรรมาธิการนิดหนึ่งในประเด็นปฏิรูปด้านโครงสร้างและภารกิจ ประเด็นการปฏิรูปที่ ๓ ของท่านที่อยู่ในหน้า ๒๖ คิดว่าเขาจะพิมพ์เกินมา ในหน้า ๒๖ ตรงกลางหน้าของท่าน ข้อ ๘.๑.๓ ประเด็นการปฏิรูปที่ ๓ บรรทัดแรกไม่น่าจะมี ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน น่าจะเป็นของข้อ ๑ ควรจะเริ่มที่เสริมสร้างความเข้มแข็งเลย อันนี้ก็น่าจะพิมพ์เกินมา ต่อไปที่อยากจะเรียนคือในเรื่องของประเด็นการปฏิรูปที่ ๒ เหมือนกัน เรื่องการส่งเสริมระบบการบริหารราชการแบบบูรณาการเพื่อความเป็นเอกภาพ และบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันอย่างเหมาะสม ซึ่งอยู่ภายใต้หัวข้อการปฏิรูปด้านระบบ และกระบวนการดำเนินงาน ผมมองอย่างนี้ว่าข้อเสนอในการปฏิรูปถึงแม้จะเป็นหมวดหมู่ ชัดเจนว่ามาจากปัญหาอะไรต่าง ๆ เพียงแต่ในแต่ละเรื่องอาจจะยังมีรายละเอียด หรือมีข้อเสนอที่ยังน้อยไป ซึ่งทำให้การนำไปดำเนินการต่อคงได้แต่แค่ไปตั้งเป็นประเด็น เป็นหัวข้อ ผมเลยลองไปดูประเด็นที่ผมสนใจ อย่างเช่นที่เรียนให้ทราบแล้วในเรื่องของ การบริหารงานราชการแบบบูรณาการเพื่อความเป็นเอกภาพ แล้วดูในประเด็นที่ ๓ ข้อ ๓.๒ ซึ่งข้อ ๓.๒ ความจริงมีเรื่องที่น่าสนใจเยอะ ผมอยากจะให้ความสำคัญในเรื่องของ การบริหารงานในแง่ของบุคคล หรือในแง่ของการพัฒนาบุคลากร ซึ่งในนี้กล่าวไว้แต่ว่า ไม่ได้ลงรายละเอียดก็อยากจะเพิ่มเติม ผมก็ฝากเป็นข้อสังเกตไว้ อย่างน้อยก็เป็นสิ่งซึ่งผมคิดว่า มีความสำคัญยิ่ง เพราะระบบโครงสร้างราชการนั้นก็แตกต่างกันไปทั้งประเทศต่าง ๆ ในโลก ของบ้านเราก็ลองผิดลองถูกกันมาเยอะแยะ แต่ที่เราทำไม่สำเร็จคือการพัฒนาตัวตน ตัวบุคคล ตัวข้าราชการที่มีอยู่ ๑,๙๐๐,๐๐๐ กว่าคน ที่ท่านกรรมาธิการได้อ้างถึงนี้ ผมก็ไปเจอ หนังสือเล่มหนึ่งของท่านศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี ชื่อว่าจริยธรรม ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ท่านก็สรุปไว้ว่าวิกฤตการณ์ ของประเทศไทยมี ๓-๔ ประเด็น ประเด็นแรกท่านบอกว่าคือการฉ้อราษฎร์บังหลวง ก็เข้าใจกันดีนะครับ ทั้งเอกชน ทั้งข้าราชการช่วยกันร่วมมือกัน ทุกวันนี้ก็ยังอยู่อันดับท็อป (Top) เมื่อวานนี้ดูในทรานส์พาเรนซีอินเตอร์เนชันนัล (Transparency International) เขาแรงก์ (Rank) เราในเอเชีย (Asia) อันดับ ๓ ที่มีฉ้อราษฎร์บังหลวงมากที่สุดในเอเชีย (Asia) นี่ของทรานส์พาเรนซีอินเตอร์เนชันนัล (Transparency International) รู้สึกว่า จะชนะอินเดียกับอินโดนีเซียอะไรอย่างนี้นะครับ ก็เป็นบทพิสูจน์ว่าทุกวันนี้ถึงปัจจุบันนี้ ในสมัยรัฐบาลที่เอาจริงเอาจังกับการปราบปรามคอร์รัปชันมากที่สุด อีกประเด็นหนึ่ง ถ้าพูดถึงการหลีกเลี่ยงภาษีอากร ถ้าเราสามารถที่จะขยายฐานการเก็บภาษีได้มากเพียงพอ โดยหน่วยงานของรัฐมีวิธีการ มีการดำเนินงานเราก็จะมีเงินไปพัฒนาประเทศมากกว่านี้ ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน อย่างที่เราต้องทำงบประมาณขาดดุลกันเพิ่มมากขึ้น ไม่มีรัฐบาลไหน กล้าสัญญาว่าจะทำงบประมาณที่ไม่ขาดดุลได้ ไม่รู้กี่ปีมาแล้วตั้งแต่เรามานั่งอยู่ในสภานี้
และอีกประเด็นหนึ่งคือเจ้าพนักงานลุแก่อำนาจ ท่านบอกว่าเป็นวิกฤตการณ์ ของบ้านเมืองไทยเหมือนกัน เจ้าพนักงานลุแก่อำนาจนี่เป็นคำของท่านองคมนตรี ท่านศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร นั่นเป็น ๓-๔ ประเด็นซึ่งผมคิดว่านั่นคือหัวใจ ของปัญหาระบบราชการไทยไม่ยิ่งหย่อน หรืออาจจะมากไปกว่าโครงสร้างของ ระบบราชการเสียอีก เรามาดูว่าในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้กำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องของประมวลจริยธรรม การจัดทำเขาก็ไปออกประมวลจริยธรรมมา แล้วก็ไปกำหนดให้หน่วยงานต่าง ๆ ต้องจัดทำ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาท่านรักษาการประธาน ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มารายงานในห้องนี้ให้กับ สนช. ฟัง ท่าน พลเอก วิทวัสบอกว่า เรื่องจริยธรรมปัญหาเยอะแยะมาก หน่วยงานต่าง ๆ ยังไม่ค่อยจะมีประมวลจริยธรรม หรือไม่ได้กำหนดมาตรฐานจริยธรรมเลย พอมาดูรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ กำหนดให้ ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกันจัดทำให้เสร็จภายใน ๑ ปี แต่อ่านเท่าไรก็ไม่ได้ ไปบอกว่าต้องส่งต่อถึงหน่วยงาน แค่องค์กรอิสระต้องจัดทำ รัฐสภาต้องจัดทำ ไม่มีไปจนถึง ส่วนราชการในระดับต่าง ๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่งเลย ประมวลจริยธรรม หรือมาตรฐานจริยธรรมของข้าราชการ ของการเมืองก็ส่วนหนึ่ง ของข้าราชการทุกระดับชั้น ต้องมี เพราะปัญหาคอร์รัปชัน ปัญหาฉ้อราษฎร์บังหลวง ถ้าข้างล่างไม่ให้ความร่วมมือ ไม่มีทางที่คนอยู่ข้างบนจะสามารถดำเนินการได้ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นเรื่อง ที่ต้องปฏิรูป ต้องหาทางทำให้ชัดเจนว่าเราจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร ถ้าข้าราชการ ของเรายังเป็นเหมือนที่ผ่าน ๆ มา ข้อ ๓.๒ (๔) ในหน้า ๒๙ ท่านพูดถึงการบริหารงานบุคคล ต้องมีความโปร่งใส เป็นไปตามระบบคุณธรรม ความรู้ความสามารถ และคำนึงถึงระบบอาวุโส เป็นข้อความที่ดีมากเลย แต่ไม่ได้มีข้อเสนอแนะว่าจะทำอย่างไร ท่านเพียงแต่บอกว่าองค์กร จะต้องดำเนินการให้เป็นไปอย่างนั้น ผมคิดว่าเราควรจะต้องมีมากไปกว่าแค่ข้อเสนอแนะว่า ให้บริหารราชการด้วยความเป็นธรรม ด้วยความโปร่งใสในการแต่งตั้ง โยกย้าย น่าจะมีกฎหมาย หรือมีระเบียบ หลักเกณฑ์ในการแต่งตั้ง โยกย้ายของข้าราชการทุกระดับ ก็ควรจะเสนอแนะ อย่างนี้ ออกเป็นกฎหมายเลยครับว่าการแต่งตั้งปลัดกระทรวง อธิบดีจะต้องทำอย่างไร แล้วก็ไล่เลียงลงมา ต้องมีคณะกรรมการ ต้องมีการพิจารณาที่เราเรียกว่าระบบคุณธรรม คือเมอริตซิสเต็ม (Merit System) ซึ่งใช้อยู่ในประเทศต่าง ๆ บ้านเราก็ทราบดีว่าความสัมพันธ์ ระหว่างบุคคลมีมาก ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมสถาบัน เพื่อนร่วมชั้น เพราะฉะนั้นการแต่งตั้งบุคคลเข้ามาทำงาน เราก็จะมองไปแค่นั้น ทำอย่างไรที่จะให้ข้าราชการมีขวัญ มีกำลังใจในการทำงาน สิ่งเดียว ที่จะทำได้ก็คือการแต่งตั้ง โยกย้ายที่เป็นธรรม อ่านข่าวดูบอกว่าตอนนี้ตำรวจไม่ทำงานอะไรเลย เพราะรอคำสั่งโยกย้ายที่จะออกมาในเว็บไซต์ (Web Site) อยู่ ผมฟังเมื่อวานซืนนี้ก็ยังนึกขำเลย ทุกคนจะจดจ้องจดจ่ออยู่กับเว็บไซต์ (Web Site) ที่จะประกาศการโยกย้ายตำรวจทั้งหมด นั่นก็เป็นสิ่งที่เราเห็นว่าถ้ามีระบบคุณธรรมจริง ๆ แล้ว การแต่งตั้ง โยกย้ายต่าง ๆ เขาก็จะต้อง รู้ว่าควรจะเดินไปอยู่ที่ไหน อย่างไร ก็ฝากเป็นข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งว่าทำอย่างไร จะให้มีระเบียบหรือมีกฎหมายเป็นข้อเสนอแนะไปได้ ผมก็คงมีเรื่องกราบเรียนเพียงแค่นี้ ขอขอบพระคุณครับ