เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือเรื่องการปฏิรูปการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศแห่งชาติ และเรียกร้องการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล เพื่อดำเนินการโครงการอนุรักษ์อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบูรณาการให้ชุมชนเข้าถึงและเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาให้ความสำคัญในเรื่องนี้
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการอภิปรายวาระการปฏิรูป ด้านการศึกษา เรื่อง การปฏิรูปการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและการใช้ประโยชน์ อย่างยั่งยืน เมื่อเช้าผมฟังท่านอาจารย์ธรรมศักดิ์ได้ให้สัมภาษณ์ทางวิทยุ ท่านเริ่มต้นบอกว่า คงจะงง ๆ กันว่าความหลากหลายทางชีวภาพมาเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาอย่างไร แล้วก็ มาได้รับฟังการชี้แจงจากท่านประธานกรรมาธิการคือท่านวิวัฒน์ แล้วก็คณะทํางาน อนุกรรมาธิการหลาย ๆ ท่าน ก็เลยมีความกระจ่างแจ้งขึ้นว่าความหลากหลายทางชีวภาพนี้ มาเกี่ยวข้องในเรื่องการศึกษาอย่างไร ที่จริงถ้าเรามองให้ดีหรืออ่านให้ทะลุแล้วก็จะเห็นว่า มีความสําคัญต่อมนุษยชาติยิ่งกว่าการศึกษาในห้องเรียน หรือฟอร์มัลเอดูเคชัน (Formal Education) เสียอีก และความรับผิดชอบของทุกคนที่อยู่บนโลกใบนี้ที่จะต้องช่วยกันดูแล เพื่อที่จะส่งต่อความสมบูรณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพให้กับอนุชนหรือให้กับคนรุ่นต่อ ๆ ไป ผมเองก็เห็นด้วยกับรายงานซึ่งมีความละเอียด แล้วก็มีข้อเสนอแนะที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ ในหลาย ๆ เรื่อง เผอิญเมื่อครั้งหนึ่งเคยดํารงตําแหน่งประธานคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระหว่างปี ๒๕๓๘-๒๕๔๔ ซึ่งในช่วงนั้นทางองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้จัดทําโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริของ พระองค์ท่าน ในโครงการ อพ.สธ. ที่คณะกรรมาธิการได้รายงานให้ที่ประชุมทราบแล้ว ก็อยากจะเรียนเสริมกรรมาธิการให้เห็นถึงความสําคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงสืบสานพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ในการที่จะทําให้ประเทศไทยได้มีการศึกษา ได้มีการพัฒนา และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพให้สมบูรณ์และกว้างขวาง ให้มากที่สุด เหตุผลที่องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับมอบหมายให้ ดําเนินโครงการนี้ก็อาจจะโดยที่องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีสวนสัตว์อยู่ ทั่วประเทศ ที่เริ่มโครงการคือเมื่อปี ๒๕๔๑ ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวซึ่งมีพื้นที่ถึง ๕,๐๐๐ ไร่ มีทั้งในส่วนที่เป็นสวนสัตว์เปิดและสวนสัตว์ปิด คือที่ใช้งานที่แสดงสัตว์อยู่ ถ้าเราจะนับ ความหลากหลายของพันธุ์ไม้ที่มีอยู่ในพื้นที่ ๕,๐๐๐ ไร่นั้น ความหลากหลายของพันธุ์สัตว์ต่าง ๆ ซึ่งมีนับหมื่นอาจจะเป็นนับแสนตัวก็ได้ถ้ารวมถึงนกกาทั้งหลาย ทั้งสัตว์ต่าง ๆ มากมาย ที่นั่นจึงเป็นพื้นที่ที่ทางโครงการ อพ.สธ. ได้เลือกให้เป็น ๑ ในโครงการที่จะดําเนินการ ในการอนุรักษ์หรือในการดําเนินงานโครงการความหลากหลายทางชีวภาพ อีกทั้งบุคลากร ของสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเอง และองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ก็มีความเชี่ยวชาญทั้งในเรื่องของพันธุ์สัตว์และในเรื่องของนิเวศวิทยา เรื่องทางชีววิทยา แล้วก็รู้จักพันธุ์ไม้ จะเห็นว่าถ้าเราเข้าไปในสวนสัตว์ ต้นไม้เกือบทุกต้นที่เราเดินผ่านจะมี ชื่อต้นไม้และจะมีประวัติสั้น ๆ หรือความสําคัญของต้นไม้เหล่านั้นอยู่ เพราะฉะนั้น องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้ดําเนินโครงการนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ ในปี ๒๕๕๒ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาเสด็จไปที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวเพื่อเปิดโครงการที่เรียกว่า “ทรัพยากรไทย : ผันสู่วิถีใหม่ในฐานไทย” โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะให้การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ที่เป็นนวัตกรรม ที่มีคุณธรรมกํากับ เป็นการนําไปสู่แนวทางใหม่ในฐานวัฒนธรรมไทย ในฐาน ภูมิปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย วัฒนธรรมวิถีชีวิตและความเป็นอยู่แบบคนไทย โดยปฏิบัติตามความเป็นฐานเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เพราะฉะนั้นจึงเป็นนวัตกรรมที่ได้เริ่มดําเนินการที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เมื่อปี ๒๕๕๒ ต่อมาเมื่อปี ๒๕๕๖ คณะกรรมการและคณะทํางานในโครงการนี้จึงได้ขยายให้ไปดําเนินการ เพิ่มเติมที่สวนสัตว์อุบลราชธานีที่เราเริ่มสร้างขึ้นใหม่เมื่อประมาณสัก ๑๐ ปีที่แล้ว และต่อมา เมื่อปี ๒๕๕๘ คือเมื่อ ๒ ปีที่แล้วคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์ก็ได้มีมติให้ดําเนินการ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมอันเนื่องมาจากพระราชดําริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในทุกสวนสัตว์ คือประมาณ ๙ สวนสัตว์ทั่วประเทศ เพราะฉะนั้น อันนี้ก็ถือว่าเป็นวิวัฒนาการที่ได้ดําเนินการ วัตถุประสงค์ของโครงการที่ทําโดยองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นอกจากจะเป็นการสนองพระราชดําริในโครงการนี้ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นการปกปักพันธุกรรมพืช และฐานข้อมูลของพันธุกรรมพืชในพื้นที่ตั้งของสวนสัตว์ทุกแห่ง เป็นแหล่งศึกษา สภาพนิเวศวิทยาที่เป็นลักษณะเฉพาะของทรัพยากรในแต่ละภูมิภาค ซึ่งทางสวนสัตว์ เชื่อมโยงกับระบบนิเวศในทุก ๆ ด้าน เพื่อเป็นกิจกรรมในการสร้างจิตสํานึกและการอนุรักษ์ ทรัพยากรทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าโครงการที่ดําเนินการ ในสวนสัตว์นั้นจะเกิดประโยชน์ ๔ ประการ คือ ประการแรก เป็นการอนุรักษ์สัตว์ป่า ประการที่ ๒ เป็นการศึกษาวิจัยทางด้านสัตว์ป่า ประการที่ ๓ การให้การศึกษา และที่สําคัญ ประการที่ ๔ คือการเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่มีคุณค่าแก่ประเทศชาติ ประชาชน และเยาวชน
ในวาระปฏิรูปที่กรรมาธิการได้นําเสนอ ถ้าเราไปดูในหน้า ๒๓ ก็จะเป็น สรุปข้อเสนอแนะ ๔ ประการ ก่อนหน้านั้นก็จะมีข้อเสนอแนะในเรื่องต่าง ๆ ที่สําคัญคือ การเสนอแนะให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศแห่งชาติ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นการบูรณาการผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันดําเนินการ มาร่วมกันวางแผน มาร่วมกันบูรณาการ เพราะว่าโครงการและปัญหา การอนุรักษ์ในด้านความหลากหลายทางชีวภาพอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้บรรยายมา ๕ ท่านแรก ก็จะเห็นว่ามีความหลากหลายมาก เกี่ยวข้องกับทุกด้าน และเกี่ยวข้องกับหน่วยงานองค์กร ทั้งประเทศเลย เพราะฉะนั้นการที่จะมีคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อที่จะมามองในภาพใหญ่ มาจัดทําเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติ เข้าไปอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติที่รัฐบาลกําลังดําเนินการอยู่ ก็เลยทําให้โครงการนี้ซึ่งถือว่ามีความสําคัญยิ่งต่อมนุษยชาติสามารถดําเนินการได้อย่างมี ประสิทธิภาพ แล้วก็จะได้สอดคล้องกับแนวทางที่ขอรับสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล สิ่งที่เป็นข้อเสนอแนะที่จะมีความยากก็คือการพัฒนากําลังคนและบุคลากรวิจัยให้เพียงพอ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะว่าบุคลากรในด้านนี้ของบ้านเราก็มีอยู่ค่อนข้างจะจํากัด และส่วนหนึ่งก็ไปอยู่ทางด้านเชิงพาณิชย์ ด้านคอมเมอร์เชียล (Commercial) จึงทําให้ คนที่จะมาดูแลความหลากหลายทางชีวภาพจริง ๆ จะมีค่อนข้างจํากัด
และสุดท้ายในข้อเสนอข้อ ๖.๓ ก็คือการบูรณาการให้ชุมชนเข้าถึงและเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันนี้ก็เป็นเรื่องที่มีความสําคัญยิ่งที่จะต้องส่งเสริมและสนับสนุน ให้สถาบันการศึกษาได้ให้ความสําคัญในเรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับ ความหลากหลายทางชีวภาพและการสร้างสมดุลทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งสุดท้ายก็จะไปช่วยในการลดความเหลื่อมล้ําทางสังคมได้ในทางหนึ่ง ผมเองก็ได้กราบเรียน ผ่านประธานไปยังกรรมาธิการเพื่อให้เห็นถึงตัวอย่างหนึ่งที่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นการเติมเต็ม ให้กับข้อเสนอของกรรมาธิการ ซึ่งหลาย ๆ ท่านที่อยู่บนพาเนล (Panel) นั้นก็เป็นผู้ที่มี ประสบการณ์ได้ทําโครงการต่าง ๆ ของประเทศและโครงการในพระราชดําริในเรื่องนี้มา ก็ขอขอบพระคุณ ผมก็เชื่อว่าเพื่อนสมาชิกคงจะให้การสนับสนุนรายงานฉบับนี้เพื่อที่จะ ส่งต่อไปยังรัฐบาลเพื่อดําเนินการให้เกิดประสิทธิผลและสัมฤทธิผลในที่สุด ขอบคุณครับ