สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ ขอขอบคุณประธานสภาและสมาชิกสภา และอภิปรายเรื่องวิวัฒนาการระเบียบบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ จนถึงปัจจุบัน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของประชาชนเป็นศูนย์กลางในการบริหารราชการ และเรียกร้องให้ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการบริการประชาชน โดยเฉพาะการจัดระบบข้าราชการให้สมบูรณ์แบบ และมีจิตใจใฝ่บริการประชาชน พร้อมพูดถึงการบริการประชาชนในยุคปัจจุบัน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมกราบขอบคุณ ท่านมากครับ เพื่อนสมาชิก สปท. ที่รักทุกท่าน กระผม นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๗๓ ผมได้อ่านเอกสารของท่านกรรมาธิการและดูจากสคริปต์ (Script) ที่ท่านทำแล้วคิดว่าผมไม่ต้องอภิปราย ผมเสียบเลยว่าให้ผ่าน เพราะดูแล้วมีเหตุมีผล ทุกประการ แต่อย่างไรก็ตามต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่เรียกผมแล้วก็จะขออนุญาต พูดสักเล็กน้อย ผมกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมขอใช้เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ประกอบการพิจารณาด้วย
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))
สิ่งที่ผมจะกราบเรียนก็เป็นเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเสริมกรรมาธิการอีกทีหนึ่ง และท่านก็นำไปพิจารณา ขอภาพที่ ๑ ในประเทศไทยเรานี้ ก่อน พ.ศ. ๒๔๗๕ เรายังไม่มีระบอบประชาธิปไตย เมื่อมีระบอบประชาธิปไตย มีกฎหมาย รัฐธรรมนูญแล้ว พอกลับไปดูก็จะเห็นว่าสมัยรัชกาลที่ ๗ มีการตราพระราชบัญญัติว่าด้วย ระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. ๒๔๗๖ ท่านไปอ่านสิครับ ในราชกิจจานุเบกษา หน้า ๗๕๑ จะเห็นว่าทันสมัยที่สุดในสมัยนั้นเลย ผมอยากจะกราบเรียนว่าก่อนหน้านั้น ทันสมัยยิ่งกว่านี้ เดี๋ยวดูเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ต่อไปว่าทันสมัยตรงไหน พอพูดถึง เรื่องระเบียบบริหารราชการแผ่นดินแล้ว สมัยก่อนโน้นเป็นเวียง วัง คลัง นา ซึ่งเวียง วัง คลัง นา ใช้มานานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ เรื่อยมาจนถึงรัชกาลที่ ๗ เมื่อมีระเบียบบริหาร ราชการแผ่นดินแล้วก็ปรับปรุงเวียง วัง คลัง นา เป็นกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ สิ่งที่จะไม่กล่าว ไม่ได้เลยก็คือต้นแบบกระทรวงมหาดไทย ท่านดูเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ต่อไปครับ นี่คือกระทรวงมหาดไทยอยู่ริมคลองหลอด อันนี้เป็นแม่บท ๑ ใน ๔ เวียง วัง คลัง นา ว่าการบริหารจากกระทรวงมหาดไทยก็ไปยังจังหวัด จังหวัดก็ไปยังอำเภอ ไปถึงตำบล จากกระทรวงมหาดไทยผมจะให้ท่านดูภาพต่อไปนะครับ นี่คือศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โบราณเป็นกาแลแบบนี้ ที่ให้ดูก็คือว่าจากกระทรวงมหาดไทยก็ไปยังจังหวัด ผมไม่ได้เอามา ทุกจังหวัด เอามาเป็นตัวอย่างภาคละ ๑ จังหวัด ต่อไปก็เป็นที่ว่าการอำเภอแห่งแรก ๆ ของประเทศไทย ที่ว่าการอำเภอพระนครศรีอยุธยา ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม่มีอำเภอเมือง เป็นจังหวัดเดียวที่ไม่มีอำเภอเมือง นอกนั้นต้องมีอำเภอเมือง มีอำเภอพระนครศรีอยุธยา ชื่อทับตัวจังหวัดไปเลย ต่อไปครับ นี่คือพระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พุทธศักราช ๒๔๗๖ ในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๔๗๗ อันนี้ก็บอกไว้เลยว่าเทศบาลมีได้อย่างไร มีหน้าที่อะไร ถ้าประชาชนคนไทยรวมทั้งราชการไปอ่านแล้วก็จะเห็นว่าทันสมัยมากที่สุด แต่ทันสมัยมากกว่านั้นก็คือรูปของเทศบาลหรือเรียกว่าสุขาภิบาลสมัยโบราณ ปัจจุบันนี้ เป็นเทศบาลท่าฉลอมที่มหาชัย ท่านครับ สมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านได้ตราพระราชกำหนดสุขาภิบาลกรุงเทพฯ รศ. ๑๑๖ ต่อมาพัฒนาเป็นสุขาภิบาลท่าฉลอม เป็นหัวเมืองแห่งแรกของประเทศไทย ประกาศ เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๔๔๘ ก่อน พ.ศ. ๒๔๗๕ นานมากเลย ทันสมัยที่สุด ท่านลองนึกถึงว่า ถนนหนทางเรายังไม่มีเลย ไปไหนก็ต้องไปทางน้ำ เป็นการกระจายอำนาจ ถ้าผมดูแล้วไม่ผิด ก็คือครั้งแรกของประเทศไทย นี่คือสายพระเนตรพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาจากเทศบาลท่าฉลอมแล้ว ท่านดูต่อไปครับ นี่คือระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๔๙๘ มี อบจ. ที่เราว่านี้ ที่เราเรียกว่า อปท. มี อบจ. มีเทศบาล สุขาภิบาลหมดไปแล้ว แล้วก็ อบต. เราเรียกรวมกันว่า อปท. ต่อมาครับ การปรับปรุง อบจ. ขณะนี้ใช้พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ แล้วก็ มีการแก้ไขเรื่อย ๆ มา นี่เป็นวิวัฒนาการ ที่ผมต้องกราบเรียนรายละเอียดเหล่านี้ก็คืออยากจะให้ ประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในที่นี้ที่ฟังอยู่ทางบ้านได้รู้ว่าระเบียบบริหารราชการแผ่นดินค่อย ๆ วิวัฒนาการ มาก่อนจะเป็นประชาธิปไตยด้วยซ้ำ มาจนถึงท่านกรรมาธิการจะทำก็ทันสมัยมาก แล้วก็คิดว่าจะเหมาะสมกับประเทศไทยในปัจจุบันและในอนาคต แต่จะเหมาะสม มากแค่ไหน ฟังผมอีกนิดนะครับ ต่อไปให้ดูรูปองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย ผมเอาภาพแต่ละภาคมาให้ท่านดู ต่อมาก็คือองค์การบริหารส่วนตำบลชุมพล จังหวัดสงขลา ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งไม่มีชีวิต แต่สำคัญที่สุดก็คือว่าคนที่ทำงาน หรือข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ ที่อยู่ในอาคารต่าง ๆ นั่นคือกลไกของรัฐ เป็นมือไม้ของรัฐบาลที่จะทำงานแทนรัฐบาล ทั้งหมดนี้ ถ้าพูดถึงระบบเทคโนโลยีใหม่ ๆ คือเป็นฮาร์ดแวร์ (Hardware) ถ้าไม่มีอาคารเหล่านี้ ก็ไม่รู้จะให้เจ้าหน้าที่ไปทำงานที่ไหน นี่ก็เป็นฮาร์ดแวร์ (Hardware) อีกอย่างที่ผมยกตัวอย่าง ท่านอาจจะบอกว่าเอารูปคอมพิวเตอร์มาทำไม เดี๋ยวผมจะบอกว่าเอามาทำไม ภาพต่อไปครับ เป็นโทรศัพท์มือถือ สมัยก่อนนี้ท่านจะทำอะไรท่านต้องไปที่ว่าการอำเภอ ท่านต้องไปที่เทศบาล ไปร้อยแปดจิปาถะ แล้วผมกราบเรียนว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมฟังวิทยุแห่งประเทศไทย ต้องขอชื่นชมเลยว่า ณ บัดนี้ศาลยุติธรรมของประเทศไทยได้กำหนดว่าการส่งเอกสาร ให้ศาลแพ่งในเรื่องต่าง ๆ ไม่ต้องเดินทางไปที่ศาล ให้ส่งเป็นไฟล์ (File) ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไปได้เลย สมัยก่อนนี้ต้องเอาฮาร์ดก๊อบปี้ (Hard Copy) ไป หมายถึงว่าต้องซีร็อกซ์ (Xerox) ถ้าเป็นเป็นร้อย ๆ พัน ๆ ฉบับก็ต้องสำเนาถูกต้อง ร้อยแปดจิปาถะ สิ้นเปลืองเวลา และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ในอนาคตส่วนราชการต่าง ๆ ในการบริการประชาชนควรจะใช้ สิ่งที่มีอยู่ บัดนี้รัฐบาลภายใต้แกนนำของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จะเป็นประเทศไทย ๔.๐ แล้ว ผมจึงอยากจะเห็นท่านกรรมาธิการ ฝากไปอีกนิดหนึ่งว่าในเรื่องของประชาชนคนไทยโดยเฉพาะ ข้าราชการไทย เมื่อสักครู่นี้ท่านบอกแล้วว่ามี ๑.๙ ล้านคน ไม่นับรวมรัฐวิสาหกิจ แล้วก็องค์กรกึ่งราชการ ผมว่าโดยรวมก็ประมาณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ คนมีโทรศัพท์เรียกว่า เกือบทุกคน ท่านใช้โทรศัพท์ที่สำนักงาน คอมพิวเตอร์ที่สำนักงาน พีซี (PC) ร้อยแปดจิปาถะ เมนเฟรม (Mainframe) บางหน่วยได้เกิดประโยชน์ในการบริการประชาชนสักเพียงไร แต่ถ้าอ้างว่าไม่ได้ ต้องมาติดต่อให้เห็นหน้าว่าตัวจริงหรือตัวไม่จริง ผมคิดว่าเราก็ยังไป ไม่ถึง ๔.๐ เมื่อไรถ้าเราใช้เลข ๑๓ หลักของกระทรวงมหาดไทย ของ สทร. เป็นหลัก แล้วยึดตรงนี้เลย ผมคิดว่าในการบริการประชาชนจะไปได้ไกล ข้อเสนอผมครับ
๑. การบริหารราชการแผ่นดิน ผมอ่านในเอกสารของท่านแล้ว ท่านบอกว่า จะต้องใช้พื้นที่เป็นหลัก ผมขออนุญาตเพิ่มไปอีกนิดได้ไหมว่า นอกจากใช้พื้นที่แล้วขอให้ เอาประชาชนเป็นตัวตั้งเป็นหลักด้วย เพราะถ้ามีแต่พื้นที่ไม่มีประชาชน ท่านจะไปบริการใคร ๒ อย่างเป็นของคู่กัน เหมือนรัฐต้องมีเอกราช ต้องมีประชาชน มีเขต มีดินแดน มีการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยจึงจะเป็นรัฐได้ โดยต้องคำนึงถึงถิ่นฐานที่แตกต่างกันของประชาชน ไม่ใช่ท่านบอกว่าราชการต้องมีแพตเทิร์น (Pattern) เดียวกัน ท่านจะให้แพตเทิร์น (Pattern) แบบเดียวกันนี้ไปใช้กับ ๓ จังหวัดภาคใต้ก็คงไม่ได้ เดี๋ยวนี้ก็ปรับเปลี่ยนแล้ว ไปใช้กับ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็คงไม่ได้ ระเบียบ กฎเกณฑ์กลางเหมือนกัน แต่การอ่อนน้อม หรือการบริการประชาชน ยิ้มแย้มแจ่มใส ใช้ภาษา ร้อยแปดจิปาถะ ก็ต้องคำนึงถึงวัฒนธรรม ของถิ่นนั้น ๆ ก็ฝากไว้นะครับ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ท่านได้รับสั่งกับเจ้าพระยายมราชว่า ผู้ที่จะไปดูแลจังหวัดภาคใต้ขอให้ท่านบอกไปเลยว่าเมื่อจะไปถึงที่ภาคใต้แล้วให้ไปหาใคร โต๊ะอิหม่าม โต๊ะครู ร้อยแปดจิปาถะ ท่านรับสั่งทำไม ก็ให้รู้ว่าภาคใต้ไม่เหมือนกับภาคอื่น ๆ ในเรื่องการกินอยู่หลับนอน ร้อยแปดจิปาถะ ศิลปวัฒนธรรมก็ต่างไป เห็นไหมว่าความละเอียดอ่อน ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ สุดจะพรรณนา อันนี้ก็เป็นตัวอย่าง ที่เราควรจะน้อมนำมารับปฏิบัติในยุคนี้
๒. ต้องจัดให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกหมู่เหล่าเป็นข้าราชการในระบบ ๔.๐ ให้ได้ ถ้าเมื่อไรวันจันทร์มาสาย วันศุกร์กลับเร็ว ยังครับ ไม่ใช่ แล้วในบางอย่าง การบริการประชาชนไม่ใช่หมายถึงว่าต้อง ๐๘.๓๐ นาฬิกา เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา แล้วก็ บอกประชาชนว่ากลับไปได้แล้ว หมดเวลาแล้วผมจะกลับบ้าน อย่างนี้ไม่ใช่ครับ บางอย่าง ก็ต้องเลย เดี๋ยวนี้ผมอยากกราบเรียนว่าเวลาท่านไปต่อทะเบียนรถท่านไม่ต้องไปที่ กรมการขนทางส่งทางบก ที่กรมการขนส่งทางบกท่านขับรถเข้าไปเลย เอกสารพร้อม ไม่เกิน ๓ นาที ผมเคยไปมาแล้ว ต่อเรียบร้อย ท่านขับรถออกไปได้เลย มากไปกว่านั้น กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ท่านไปที่ศูนย์การค้าได้เลยวันเสาร์ วันอาทิตย์ เห็นไหม ไม่ต้องไปอ้างเลยว่าจะต้องไปที่นั่นที่นี่ ไปที่สำนักงานขนส่งจังหวัด อย่างนี้เรียกว่า ทำไม เป็นข้าราชการคิดแบบ ๔.๐ ผมก็ฝากท่านไปดู เรื่องของโครงสร้างระบบแล้ว ขอให้ท่าน ไปดูข้าราชการว่าข้าราชการมีจิตใจใฝ่บริการมากน้อยเพียงไร ถ้านึกถึงความสุขของประชาชน นึกถึงว่าถ้าเราเป็นตาสีตาสา ยายมา ต้องเดินมาหรือขี่จักรยานมา มาถึงแล้วก็อยากจะ ทำอะไรให้เสร็จ เลยไปสัก ๔ โมงครึ่ง ๕ โมงครึ่งท่านก็ขอโอที (OT) ได้ รัฐบาลท่านก็ให้อยู่แล้ว
๓. ต้องรีบเร่งพัฒนาให้ประชาชน เมื่อสักครู่ผมพูดถึงฮาร์ดแวร์ (Hardware) โครงสร้างระบบที่ท่านพูดอยู่นี้ ร้อยแปดพันประการไปแล้ว พูดถึงราชการแล้ว แล้วผมเชื่อว่า ราชการในยุคปัจจุบันทุกหมู่เหล่ามีจิตใจใฝ่บริการอยู่แล้ว แต่ถ้ามีมากกว่านี้และยิ้มเป็น ไม่ใช่สักแต่ว่ายิ้ม ยิ้มเป็น ยิ้มให้ประชาชนชื่นใจ รู้จักขอบคุณ ขอโทษประชาชนบ้าง ในบางโอกาสก็จะทำให้ประชาชนชื่นใจ ผมคิดว่าต่อไปข้อ ๓ ก็ต้องพัฒนาประชาชนให้รู้จัก ปรับเปลี่ยนพัฒนาตัวเองให้เร็ว ใช้โทรศัพท์ไม่ใช่สำหรับส่งไลน์ (Line) ที่ไม่ควรจะส่ง ก็ส่งกันไป ใช้ไลน์ (Line) ให้เกิดประโยชน์ แล้ววันนี้ถ้าติดต่อราชการ ราชการหลายแห่ง ถ้ามีระเบียบรองรับว่าต่อไปใส่เลข ๑๓ หลัก นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ เลข ๑๓ หลักดังต่อไปนี้ แล้วก็บอกเลยว่าผมขอจะทำอะไรที่ไม่ไปกระทบกระเทือนบุคคลที่สามก็บริการได้ แล้วก็ ส่งบอกเข้ามาทางโทรศัพท์มือถือ ผมคิดว่าปัจจุบันนี้ถ้าข้าราชการวิ่งให้ทันระบบการเงิน การธนาคารของประเทศซึ่งกำลังทำพร้อมเพย์ (PromptPay) ผมคิดว่านั่นคือการบริการ ประชาชนยุค ๔.๐ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมฝากของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผมคิดได้ ฝากท่านกรรมาธิการไป ด้วยความเคารพครับ ก็อาจจะเป็นประโยชน์ในบางส่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์ท่านก็ไม่ต้องนำไป อะไรที่เป็นประโยชน์ก็ขอความเมตตาท่าน ถ้าเรานึกถึงว่าประชาชนเกือบ ๗๐ ล้านคนคอยเราอยู่ เราจะต้องปฏิรูปให้ก้าวหน้า ให้ได้ ๔.๐ จริง ๆ กราบขอบคุณท่านประธานครับ