สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๐

พรชัย จุฑามาศ เสนอโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเรียกร้องให้ภาครัฐสนับสนุนโครงการนี้

นายพรชัย จุฑามาศ ผู้ชี้แจงในนามคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานและสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพทุกท่าน กระผม นายพรชัย จุฑามาศ รองผู้อํานวยการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริ จะมาเรียนให้ท่านได้รับทราบว่า โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสืบทอดพระปณิธานของพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการรักษาฐานทรัพยากรของประเทศที่จะนําไปสู่ เศรษฐกิจพอเพียง การที่เราจะพึ่งตนเองได้นั้นต้องมีฐานทรัพยากรที่เป็นกายภาพ ทรัพยากรชีวภาพ และทรัพยากรที่เป็นวัฒนธรรมภูมิปัญญา อันนี้เป็นเรื่องของภูมิสังคม ถ้าเราอยู่ในพื้นที่ใดมีความอุดมสมบูรณ์มีพืชที่ขึ้นมา คนที่อยู่ในพื้นที่นั้นรู้จักใช้พืชนั้น ๆ หรือชีวภาพในเรื่องของการเป็นอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค นี่คือ เรื่องฐานของประเทศชัดเจน ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีรับสั่งที่การประชุมไอยูซีเอ็น (IUCN) ที่ประเทศสเปน เมื่อปี ๒๕๕๑ ว่า คนส่วนใหญ่ คิดว่าพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นเพียงการพัฒนาชนบท แต่แท้ที่จริงพระองค์ท่านเอาพระทัยใส่ให้ความสําคัญกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นกุญแจนําไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และทรงเล่าในเรื่องของโครงการต่าง ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ดําเนินงานมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ ได้ทรงอนุรักษ์ต้นยางนา ต้นยางนาที่เริ่มต้นจาก ๒ ข้างทาง อําเภอท่ายางนั้น สมัยนั้นจะลงไปทําลําบาก ทรงเก็บ ลูกยางนาแล้วมาเพาะที่พระตําหนักเปี่ยมสุข แล้วก็นํามาปลูกที่สวนจิตรลดาในวันคล้าย วันพระราชสมภพของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน ซึ่งในการอนุรักษ์ต้นยางนานั้น เรียกว่าดําเนินการก่อนที่ใครจะพูดถึงเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพ ทรงมี โครงการต่าง ๆ ที่เป็นโครงการพระราชดําริมากมาย ทั้งเรื่องน้ํา เรื่องของป่าไม้ เรื่องของ การเกษตรต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องของการที่จะต้องอาศัยความหลากหลายทางชีวภาพนั่นเอง ในทรัพยากรที่เป็นชีวภาพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มาสืบทอด ในเดือนมิถุนายน ๒๕๓๕ ที่ประเทศไทยไปลงนามเห็นชอบในอนุสัญญาความหลากหลาย ทางชีวภาพที่กรุงริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๓๕ ตอนปลายเดือนก็มารับสั่งกับท่านเลขาธิการสํานักพระราชวัง ท่านแก้วขวัญ วัชโรทัย ให้อนุรักษ์พืชพันธุ์ของประเทศและดําเนินการเป็นธนาคารพืชพันธุ์ ซึ่งสั้น ๆ แค่นั้น ก็ดําเนินการมาในปัจจุบัน ดําเนินงานอยู่ในแผนแม่บทระยะ ๕ ปีที่ ๖ ซึ่งในการดําเนินงาน ที่ผ่านมาก็ได้พระราชทานพระราชดําริ พระราชทานพระวินิจฉัย พระราชทานแนวทาง ในการดําเนินงานมาตลอด การดําเนินงานในเรื่องของอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ซึ่งเดิมนั้น เนื่องจากว่าเจ้าหน้าที่ของโครงการเป็นเจ้าหน้าที่ทางด้านพืช แต่ต่อมาในปี ๒๕๓๙ ก็ได้มี การดําเนินการในชีวภาพอื่น ๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี ๒๕๔๑ ที่ทางกองทัพเรือ ได้เข้าร่วมสนองพระราชดําริ ได้ทรงมีรับสั่งให้ดําเนินการตั้งแต่ยอดเขาถึงใต้ทะเล ซึ่งในเรื่อง ของทรัพยากรนั้น ปี ๒๕๔๐ ทรงรับสั่งเรื่องของการรักทรัพยากร คือการรักชาติ รักแผ่นดิน ต้องรู้ว่าอะไรเป็นสมบัติของเขา เขาจะรักและหวงแหน ที่บอกว่าเขาต้องรัก เขาต้องเข้าใจ เขาต้องมีความสัมพันธ์ มีความผูกพันเพราะว่าทํางาน แล้วจะทําให้เกิดประโยชน์ได้ นี่คือการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา แล้วก็รับสั่งเรื่องของการอนุรักษ์ทรัพยากรไม่ใช่แค่ปลูกป่า ปลูกหญ้าแฝก อนุรักษ์ดินอย่างเดียว ต้องรู้ว่าข้าง ๆ โรงเรียนมีอะไร ต้นไม้ชื่ออะไร เป็นอะไร นี่คือการไปสัมพันธ์กับชุมชน ปี ๒๕๔๘ รับสั่งไปกับ สมศ. เห็นว่าโรงเรียนยังสัมพันธ์กับชุมชนน้อย ทําอย่างไร ให้ชุมชนมาให้โรงเรียนโดยเฉพาะนักเรียนช่วยในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช และให้มีการทํา ดีเอ็นเอ ฟิงเกอร์ปรินต์ (DNA Fingerprint) ในโรงเรียน ปี ๒๕๕๐ ทรงย้ําให้เร่งอนุรักษ์ และหาวิธีการรักษาสิทธิ ปี ๒๕๕๒ รับสั่งให้ดําเนินการทําฐานทรัพยากรท้องถิ่นโดยมีโรงเรียน เป็นกําลัง จริง ๆ แล้วในเรื่องของสถานการณ์ประเทศตั้งแต่อนุสัญญาความหลากหลาย ทางชีวภาพ ซึ่งเป็นการที่ต่างประเทศต้องการเข้าถึงทรัพยากรไทยในสภาพถิ่นกําเนิดในป่า ในอุทยาน ในปัจจุบันนั้นก็มีพิธีสารนะโงยะ ในปี ๒๕๕๗ พิธีสารนี้เป็นเรื่องของกลไก การเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์ พิธีสารนี้จะเกิดประโยชน์กับประเทศไทยถ้าเราสามารถ พิสูจน์สิทธิได้ว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของเรา จากปี ๒๕๓๕ ปี ๒๕๔๕ มีสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยพันธุกรรมพืชเพื่ออาหารและการเกษตรมาในรูปของเอฟเอโอ (FAO) ต้องการ ฐานทรัพยากรให้มีเพียงพอกับพลโลกที่เพิ่มขึ้น ถ้าเราให้สัตยาบันอะไรเป็นของรัฐ ต้องตกเป็นของพหุภาคีคือเป็นของกลาง ตรงนี้เราเห็นว่าเป็นสายพระเนตรอันยาวไกล ซึ่งทําให้เรามีทางออก ตอนนั้นกระผมเป็นคณะกรรมการพิจารณากระบวนการให้สัตยาบัน ได้เสนอว่าประเทศไทยน่าจะมี ๓ สถานะ คือ รัฐ เป็นไปตามพันธกรณี เอกชน ถูกบังคับ แต่มีส่วนพระองค์ไว้เพื่ออยู่กับพระราชวินิจฉัยที่พระราชทาน ซึ่งพระองค์ท่านก็คงจะตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาดูแลในการพิจารณาอย่างรอบคอบในการดําเนินงาน การดําเนินงาน ในส่วนของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริ โดยเป้าหมายไม่ได้ เป็นเพียงการอนุรักษ์พืช หรืออนุรักษ์ทรัพยากรเท่านั้น เป้าหมายที่แท้จริงคือการพัฒนา บุคลากรเพื่อไปอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรให้เกิดประโยชน์กับมหาชนชาวไทย วัตถุประสงค์ ให้เข้าใจและเห็นความสําคัญของพันธุกรรมพืชหรือทรัพยากร ให้ร่วมคิด ร่วมปฏิบัติจนเกิดประโยชน์ ถึงมหาชนชาวไทย แล้วก็ให้มีระบบข้อมูลซึ่งสื่อถึงกันทั่วประเทศ ในเรื่องนี้ต้องขอขอบพระคุณ ท่านรองศาสตราจารย์ คุณหญิงสุมณฑาที่ได้นําเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพ เข้ามาสู่ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เพราะว่าเป็น เรื่องของการที่จะพัฒนาคนที่จะเข้าใจ เห็นความสําคัญ ที่ปัจจุบันนี้ในระยะ ๕ ปีที่ ๖ เรามีหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดําริมากกว่า ๑๕๗ หน่วยงาน ซึ่งตอนนี้ ทางกระทรวงมหาดไทยก็มีนโยบายทําให้ทุกจังหวัดจาก ๔๐ กว่าจังหวัด ตอนนี้ทุกจังหวัด ได้เข้าร่วมสนองพระราชดําริ ในปีนี้หน่วยงานที่สนองพระราชดําริที่มีกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ก็มีประมาณ ๒๐๐ หน่วยงาน สําหรับโรงเรียนซึ่งมีงานเป็นงาน สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ตอนนี้มีสมาชิก ๒,๙๒๘ โรงเรียน ซึ่งก็ยังน้อยถ้าเทียบกับ ปริมาณของโรงเรียนที่มีอยู่ในประเทศไทย ในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้เข้าร่วมสนองพระราชดําริ และมีตําบลที่เข้าร่วมตอนนี้อยู่ประมาณ ๘๐๐ ตําบลทั่วประเทศ จาก ๗,๒๕๕ ตําบล ซึ่งในแนวคิดนี้เราคิดว่าถ้าตําบลสนองพระราชดํารินั้น ฐานประเทศ ยังอยู่กับประเทศไทย อันนี้เป็นแนวทางที่ทางโครงการดําเนินงานและมีเครือข่าย ในการดําเนินงานเข้ามาร่วมสนองพระราชดําริ โดยทาง อพ.สธ. จะเป็นผู้สนับสนุนในการที่จะดูแล ตามที่มีพระราชดําริให้หน่วยงานต่าง ๆ ส่งแผนปฏิบัติเข้ามาเพื่อพิจารณาว่าเป็นไป ตามพระราชดําริ แล้วเราก็ยืนยันไปทางสํานักงบประมาณ ทําให้หน่วยงานต่าง ๆ มีการดําเนินงานอย่างเข้มแข็ง แต่จริง ๆ แล้วอยากจะให้ทางหน่วยงานได้มองเห็น เพราะว่า ทางโครงการเราดูในเรื่องของหน้าที่ความรับผิดชอบที่มีอยู่ แล้วงานนั้นเป็นงานที่สนอง พระราชดําริ ยกตัวอย่างในเรื่องของจังหวัด เวลาประชุมเราก็ใช้เรื่องของยุทธศาสตร์จังหวัด และแผนปฏิบัติโครงการต่าง ๆ นั้นเป็นไปตามแนวทางในการสนองพระราชดําริ ยกตัวอย่าง จังหวัดภูเก็ตซึ่งยุทธศาสตร์เป็นเรื่องของการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวนั้นก็ต้องมีเรื่องของ ทรัพยากร เรื่องของปะการัง เรื่องทางด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เมื่อไปถึง แล้วก็ต้องรับประทานอาหาร เรื่องของพืชสมุนไพรซึ่งในบ้านเรานั้นเป็นทั้งอาหารและยา การที่ต่างประเทศพยายามที่จะเข้ามาสืบค้นเพราะเรามีภูมิปัญญากํากับในเรื่องของ พืชพันธุ์ต่าง ๆ ที่ใช้เป็นอาหารและยา ฉะนั้นในเรื่องของการที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาได้นําเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพมา ซึ่งในเรื่องของชีวภาพนั้นคงแยกไม่ออก เป็นภาพรวมในเรื่องของระบบนิเวศ ในเรื่องของ ทรัพยากรที่เป็นกายภาพ ดิน น้ํา เรื่องของวัฒนธรรม ภูมิปัญญา วิถีชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายนั้น เราใช้อะไร เรากินอะไร อันนี้เรียนให้ทางสภาได้รับทราบถึงการดําเนินงานของโครงการอนุรักษ์ พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ขอบพระคุณครับ