สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๐

เขมทัต สุคนธสิงห์ หารือเรื่องการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเสนอว่าควรจัดตั้งสถาบันความหลากหลายทางชีวภาพในระดับประเทศ และบูรณาการการทํางานด้านความหลากหลายทางชีวภาพของหน่วยงานต่าง ๆ เขายังเสนอการปฏิรูปการศึกษาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี โดยมี 9 มิติ และสนับสนุนให้ชุมชนเป็นผู้ขับเคลื่อนการปฏิรูป โดยให้ประโยชน์ลงถึงระดับรากหญ้า นอกจากนี้เขายังเสนอการปรับปรุงสภาพการทำงานของสถาบันวิจัย โดยเสนอว่าควรยกระดับสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร หรือโครงการ BRT ให้เป็นสถาบันวิจัยขั้นสูงด้านความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ และเสนอว่าควรบูรณาการส่วนงานต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายเขมทัต สุคนธสิงห์ ผู้ชี้แจงในนามคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตชี้แจงใน ๔ ประเด็นหลัก ๆ เพื่อความเข้าใจของท่านประธาน และท่านสมาชิก

ประเด็นที่ ๑ เรื่องของการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพนั้นเป็นเรื่องที่ กว้างขวางแล้วก็ครอบคลุมสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจําวันตลอดเลย ก็มองได้หลายมิติ เนื่องจากว่า ในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ไม่มีเรื่องของการขับเคลื่อนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมโดยตรง เราก็เลยจะต้องดึงเรื่องนี้มาพิจารณาในคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา

สําหรับรายละเอียดที่หลายท่านถาม ผมอยากจะขออนุญาตไฮไลต์ (Highlight) ให้ท่านดูในสิ่งที่ท่านอภิปราย จุดแรก ขอความกรุณาลองดูหน้า ๑๐ (๓) ของวัตถุประสงค์ เราเน้นเรื่องงานวิจัยว่าจะต้องทําเรื่องอะไร จุดที่ ๒ หน้า ๑๑ (๗) ตรงนี้จะเป็นสิ่งที่หลายท่าน ได้กรุณาอภิปรายก็คือการเข้าถึงระดับชุมชน การให้ความรู้ ความเข้าใจกับระดับชุมชน ขออนุญาตไปหน้า ๑๓ (๓) ก็คือการสนับสนุนการสร้างและพัฒนาบุคลากร จากนั้นจะไป ข้อเสนอแนะและข้อสังเกต ๓ เรื่อง ก็คือเราคงจําเป็นต้องมีสถาบันความหลากหลาย ทางชีวภาพในระดับประเทศ เรื่องของการพัฒนาและสร้างกําลังคนของความหลากหลาย ทางชีวภาพ รวมทั้งการบูรณาการการทํางานด้านความหลากหลายทางชีวภาพของหน่วยงาน ต่าง ๆ อันนี้เป็นประเด็นที่ปรากฏอยู่ในรายงาน จากนั้นขออนุญาตไปหน้า ๑๔ ที่ท่านกรุณา ให้ข้อมูล ทางเราจะรับไปเขียนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

- ๔๙/๑     เรามองเรื่องของอนุสัญญาระหว่างประเทศต่าง ๆ อยู่ในหน้า ๑๔ ย่อหน้าแรก ที่สําคัญที่สุด เรื่องของความเหลื่อมล้ําเป็นย่อหน้าสุดท้ายของหน้า ๑๔ ก็คือกระบวนการเข้าถึง และแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพต่าง ๆ ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นหลัก ๆ ไม่นับถึง ข้อเสนอแนะสุดท้ายในหน้า ๒๓ ที่หลายท่านได้กรุณากล่าว

ประเด็นที่ ๒ ผมจะกราบเรียนก็คือการปฏิรูปในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ทางการศึกษาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เราก็มองไว้ ๙ มิติ อย่างที่ท่านผู้อภิปรายท่านสุดท้าย ได้กรุณากล่าวถึง จากที่มีการถามว่าจะมีการจัดการอย่างไรนั้น จริง ๆ ก็ได้ปรากฏอยู่ในสไลด์ (Slide) เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) หน้า ๑๒ ซึ่งการจัดการนั้นเราพูดถึง ๘ กิจกรรม ก็คือกิจกรรมปกปักษ์ กิจการสํารวจเก็บรวบรวม กิจกรรมการปลูกรักษา กิจกรรมอนุรักษ์ และใช้ประโยชน์เรื่องของการจัดการศูนย์ข้อมูล การจัดการวางแผนพัฒนา การจัดการ สร้างจิตสํานึก และการจัดการด้านกิจกรรมพิเศษสําหรับสนับสนุนการอนุรักษ์ ตรงนี้ก็เป็น สิ่งที่จะตอบท่านสมาชิกที่ถามว่าจะจัดการอะไร ฉะนั้นในเรื่องของการทําตรงนี้ เนื่องจาก ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกําลังร่าง พ.ร.บ. ความหลากหลาย ทางเทคโนโลยีอยู่แล้ว สิ่งที่เราพยายามจะผลักดันให้เกิดในรายงานฉบับนี้ก็คือจะช่วยให้ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มุ่งเน้น พัฒนา อนุรักษ์ สร้างจิตสํานึก และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน มากกว่าที่จะปกป้องคุ้มครองแต่เพียงอย่างเดียว และการที่จะทําเช่นนี้ได้ก็เสนอให้มี คณะกรรมการอยู่ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อดูแล

ประเด็นที่ ๓ ที่จะกราบเรียนก็คือรายละเอียดต่าง ๆ ในรายงานฉบับนี้ อาจจะมีไม่ครบ เพราะฉะนั้นกระผมก็ได้จดทุกข้อเสนอที่ท่านสมาชิกได้กรุณาอภิปราย ผมกราบเรียนว่าสิ่งสําคัญที่สุดที่เป็นประเด็นก็คือเราจะต้องเน้นให้ชุมชนและเอกชน เป็นผู้ขับเคลื่อนการปฏิรูป และการปฏิรูปจะต้องให้ประโยชน์ลงไปถึงระดับรากหญ้า อย่างแท้จริง ทั้งนี้เพราะจากที่ท่านสมาชิกได้กรุณาอภิปรายจะพบว่าในแต่ละพื้นที่ก็มีปัญหา ที่ต่างกัน แล้วก็อาจจะมีปัญหาที่ไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นก็จะต้องให้ชุมชนในพื้นที่นั้น ๆ เป็นผู้ดําเนินการ

ประเด็นสุดท้าย ที่ผมจะกราบเรียนก็คือเพื่อความเข้าใจในการทํารายงาน ครั้งนี้ไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะให้มีการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ เพราะฉะนั้นสํานักงานพัฒนา เศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ที่มีอยู่แล้วจะทําหน้าที่เป็นเลขานุการ ในการทํางานด้านนโยบายและธุรการ สิ่งที่เราเสนอให้ปรับปรุงหรือยกระดับสถาบันวิจัยที่มีอยู่ ยกตัวอย่างเช่นสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร หรือโครงการบีอาร์ที (BRT) ที่ท่านสมาชิกได้แนะนํา ยกระดับให้เป็นสถาบันวิจัยขั้นสูงด้านความหลากหลาย ทางชีวภาพและระบบนิเวศ ซึ่งสถาบันแห่งนี้ก็จะดูแลด้านวิชาการ ด้านธนาคารข้อมูล รวมทั้งการพัฒนากําลังคน และการจัดสรรทุนวิจัยให้กับหน่วยงานที่เป็นมหาวิทยาลัย ต่าง ๆ อันนี้เป็น ๒ ส่วนที่เรานําเสนอ

ส่วนสุดท้าย ผมคิดว่าน่าจะบูรณาการเข้าหากันได้ตามที่ท่านสมาชิกได้นําเสนอ ก็คือทําอย่างไรเราถึงจะมีอีกสํานักงานหนึ่ง ก็เป็นสถาบันพัฒนาเศรษฐกิจทางชีวภาพ ถ้าเรามี ๓ ส่วนที่ดูแลทางด้านนโยบาย ทางด้านวิชาการ แล้วก็ทางด้านเศรษฐกิจ งานทางด้าน การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด ขอกราบเรียน เพื่อความเข้าใจใน ๔ ประเด็น ขอบพระคุณครับ