วันชัย ชูปฏิรูป กต.ตร. เพิ่มอำนาจประชาชนมีส่วนร่วมจริง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๐

วันชัย สอนศิริ หารือการปฏิรูปบทบาทคณะกรรมการตำรวจ (กต.ตร.) โดยเน้นให้มีอำนาจหน้าที่จริง ไม่ใช่เพียงพิธีกรรม พร้อมเรียกร้องให้เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมอย่างโปร่งใสในการสรรหา การให้คุณให้โทษ และการพิจารณาเรื่องร้องเรียน เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและลดช่องว่างระหว่างตำรวจกับประชาชน โดยคัดค้านการล็อกสเปกเฉพาะอดีตตำรวจ และย้ำความสำคัญของความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้การปฏิรูปเกิดผลอย่างแท้จริง

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สปท. วันชัย สอนศิริ ท่านประธานครับ ถ้าย้อนรอยถอยกลับไปวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ๓ ปี เวลาใกล้ ๆ นี่ละครับ ประมาณสัก ๔ โมงครึ่ง ก็เกิดการรัฐประหารในประเทศไทย ตอนนั้นผมเป็นสมาชิก วุฒิสภาอยู่ และเราก็ทราบว่าการปฏิวัติรัฐประหารสําเร็จลงและดํารงอยู่มาได้จนกระทั่งโพล (Poll) ออกมาแสดงความเห็นกันเยอะแยะวันนี้ นั่นแปลว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังเห็นด้วย และเป้าสําคัญอันหนึ่งนั้นก็คือเขาเห็นด้วยที่ต้องการให้รัฐบาลนี้มาทําการปฏิรูปประเทศ แม้ว่าจะมีอาวุธยุทโธปกรณ์ มีกองทัพใหญ่ขนาดไหน ถ้าประชาชนทั้งประเทศไม่เอาด้วย ไม่ว่าจะเป็น คสช. หรือใครผมว่าก็อยู่ยาก แต่รัฐบาลชุดนี้ดํารงอยู่มาได้เพราะประชาชน ยอมรับแล้วก็เห็นด้วย สิ่งสําคัญที่สุดนั่นก็คือแก้ปัญหาต่าง ๆ ในอดีตที่หมักหมมมาและกําลัง ปฏิรูปประเทศในหลาย ๆ เรื่อง และในเป้าหมายนั้นก็คือปฏิรูปตํารวจด้วย ตํารวจ ก็เหมือนกันครับท่านประธาน ที่คณะกรรมาธิการกําลังเสนอถ้าประชาชนไม่ร่วมไม้ร่วมมือ ไม่เอาด้วยช่วยกัน แม้ว่าจะมีอํานาจเบ็ดเสร็จ มีอํานาจกฎหมายอยู่ในมือ ทําได้ครับ แต่ก็ ค่อนข้างจะลําบาก ดังนั้นถ้าชาวบ้านร่วมด้วยช่วยกันหรือร่วมมือร่วมใจ ผมเชื่อเหลือเกินว่า กิจการหรือภารกิจตลอดจนการทํางานของตํารวจก็จะไปได้คล่องตัวและเป็นที่ยอมรับ ของประชาชน ท่านประธานต้องยอมรับว่าถ้าประชาชนในพื้นที่นั้น สมมติว่า สภ. หรือ สน. ใดก็ตาม ประชาชนไม่เอาด้วยกับตํารวจ เห็นตํารวจในพื้นที่นั้นเป็นศัตรู ผมว่าการทํางานก็คงเป็นไป ด้วยความยากลําบาก แค่ประชาชนในพื้นที่มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อผู้กํากับ ผมว่าผู้กํากับคนนั้น ก็อยู่ยากแล้วทํางานด้วยความยากลําบาก ผมเคยเห็นผู้กํากับหลายพื้นที่ หลายที่ หลายแห่ง เวลาทํางานแล้วประชาชนร่วมด้วยช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ โรงพัก ชาวบ้านร่วมด้วยช่วยกันเท่าที่ผมทราบและรู้จัก ไม่จําเป็นจะต้องไปรีด ไปไถ ไปข่มขู่อะไรเลย เขาให้ด้วยความศรัทธาต่อผู้บริหารของโรงพักนั้น ๆ แต่โรงพักไหน พื้นที่ไหน ท่านประธาน ไปสิครับ บางทีเก้าอี้สอบสวนก็หัก ๆ พัง ๆ โต๊ะทํางานก็สกปรก อีเหละเขะขะ ห้องส้วม แสดงถึงพฤติกรรมของผู้บริหารได้เลย แปลว่าทั้งผู้ร่วมงานก็ไม่ร่วมด้วยช่วยกัน รวมทั้ง ประชาชนเองก็ไม่ร่วมมือ เพราะฉะนั้นสิ่งที่คณะกรรมาธิการเสนอเรื่อง กต.ตร. อันนี้ ผมเห็นว่าเป็นเรื่องสําคัญและเป็นเรื่องใหญ่ที่น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง ผมอ่านเอกสารที่ท่าน เสนอมาโดยละเอียดแล้ว ผมเรียนตรง ๆ เลยครับท่านประธาน เห็นว่าเป็นข้อเสนอแนะที่ดี พยายามกําจัดจุดอ่อนและพยายามเติม เสริมเขี้ยวเล็บและจุดแข็งให้มีผลที่ดีขึ้น แต่ผม ขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานว่าผมอ่านโดยละเอียดเห็นว่าดีอยู่แล้ว แต่มีความรู้สึก ลึก ๆ ไม่มั่นใจว่าจะทําได้และมีผลต่อการปฏิบัติจริงหรือเปล่า ผมมีข้อสังเกตอยู่สักประมาณ ๔-๕ เรื่อง ซึ่งจะไม่ได้บอกหรอกว่าเป็นตรงไหน จุดใด แต่อ่านแล้วมีภาพรวมประมาณ ๔-๕ เรื่อง

ประการที่ ๑ ผมอยากให้ กต.ตร. เป็นคนที่เป็นตัวจริง เสียงจริง มีอํานาจจริง ไม่ใช่ตัวตลก ผมมีเพื่อนเป็น กต.ตร. เยอะ มีเสี่ยที่รู้จักเป็น กต.ตร. เหมือนที่ท่านอํานวย พูดเยอะ แล้วเขาเป็นตัวตลกในสายตาของตํารวจ เป็น กต.ตร. แล้วน่าจะมีความภาคภูมิใจ น่าจะมีความช่วยเหลือเกื้อกูล กลายเป็นตัวตลกว่าเป็น กต.ตร. เหมือนที่ท่านพูด แล้วถามว่า เป็นอย่างไรครับ คอยเป็นลูกมือ ลูกไล่ คอยเป็นคนเลี้ยง คอยเป็นคนดูแลสนับสนุน ผมอยาก ให้ภาพตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพ เวลาใครจะมาเป็น กต.ตร. นั้น ภาพเสี่ย ภาพเลี้ยง ภาพเจ้าพ่อ ภาพเจ้าแม่ วิ่งเต้น ติดต่อ เลิกเลยครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ได้ เท่าที่ผมอ่านดูแล้ว ท่านพยายามจะติดดาบ ติดอํานาจ ติดเขี้ยว ติดเล็บอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้ผมอยากให้เวลาท่าน คัดเลือกบุคคล เลิกเลยครับ ผมเชื่อว่าท่านเลิกอยู่แล้ว ในอดีตผู้กํากับเป็นคนตั้ง ในอดีต ผู้บัญชาการเป็นคนตั้ง ในอดีตผู้การเป็นคนตั้ง สนิทสนม ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไป ๆ มา ๆ เสี่ยพวกนี้บางทีก็เทา ๆ ประเด็นตรงนี้ผมอยากให้เป็นตัวจริง เสียงจริง สั้น ๆ แค่นี้ละครับ ผมเชื่อว่าท่านคงเข้าใจดีอยู่แล้ว แต่บางเรื่องผมอ่านดูแล้วมีความรู้สึกว่าหลวมไปหรือเปล่า อยากให้ท่านกระชับอํานาจ บทบาท ภารกิจ ที่มาที่ไป

ประเด็นที่ ๒ ผมไม่อยากให้คณะกรรมการ กต.ตร. ที่มี สักแต่ว่าเป็นพิธีกรรม สักแต่ว่าเป็นองค์ประกอบเพื่อนั่งหัตถบาสแล้วสวดญัตติให้สําเร็จไปอย่างนั้น อยากให้มานั่ง แล้วมีบทบาท มีอํานาจ มีหน้าที่ ที่แล้วมาบ้านเมืองเราชอบตั้งคณะกรรมการกัน ไป ๆ มา ๆ พวกนี้ก็กลายเป็นคณะกรรมการผ้าป่า กฐิน ไม่ได้ต่างอะไรกันเลยครับท่านประธาน ผมอยาก ให้เขาเป็นคณะกรรมการที่มีบทบาทจริง ๆ มีที่มาที่ไปที่ขลังที่ศักดิ์สิทธิ์และให้มีอํานาจจริง ๆ ไม่ใช่สักแต่ว่ามาร่วมกันเป็นพิธีกรรมคอยสาธุอย่างเดียว ผมดูรายชื่อคณะกรรมการที่ท่าน เสนอมาบางทีเราก็ติดยึดกับรูปแบบเกินไปหรือเปล่า ข้าราชการคนนั้นต้องมาเป็นโดยตําแหน่ง ข้าราชการคนนี้ต้องมาเป็นโดยตําแหน่ง โน่น นี่ นั่น ผมเรียนตรง ๆ ผมก็เคยไปเป็นกรรมการ กับบางที่บางแห่ง กรรมการโดยตําแหน่งบางทีก็สักแต่ว่ามาเป็นพิธีกรรม หรือมาแล้วก็ไม่ได้ ทําอะไรเลย เป็นไปได้ไหมครับ น่าจะมีวิธีคิดหาบุคลากรที่มีความกระตือรือร้น มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท ที่อยากจะมาทําภารกิจของ กต.ตร.

ประเด็นที่ ๓ ผมเห็นด้วยกับท่าน พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ นะครับ ไม่มีเหตุผลกลใดเลยที่ท่านจะไปล็อกสเปก (Lock Spec) ว่าประธานต้องเป็นตํารวจ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานไม่ได้หรือครับ อดีตนายก อบจ. อดีตคนนั้นคนนี้ เป็นไม่ได้หรือครับ แต่แน่นอนผมเชื่อว่าองค์ประกอบนั้นมีผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัด ในพื้นที่นั้น หลายคนมีเกียรติภูมิ มีศักดิ์มีศรี แล้วเขาก็เข้าใจดี ผมว่าท่านตํารวจโดยพื้นฐานนะครับ ผมไม่ได้รังเกียจ ด้วยความเคารพ เราก็จะมีความรู้สึกว่าพวกเดียวกัน แน่นอนตํารวจย่อมรู้ เรื่องตํารวจ แต่โดยพื้นฐานของตํารวจก็ย่อมจะเข้าข้างพวกกัน ปกป้องพวกกัน ก็ท่านเป็น กรรมการอยู่แล้วทําไมท่านจะต้องล็อกสเปก (Lock Spec) ก็ให้ที่ประชุมเขามีมติเลือก เขาจะเลือกท่านก็เลือกท่าน หรือเขาจะเลือกคนอื่นก็เลือกคนอื่น ซึ่งผมไม่เห็นด้วยกับ ข้อเสนอว่าประธานจะต้องเป็นอดีตตํารวจยศนั้นยศนี้

- ๘๕/๑  

ประการที่ ๔ ผู้แทนภาคเอกชน ที่ท่านบอกว่าให้มาจากการสรรหาแล้วก็ระบุ ที่มาแต่ละคนแต่ละแห่ง ตรงนี้ผมอยากจะขอความชัดเจนถึงกระบวนการสรรหาซึ่งท่านเอง ไม่ได้บอกไว้ จะเป็นลักษณะของการป้องกันการฮั้ว และทําอย่างไรเราจะได้คนดีมีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับของจังหวัด ท่านต้องยอมรับว่าตํารวจมีความสําคัญถึงขนาดต้องเป็น ส.ว. โดยตําแหน่ง ผบ.ตร. เป็น ส.ว. โดยตําแหน่งตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นั่นแปลว่าองค์กร ของตํารวจในระดับจังหวัดก็มีความสําคัญ เพราะฉะนั้นบุคลากรที่จะสรรหาขับเคลื่อน คนรักษาความสงบเรียบร้อยในจังหวัดจึงน่าจะมีความโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับในจังหวัดนั้น ได้จริง ๆ ขอความชัดเจนตรงนี้หน่อยท่านประธานครับ

ประเด็นที่ ๕ กต.ตร. จะเป็นไปได้ไหมครับ ผมเองเคยเป็นคณะทํางาน ปฏิรูปกิจการตํารวจ ภาคประชาชนทําอย่างไรถึงจะมีสิทธิมีส่วนร่วมในการให้คุณให้โทษ ได้บ้าง ถ้าท่านดูตามบทบาทอํานาจหน้าที่นี้แล้ว กต.ตร. นั้นแทบจะเป็นองค์ประกอบที่มิอาจ ให้คุณให้โทษต่อตํารวจได้ เพราะท่านบอกว่าอย่าไปยุ่งเรื่องงานบุคคล เพราะฉะนั้น ถ้าคณะกรรมการไม่มีสิทธิให้คุณให้โทษแล้ว หรือการที่พิจารณาเลื่อนยศ เลื่อนตําแหน่งใด ๆ ความเห็นของ กต.ตร. น่าจะมีส่วนหรือไม่ ตรงนี้ผมฝากเป็นข้อสังเกต ไม่อย่างนั้น ภาคประชาชนก็เข้าไปนั่งเป็นเพียงองค์ประกอบ ซึ่งตํารวจหาจําเป็นต้องเกรงอกเกรงใจอะไรไม่ ผมนึกคําอะไรไม่ออก ซึ่งไม่จําเป็นต้องเกรงใจกันหรอก แต่เขาควรจะมีบทบาท มีอํานาจบ้าง ระบบการร้องเรียน กต.ตร. แม้ท่านจะบอกว่ามีกลไกใด ๆ อยู่แล้ว ผมอยากให้จังหวัดนั้น ในกองบัญชาการนั้น การร้องเรียนในส่วนของ กต.ตร. น่าจะมีบทบาทด้วยครับ เพราะเวลา ชาวบ้านร้องเรียนตํารวจสอบเอง คณะกรรมการของตํารวจวินิจฉัยเอง เพราะฉะนั้นประเด็นตรงนี้ ผมอยากให้ท่านหาสัดส่วน หาความพอดีว่าประชาชนจะเข้ามามีส่วนในการร่วมพิจารณา ต่อข้อร้องเรียนของตํารวจอย่างไรให้ประชาชนมีความรู้สึกคลายใจและสบายใจ และสุดท้าย ถ้าทําได้ ระบบไกล่เกลี่ยในระบบ กต.ตร. น่าจะมีส่วนอย่างไรได้บ้างหรือเปล่า ความจริง ผมมีรายละเอียดมากกว่านี้ แต่เกรงใจท่านประธานเห็นเปิดไฟแดงแล้วก็ไม่อยากจะรบกวน ท่านมาก เพราะไฟแดงต้องหยุด ขอบพระคุณครับ