เขมทัต ชูแนวทางปฏิรูปความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๐

เขมทัต สุคนธสิงห์ นำเสนอแนวทางปฏิรูปการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ชี้ถึงความเสื่อมโทรมของทรัพยากรชีวภาพจากกิจกรรมอุตสาหกรรมและกฎหมายที่ขาดการส่งเสริม พร้อมเสนอการปฏิรูปผ่านการจัดตั้งคณะกรรมการความหลากหลายทางชีวภาพและนิเวศแห่งชาติ สนับสนุนด้วยงานวิจัย ระบบข้อมูลใหญ่ และการพัฒนาบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างบูรณาการ มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และสร้างเศรษฐกิจฐานชีวภาพอย่างยั่งยืน

นายเขมทัต สุคนธสิงห์ ผู้ชี้แจงในนามคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายเขมทัต สุคนธสิงห์ ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัย เพื่อนวัตกรรม ขอเรียนนําเสนอแนวทางการปฏิรูป การจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ เพื่อความรวดเร็ว

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

เมื่อสักครู่ ท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการ ศาสตราจารย์ธรรมศักดิ์ได้ปูพื้นให้ท่านทราบเกี่ยวกับ เรื่องความหลากหลายอย่างมากมาย ผมขอสรุปสั้น ๆ ว่าประเทศไทยมีความหลากหลาย ทางชีวภาพ ชนิดพันธุ์ พันธุกรรม ระบบนิเวศมากมาย เราเองเราอาจจะไม่ได้นึกถึงว่า เรามีจุลินทรีย์ จุลินทรีย์ เป็นตัวทําประโยชน์อย่างมากมาย ที่ท่านประธานธรรมศักดิ์พูดถึง เรามีไม่น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ชนิด ซึ่งมากเหลือเกิน เรามีพืชต่าง ๆ คิดเป็นร้อยละ ๔ ของพืช ที่จําแนกชนิดไว้แล้วทั่วโลก เรามีสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังเป็นร้อยละ ๘ ของสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังอีกร้อยละ ๖ ปลาเป็นร้อยละ ๑๐ เพราะเราอยู่ในประเทศเขตร้อน เรื่องของประโยชน์นั้นก็ส่งออกมาตั้งแต่สมัยโบราณมาถึงสมัยนี้ แม้จะมีอุตสาหกรรมมาช่วย ในการส่งออก แต่ว่าความหลากหลายทางชีวภาพนั้นก็ยังสามารถสร้างประโยชน์ ทางเศรษฐกิจได้อย่างมากมาย ผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านเศรษฐกิจก็ได้เห็นประโยชน์เรื่องนี้แล้วก็ได้นําเสนอไปบ้างแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ เพราะความที่เราไม่เข้าใจ เราไม่ได้ดูแล ก็เกิดการสูญเสียทรัพยากรทางชีวภาพ และระบบนิเวศอย่างมากมาย เราสูญเสียทรัพยากรทางชีวภาพที่ถูกทําลาย ๒๐-๗๐ ชนิดต่อวัน ด้วยกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่เข้าไปทําลาย ในความพยายามที่จะสํารวจนั้น มีได้ประมาณ ๑ ชนิดต่อสัปดาห์ นักอนุกรมวิธานท่านฟังแล้วก็อาจจะไม่เข้าใจ ก็คือผู้ที่มี ความรู้เกี่ยวกับเรื่องพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ที่รู้ตระกูลของสัตว์และพืชทั้งหลายก็มีความขาดแคลน เราก็คงเห็นว่าสัตว์ป่าถูกล่า ถูกทําลาย ป่าไม้ ภูเขาก็ถูกทําลาย เพราะฉะนั้นด้วยเหตุนี้ จึงต้องปฏิรูป เหตุผลต่าง ๆ ที่จะต้องปฏิรูป สิ่งแรกเลย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ ความหลากหลายทางชีวภาพนั้นมีอยู่กระจัดกระจาย เท่าที่เป็นหน่วยงานที่มีกฎหมายรองรับ ก็มีอยู่ประมาณ ๗ กระทรวง ที่สําคัญก็คือกฎหมายต่าง ๆ นั้นเป็นกฎหมายที่มีไว้ เพื่อการควบคุมและบังคับใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เราไม่มีกฎหมายที่จะส่งเสริม สนับสนุน ให้มีการสร้างหรือดูแลทรัพยากรธรรมชาติของเราให้เพิ่มพูนขึ้น

- ๑๓/๑         เรามีกฎหมายส่งเสริมการลงทุนทางด้านอุตสาหกรรม แต่เราไม่เคยมีกฎหมายที่จะส่งเสริม การดูแลทรัพยากรทางชีวภาพให้กับประเทศของเรา ผลกระทบก็คือแต่ละหน่วยงานนั้น ก็มีกฎหมายควบคุมแต่มีวิธีปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกัน มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ที่มีความเหลื่อมล้ําและไม่มีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นในสภาปฏิรูปแห่งชาติรอบที่แล้ว หรือในขณะนี้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของท่านก็จะเห็นว่าเรามีความเหลื่อมล้ํา อย่างมากมาย ผู้ที่มีอํานาจมีแรงมากกว่าก็จะเข้าถึงทรัพยากรแล้วก็เอาทรัพยากรมาใช้ อย่างไม่เป็นธรรม ในขณะเดียวกันผู้ที่มีความรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากต่างประเทศ จะเกิดการแสวงหาพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตที่มีศักยภาพในการใช้ประโยชน์เพื่อที่จะสร้างมูลค่า ทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งยารักษาโรค ความสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้เกิดจาก ความไม่เข้าใจของประชาชนโดยเฉพาะชุมชนชาวบ้านที่อยู่ในท้องถิ่นแล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้อง การใช้ทรัพยากรอย่างไม่ถูกต้องนั้นก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน สิ่งที่สําคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ องค์ความรู้ เทคโนโลยี บุคลากร โครงสร้างพื้นฐานไม่แข็งแรง นโยบายด้านความหลากหลาย ทางชีวภาพและระบบนิเวศยังไม่มุ่งเน้นการวิจัยเชิงลึก ในวาระการปฏิรูปของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เพื่อนวัตกรรม ในรอบที่แล้วของ สปช. ได้เขียนเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจน นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษาของท่านวิวัฒน์ได้นําเรื่องนี้ยกกลับมาพิจารณาเพื่อที่จะเสนอ ในขณะที่ อาจจะมีคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติจะทํา แต่เรามองว่าที่สําคัญที่สุดก็คือเรื่องของการสร้างองค์ความรู้ เรื่องของการสร้างเทคโนโลยี และสร้างบุคลากรโดยการวิจัยในเชิงลึก อันนี้เป็นเหตุผล ดังนั้นจากเหตุผลดังกล่าว วิธีการปฏิรูปเราจะต้องสร้างมิติในการปฏิรูปขึ้นมา ๙ มิติ โดยที่ ๙ มิตินั้นก็จะเลียนแบบ ตามแนวทางที่เราเสนอการปฏิรูปการวิจัยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งมีการจัดตั้งสภานโยบายวิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติไปแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อมีสภานั้นแล้วในรูปแบบนี้ เราก็เสนอว่า จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการความหลากหลายทางชีวภาพและนิเวศแห่งชาติ จะต้องมี การจัดหางบประมาณมาดําเนินการในเรื่องนี้ ซึ่งจะผ่านสภานโยบายวิจัยนวัตกรรมแห่งชาติ จะต้องมีการทํางานในระดับงานวิจัย งานผลิต ซึ่งจะต้องมีทั้งสถาบันวิจัยต่าง ๆ มหาวิทยาลัย แล้วก็หน่วยงานที่อยู่ในโครงการพระราชดําริ ซึ่งท่านอาจารย์พรชัยจะช่วยอธิบาย ในรายละเอียด เนื่องจากข้อมูลนั้นมีมากมายแล้ว ถ้าเราไม่มีการจัดการข้อมูล เราก็คงต้องจัดทําข้อมูลในลักษณะที่เรียกว่าเป็นบิ๊กดาต้า (Big Data) แต่จริง ๆ แล้ว เป็นข้อมูลทางพันธุกรรม เป็นข้อมูลทางชีววัสดุ เราจะต้องรู้จักการใช้ประโยชน์อย่างหลากหลาย แล้วก็ให้มีความยั่งยืน ซึ่งตรงนี้คือการทําความเข้าใจกับชุมชนต่าง ๆ ที่เขาเป็นเจ้าของ ทรัพยากรธรรมชาติทางชีวภาพอยู่แล้ว จากนั้นเราคงจะต้องมีการกําหนดระดับมาตรฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานเรื่องอาหารที่ใช้เทคโนโลยีทางชีวภาพ มาตรฐานเรื่องยาที่ใช้เทคโนโลยี ทางชีวภาพ รวมทั้งการที่จะจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีมาตรฐาน ระดับชุมชนเอง คงต้องมีการสร้างบุคลากร สร้างจิตสํานึก และสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมความร่วมมือ ในการใช้ประโยชน์และวางแผนพัฒนาในระบบย่อย เราคงจะต้องมีมิติของตัวชี้วัดความสําเร็จ ทางด้านสังคมและเศรษฐกิจด้วยเพื่อให้เห็นชัดว่ามีการปฏิรูป และเรื่องสุดท้ายก็คือ ตามแผนยุทธศาสตร์ชาตินั้นจะต้องมีการประเมินผลการปฏิรูปในระยะ ๒๐ ปี อันนี้เป็น ๙ มิติที่เราตั้งใจจะดําเนินการปฏิรูป สไลด์ (Slide) ต่อไปนี้ก็เป็นแนวทางที่จะต้องทํา อย่างรวดเร็วในการขับเคลื่อน สิ่งแรกคือการปฏิรูปโครงสร้างเชิงนโยบาย ทางด้านขวามือ เรามีสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติอยู่แล้ว ในรายงานชุดนี้เสนอให้มีคณะกรรมการ ความหลากหลายทางชีวภาพและนิเวศแห่งชาติ โดยที่เราเสนอให้มีสถาบันเศรษฐกิจ จากฐานชีวภาพ เป็นองค์การมหาชน สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เป็นเลขานุการของคณะกรรมการชุดนี้ ไม่มีการตั้งองค์กรใหม่ เป็นเลขานุการแล้วก็ทําหน้าที่ทางด้านธุรการ ทําหน้าที่ ทางด้านส่งเสริม ควบคุม ในขณะเดียวกันก็มีแนวคิดที่จะเสนอให้มีสถาบันวิจัยชั้นสูง ด้านความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศของประเทศขึ้นโดยอาจจะยกระดับสถาบัน ที่มีอยู่แล้ว เพราะในการทํางานนี้เราไม่มีความประสงค์จะตั้งองค์กรใหม่ ยกตัวอย่างเช่น มีองค์กรที่อยู่ในสถาบันพัฒนาวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทําเรื่องการจัดการ เทคโนโลยีอยู่แล้ว ก็จะปรับตรงส่วนนั้นขึ้นมา ซึ่งจะดูแลทั้งในเรื่องงานวิจัยซึ่งเป็นศูนย์รวม และดูแลเรื่องการพัฒนาบุคลากรด้วยทําให้เป็นสถาบันวิจัยชั้นสูงแห่งชาติ ในขณะเดียวกัน การปฏิรูปการขับเคลื่อนนโยบายและแผนงบประมาณนั้นก็อยู่ที่คณะกรรมการ ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศแห่งชาติจะต้องนําเสนอของบประมาณจาก สภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ การปฏิรูปการบริหารจัดการข้อมูลวิจัยและพัฒนานั้น ก็เป็นเรื่องที่มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้มีกระจัดกระจายอยู่ตามกระทรวง ต่าง ๆ รวบรวมเข้ามาทํางานเป็นหนึ่งเดียวโดยทําตามแนวทางที่คณะกรรมการ ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศแห่งชาติจะต้องผู้เป็นดําเนินการให้คําแนะนํา และกํากับ

อันสุดท้ายก็คือการปฏิรูปการใช้ประโยชน์และการใช้งาน ในส่วนนี้ ก็มีแนวทางอยู่แล้วแต่คงจะต้องลงไปดําเนินการร่วมกันในลักษณะประชารัฐ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน ประชาคม วิจัยต่าง ๆ ในเรื่องของการปกครองระดับท้องถิ่น ซึ่งก็ได้มี การประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็มีหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม โดยภาพรวมสไลด์ (Slide) ต่อไป ก็คือคณะกรรมการความหลากหลายทางชีวภาพ และระบบนิเวศแห่งชาตินั้นก็อย่างที่ผมกราบเรียน มีสํานักงานพัฒนาเศรษฐกิจ จากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) เป็นเลขานุการ ทําหน้าที่เป็นศูนย์รวมนโยบาย ด้านความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ เป็นการสร้างกลไกแบบบูรณาการ ก็จะทําเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อไม่ให้เสียเวลาผมจะข้ามไปเลย ในส่วนของระดับปฏิบัติการจริง ซึ่งมีอยู่แล้ว เรามีแนวคิดที่จะใช้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หรือที่เราเรียกชื่อว่า อพ.สธ. เป็นแกนหลักในการดําเนินงาน ซึ่งในรายละเอียดท่านอาจารย์พรชัยก็พร้อมที่จะตอบให้ท่าน หลักง่าย ๆ ก็คือการดําเนินการตามศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน มีกรอบการดําเนินงาน ๓ เรื่อง เรื่องแรก การเรียนรู้ทรัพยากร เรื่องที่ ๒ การใช้ประโยชน์ ทรัพยากร เรื่องที่ ๓ การสร้างสํานึก ซึ่งในแผนแม่บทของท่านนั้นก็ทํามา ๒๕ ปี กําลังจะขึ้น แผนระยะที่ ๕ ปีที่ ๖ มีเรื่องของกิจกรรมปกปักรักษา การสํารวจ รวบรวม ปลูก รักษา อนุรักษ์ การทําศูนย์ข้อมูล วางแผนพัฒนา สร้างจิตสํานึก แล้วก็สร้างกิจกรรมพิเศษ การปฏิรูปอย่างบูรณาการนี้ สภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติจะมีหน้าที่ กําหนดนโยบาย จัดสรรงบประมาณ และให้แนวทางการพัฒนา โดยรับข้อเสนอจาก คณะกรรมการความหลากหลายนี้ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการความหลากหลายทางชีวภาพ และระบบนิเวศแห่งชาตินั้นก็จะทําความร่วมมือกับ ๘ กระทรวง แล้วก็ใช้แนวทางของ อพ.สธ. ที่ผมกราบเรียนแล้วเป็นหลัก ที่สําคัญที่สุดคือด้านมุมซ้าย ก็คือเราจะต้องช่วยกัน ขับเคลื่อนการปฏิรูปให้ภาคเอกชน ชุมชนในท้องถิ่น ประชาคมวิจัยนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เยาวชนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการพิทักษ์รักษา แล้วก็หวงแหนทรัพยากรในท้องถิ่น ของเขาเอง การสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เห็นได้ชัด ๆ เราจะมีประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ ๘ ด้าน ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็จะมีการสร้างการรักษา ระบบนิเวศ โดยที่มีสถาบันวิจัยขั้นสูงเป็นแนวทางที่จะหาความรู้ หาองค์ความรู้ แล้วก็ วิธีการจัดการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะดําเนินการด้านเกษตรกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีรวมทั้งกระทรวงศึกษาธิการก็จะทําการสร้างองค์ความรู้ใหม่ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในส่วนของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ สถาบันวิจัยต่าง ๆ กระทรวงสาธารณสุข สามารถจะทํางานด้านประโยชน์ในเรื่องของยาทางเลือกซึ่งมาจากสมุนไพร ซึ่งขณะนี้ก็เป็น วาระแห่งชาติที่คณะรัฐบาลมอบหมายให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็สามารถ จะดําเนินการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งขณะนี้เป็นที่นิยมและสามารถทํารายได้ ทางด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศชาติอย่างมาก กระทรวงพลังงานสามารถจะทํา เรื่องพลังงานชีวภาพ ซึ่งจะทําให้เรามีความมั่นคงทางพลังงานและยืนอยู่ได้ด้วยเศรษฐกิจ พอเพียงของเราเองซึ่งมีเพียงพอแต่เราไม่ได้ให้ความสนใจอย่างจริงจัง ขณะนี้เรามีแนวคิด ที่จะสร้างพลังงานทางเลือกหรือพลังงานชีวภาพประมาณร้อยละ ๒๒ ของการใช้พลังงาน ซึ่งสามารถจะเพิ่มได้อีกถ้าเราให้ความสนใจและทําการวิจัยเรื่องพลังงานชีวภาพอย่างจริงจัง กระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งเราอาจจะไม่ได้นึกถึง สามารถจะใช้องค์ความรู้และใช้ประโยชน์ ในเรื่องของวัสดุศาสตร์สมัยใหม่ มะพร้าวก็ดี กล้วยก็ดี ใยสับปะรดก็ดี เหล่านี้สามารถสร้าง วัสดุสมัยใหม่ที่มีความแข็งแรงทนทานอย่างยิ่งจากชีวภาพ กระทรวงพาณิชย์เองก็จะ ช่วยผลักดันให้มีการผลิตอาหาร ถ้าเราอยากจะเป็นครัวโลก คงจะต้องเป็นอาหารที่มี คุณค่าสูงด้วย อันนี้ก็เป็นแนวทางการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากความหลากหลาย ทางชีวภาพของเรา ที่สําคัญอีกอันหนึ่ง ทางคุณหญิงสุมณฑาท่านจะกรุณาเสริมก็คือเรื่องของ การพัฒนาบุคลากรตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ ในแผนนั้น เราระบุว่าอยากจะให้มีบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มเป็น ๒๕ คนต่อประชากร ๑๐,๐๐๐ คน อันนี้เป็นแผนรวม แต่ในแง่ของความหลากหลายทางชีวภาพ เราสามารถ จะสร้างผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจโดยอาศัยประชาคมท้องถิ่น เด็กนักเรียนเองก็ดี ปราชญ์ชาวบ้านก็ดี ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ก็ดี เราสามารถจะพัฒนาให้เขาเป็นนักอนุกรมวิธาน ที่มีความรู้ ช่วยรักษา ช่วยดูแล สนับสนุน เพิ่มพูนความหลากหลายทางชีวภาพให้ได้มากขึ้น หัวข้อนี้จริง ๆ เป็นหัวข้อที่สําคัญที่สุดและเป็นเหตุผลหลักอันหนึ่งที่คณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษานําเรื่องนี้มาพูดในวาระนี้ เรามีกําหนดเวลา การปฏิรูปเป็นระยะที่ ๑ ระยะที่ ๒ ระยะที่ ๓ และระยะที่ ๔ ซึ่งทั้งหมดนั้นก็จะสอดคล้อง กับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ รวมทั้งนโยบายทิศทางการพัฒนา ในระดับโลก นโยบายของรัฐบาล นโยบายที่ ๙ เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความมั่นคงด้านอาหาร สุขอนามัย สนับสนุนวิถีชีวิตของชุมชน และการพัฒนา เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ รวมทั้งให้ความคุ้มครองเพื่อเกิดความปลอดภัยทางชีวภาพ ผลลัพธ์ที่เราจะได้อย่างน้อยที่สุดก็คือ ๕ เรื่องที่ชัดเจน คือการปกป้อง ฟื้นฟูพื้นที่อนุรักษ์ ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า เรื่องที่ ๒ จะมีการพัฒนาองค์ความรู้และระบบฐานข้อมูล ให้มีมาตรฐานสากล จะมีการแบ่งปันผลประโยชน์ที่ได้จากการใช้ทรัพยากรพันธุกรรม อย่างเท่าเทียมและยุติธรรม อันนี้ก็จะเป็นการลดความเหลื่อมล้ําตามแนวทางที่เราต้องการ จะปฏิรูป มีการใช้ประโยชน์และการใช้งานอย่างยั่งยืน เพราะเราจะสร้างทรัพยากร ขึ้นมาทดแทนของเดิมที่ถูกใช้ไป เราจะมีกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แผนนี้จะสิ้นสุด ในระยะเวลา ๒๐ ปี ประโยชน์ที่จะได้รับ ในแง่ของผลประโยชน์โดยตรงระดับประเทศ ก็คือมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อันนี้เราก็จะได้แน่ ๆ เพราะว่าเราจะใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน แบ่งปันผลประโยชน์ที่ได้จากการใช้ทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม ซึ่งตรงนี้เองประเทศไทยสามารถจะใช้แนวทางการพัฒนานี้ไปสู่นโยบายและทิศทาง การพัฒนาระดับโลกได้ ทั้งหมดนี้จะเป็นแนวทางการปฏิรูปการจัดการความหลากหลาย ทางชีวภาพและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ที่จะกราบเรียนนําเสนอต่อท่านประธาน และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอบพระคุณครับ