สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๐

อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย และวิพากษ์วิจารณ์หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเรียกร้องให้ดำเนินการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนี้ยังพูดถึงการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานคร และเรียกร้องให้ภาครัฐสนับสนุน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปขอเชิญท่านสมพงษ์ สระกวี อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสงขลา ขอเชิญครับ สิงคโปร์วิเศษกว่าไทยตรงไหน มีพื้นที่มากกว่าไทยตรงไหน ทําไมเส้นทางจากสนามบิน ของสิงคโปร์เข้าสู่ตัวเมืองถึงได้เป็นป่าพันธุ์พฤกษ์เขียวชอุ่มหลากหลาย แต่ของไทยไม่มี มีแต่อ้างพระราชดําริกันประการเดียวแต่หาลงมือทําไม่ ท่านประธานครับ ผมได้อ่านรายงาน ความหลากหลายทางชีวภาพแล้ว แท้ที่จริงนั้นเรามีหน่วยงานที่ทํา คิด และเดินในเรื่องเหล่านี้ อยู่อย่างขยันขันแข็งและมีผลงานมากมาย แต่ก็เพราะขาดจิตสํานึกของการเป็นหน่วยงาน ที่เท้าติดดิน พูดเรื่องชีวภาพได้มากมายหลายร้อยหน้า แต่ไม่เคยเงี่ยหูฟังเลยว่าประชาชน เขาพูดเรื่องชีวภาพอย่างไร ท่านประธานครับ อย่าหาว่าผมดูถูกหรือปากจัดเลย หน่วยงาน ทางชีวภาพซึ่งอาจารย์ทวีศักดิ์บอกว่ามีอยู่ ๕ หน่วยงานหลักทําเรื่องจุลินทรีย์ของประเทศนี้ แล้วก็มีอีก ๕๔ มหาวิทยาลัยเป็นเครือข่าย ผมอยากจะเรียนอาจารย์ทวีศักดิ์ ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนามท่าน เพราะท่านยกเรื่องนี้ขึ้นมาว่าเพราะความไม่ติดดินหรือกระไร ทําไมคนรู้จัก ชีวภาพของประเทศนี้ท่านได้เอาหูแนบดินหรือเงี่ยหูฟังไหมว่าประชาชนในประเทศนี้รู้จัก ชีวภาพในเรื่องอะไร ผมอยากจะบอกครับ สู้ป้าเชงยังไม่ได้เลย น้ําหมักสมุนไพรจุลินทรีย์ อะไรของป้าเชงไม่รู้ ทํามาขายดิบขายดี ประชาชนรู้จัก ทะเลาะกันในบ้านเพราะแม่จะทํา จุลินทรีย์ให้ลูกกิน เอาผลไม้มาหมักแล้วบอกว่าแก้โรคได้ทุกโรค ณ บัดนี้ ๕ หน่วยงาน เรื่องจุลินทรีย์ของประเทศนี้ทําอะไรไปถึงไหนผมไม่รู้ แต่ชาวบ้านเขาบอกผมว่าป้าเชง กําลังทํามหาบําบัด ๑๐ ปี คือเอาสมุนไพร ๑๐ ชนิดหมักรวมกัน ๑๐ ปี เป็นยาวิเศษ รักษาได้ทุกโรค ขายลิตรละ ๑,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ ถามว่าทําไมประชาชน ในประเทศนี้ที่เรียกว่าคนไทยรู้จักป้าเชงมากกว่าหน่วยงานทางชีวภาพของชาติที่ใช้ งบประมาณแผ่นดินหลายร้อยบาท หลายพันล้านบาทต่อปี ก็เพราะว่าป้าเชงเท้าติดดิน กว่าหน่วยงานเหล่านี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไปเจอองค์กรหรือบุคลากรของหน่วยงาน ชีวภาพ แล้วตอนหลังเข้าใจว่าไปอยู่หน่วยงานเอกชนดังระดับโลก ขึ้นป้ายบอร์ด (Board) ใหญ่ ตรงสนามบินสุวรรณภูมินั่นละไม่ใช่ที่ไหน บอกว่าประเทศไทยได้รางวัลผลิตภัณฑ์ มีภาษาอังกฤษ เข้ามา แต่ผมเอาภาษาไทยแล้วกัน ก็คือมีผลิตภัณฑ์น้ําเมือกหอยทากได้รับรางวัลลูกโลกทองคํา อะไรสารพัดรางวัลเอามาอวดโชว์ว่าเอาน้ําเมือกหอยทากไปทําสารสกัดคุณสมบัติทางยา และเครื่องสําอาง เรียกว่าสเนลครีม (Snail Cream) ท่านประธานที่เคารพครับ น้ําเมือกหอยทากนี้ ไม่ได้เป็นความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นสมบัติของประเทศนี้หรอกหรือ เป็น แต่ทําไม ประชาชนรู้จักน้ําเมือกหอยทากผ่านคุณสมบัติทางยาและทางเภสัช ทางครีม ทางอะไรไปให้ เอกชนเขาร่ํารวยกัน โดยที่หน่วยงานความหลากหลายทางชีวภาพที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ หรือที่มี อยู่เดิมแล้ว ๕ หน่วยงาน ท่านประธานครับ จัดลําดับอยู่กันตรงไหน อย่างไร นี่ผมยกตัวอย่าง ไม่ให้ซับซ้อน ยกตัวอย่างเพียงเรื่องเดียวว่าทําไมพวกเขาถึงเท้าติดดิน สเนลครีม (Snail Cream) น้ําเมือกหอยทากแล้วไปทําเครื่องสําอางของเอกชน หรือของอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ไปอยู่ บริษัทเอกชน ทําไมเขาถึงทําให้เท้าติดดินได้มากกว่าหน่วยงานของราชการ

ท่านประธานครับ เรื่องสุดท้าย เกษตรกรชาวไทยรู้จักปุ๋ยจุลินทรีย์ รู้จัก น้ําอีเอ็ม (EM) แล้วหลายบริษัทไปหลอกลวงประชาชนเรื่องของน้ําจุลินทรีย์ มีจุลินทรีย์ เท่านั้นล้านตัว เท่าโน้น ๑๐ ล้านตัว ท่านประธานครับ หน่วยงานความหลากหลาย ทางพืชพันธุ์รู้จักจุลินทรีย์ดีกว่าใครในประเทศนี้ แต่พวกเขาเท้าติดดินจริงหรือเปล่า เขาไม่ได้ รับรู้หรอกหรือว่าเกษตรกรของไทยนั้นต้องการปุ๋ย ต้องการจุลินทรีย์ในดิน ต้องการการให้ การปลูก และการใส่ปุ๋ยแบบใหม่ ๆ เพื่อผลิตผลของเกษตรกร ๕ หน่วยงานนี้ก็จะรู้ ทําไม จะไม่รู้ แต่ถ้ารู้แล้วทําไมเกษตรกรไทยถึงไม่ใช้บริการของท่าน ไม่มีงบ ผมจะได้ยินแบบนี้ ไม่มีงบ ได้โปรดเถิดครับ ถ้าท่านมีความจริงจังเหมือนบริษัทที่หลอกขายปุ๋ยจุลินทรีย์ เขาก็ ไม่มีงบ เขาลงทุนเอง ขายเอง โฆษณาเอง หลอกเอง แต่พวกเขาเท้าติดดินกว่าท่าน ของท่านหมายความว่าเกษตรกรก็อยู่ที่ริมฝีปาก อยากช่วยเกษตรกร แต่เกษตรกรไม่ได้รับ การช่วยเหลือจากท่านและไม่รู้จักท่าน แต่รู้จักปุ๋ยจุลินทรีย์ รู้จักเมือกหอยทากและรู้จัก น้ําป้าเชง ซึ่งทั้ง ๓ ประการที่ผมยกตัวอย่างมานี้ล้วนแต่เป็นเรื่องของชาวบ้าน เป็นเรื่องของ คําว่าเท้าติดดินหรือไม่ติดดินของหน่วยงานรัฐที่กําลังทํางาน ที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ ต่อแผ่นดิน ท่านประธานครับ ผมเลยซีเรียส (Serious) ต้องขออภัยที่ชอบยกตัวอย่าง เรื่องถนนไปสู่สนามบินสุวรรณภูมิแล้วขาดพันธุ์ไม้ ขาดความหลากหลายทางชีวภาพ ขาดดอกไม้ ขาดต้นไม้ ต้นยางนา ที่ยกพระราชดําริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขึ้นมา ผมเลยต้องถามว่าถ้ารักและเคารพเทิดทูนในพระราชดําริของพระองค์ท่านจริง ๆ กรมทางหลวง หรือหน่วยงานความหลากหลายทางชีวภาพไปปลูกต้นยางนาบนถนนสายบางนา หรือถนนสายสุวรรณภูมิสัก ๑๐ ต้นเถิดในปีนี้ เผื่ออีก ๕๐ ปีข้างหน้าลูกหลานเราจะได้อวด ชาวต่างประเทศว่าประเทศไทยมีต้นยางนาอวดอยู่บนถนนประตูเข้าบ้านคือประตู ถนนสุวรรณภูมิ หรือท่านประธานกับผมจะไปปลูกกันไหมล่ะ ไปขอกรมป่าไม้ หากันสัก ๕ ต้น ๑๐ ต้น ถ้าเป็นเช่นนี้ก็จะบอกได้ว่านี่คือหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ ดูแล รักษา เกียรติภูมิของประเทศ รักษาผลประโยชน์ของประเทศนั้นเท้าติดดินคิดอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อทําให้ประเทศนี้ได้รักษา ได้อวด ได้ทะนงว่าประเทศนี้เป็นประเทศที่มีความหลากหลาย ทางพันธุ์พืชและทางชีวภาพอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ ผมถึงจบตรงนี้ ผมอยากเห็นจริง ๆ ว่า ให้ถนนไปสู่ประตูบ้านสุวรรณภูมิ สู่พระรามเก้านั้น ให้มีต้นแจ็กฟรุต (Jackfruit) ต้นขนุน ปลูกง่ายจะตาย ให้มีต้นมะม่วง ให้มีต้นทุเรียน ให้มีต้นมังคุด ให้มีต้นลําไย น้อยหน่าอะไร ก็ว่าไปเถอะครับ แต่ช่วยอวดหน่อย อวดความหลากหลายของพันธุ์พืชของประเทศนี้ ให้กับนานาชาติ ปลูกที่หน้าบ้านคือถนนสุวรรณภูมินั่นละ แล้วก็ฝากเสียงดัง ๆ ไปถึง กรมทางหลวงด้วย ฝากเสียงดัง ๆ ไปที่ท่านอํานวยด้วย ท่านรองผู้ว่าราชการ กทม. ผมพูด ทั้งนอกรอบในรอบ เพราะว่าหลายเขตของถนนสุวรรณภูมิอยู่ในเขตของ กทม. แต่พอเลยไป ก็กรมทางหลวง พูดง่าย ๆ คือไม่พูดกัน แล้วก็ฝากรายงานฉบับนี้ว่าความหลากหลาย ทางชีวภาพนั้นเพื่อจะอวดชาวต่างชาติ เพื่อรักษาความทะนงนั้นตนต้องลงมือกระทําครับ ขอขอบพระคุณครับ

ขอบคุณครับ เผอิญพาดพิงท่านอํานวย ท่านก็เลยยกมือทันที เชิญท่านอํานวย นิ่มมะโน ครับ

พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : ก็คงสั้น ๆ ครับ กระผม พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน สมาชิกลําดับ ๑๙๗ ที่จริงพาดพิงหลายครั้ง แต่ผมรอให้พาดพิงเยอะ ๆ ก่อน แล้วจะชี้แจงครั้งเดียว เพราะถ้าผมไม่ได้ชี้แจงจะทําให้สังคมเข้าใจผิดได้ สมาชิกท่านหนึ่ง บอกว่ากรุงเทพมหานครเอาจริงหรือเปล่า ก็ขออนุญาตชี้แจงว่ากรุงเทพมหานครยุคนี้ เอาจริงในทุกเรื่อง เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพเราทํากันอยู่ ผมเสนอเข้าที่ประชุม ของคณะกรรมการบริหารได้ข้อยุติแล้ว กําลังตั้งคณะทํางานที่จะขับเคลื่อน ๑ ในนั้นก็นําไปจาก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนี่ละครับ รณรงค์ให้ประชาชนปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ปลูกอะไรก็ได้ ปลูกได้ทุกพันธุ์ไม้เพื่อความหลากหลาย แล้วนําต้นไม้นั้นไปลดหย่อนภาษีโรงเรือน ทําคู่กันอีกครับ ดูหน้าผมอาจจะไม่ฉลาด แต่ความจริงตรงกันข้าม ทําคู่กันตรงนี้ จะปล่อยน้ํา ลงคู ลงคลอง ลงแม่น้ํา จะต้องผ่านการบําบัดก่อน ถ้าไม่ผ่านการบําบัด เอาไปลดหย่อนภาษี ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวไม่ได้ ตอนนี้เรามีปัญหาอีกนิดหนึ่ง ไม้ใหญ่ที่มาลงเริ่มโค่น เพราะอะไรครับ เวลามาลงต้นไม้ใหญ่ ๆ เขาเรียกตุ้ม ฝังลงไปในดินแล้วชอนไชไปไม่ได้ ก็เริ่มโค่น เริ่มมีคนได้รับบาดเจ็บ เริ่มมีอุบัติเหตุ เราก็ต้องมาดูอีกครับ ส่วนในการปลูกต้นไม้ ริมทาง ข้าราชการรับผิดชอบ ในพื้นที่เอกชน เอกชนรณรงค์ให้ปลูกลดหย่อนภาษี วัดวาอาราม บังคับให้ปลูก สถานที่ราชการต้องส่งแผนการปลูกในโครงการนี้ แปลว่าสถานที่ราชการ วัดวาอาราม แม้กระทั่งในค่ายทหาร ในโรงเรียน โรงพยาบาล ต้องเสนอแผนการปลูกต้นไม้ คล้ายแปลนบ้านแล้ว กทม. จะมีคณะกรรมการตรวจ ส่วนเอกชนจะปลูกทําสวนแนวดิ่ง คอนโดมิเนียม (Condominium) หน้าบ้านปลูกไม้กระถาง จะมีคณะกรรมการมาพิจารณาว่า ไม้กระถางของคุณเพิ่มออกซิเจนได้ในจํานวนที่จะลดภาษีได้แล้วหรือยัง ปลูกอะไรก็ได้ แต่ทุเรียนของท่านสมพงษ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม เราคงไม่ปลูกครับ เพราะเดี๋ยวจะไปตรงกับ นโยบายของท่านสมิตร สมิทธินันท์ ที่ให้ปลูกกล้วย ปลูกมะละกอ ก็จะมีปัญหาเวลา ทุเรียนออกลูกแล้วแย่งกันเก็บอีก เป็นปัญหาที่ตามมาอีก ส่วนยางนาหรือไม้ที่หายาก ผมเห็นด้วย นั่นเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ยืนยันว่ากรุงเทพมหานครเอาจริง ขอบพระคุณครับ

ปลูกอะไรที่เหมาะสมก็แล้วกัน เผอิญพอชี้แจงพาดพิง ท่านสมพงษ์ สระกวี ก็เลยเกิดติดใจในคําชี้แจง สั้น ๆ ครับ ท่านสมพงษ์ครับ