สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๐

วลัยรัตน์ ศรีอรุณ ขอบคุณและรับเชิญ พลตำรวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ขอเสนอการปฏิรูปตํารวจให้มีความโปร่งใส โดยมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของคณะกรรมการ กต.ตร. และพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ เพื่อให้การบริหารงานตํารวจสามารถรับงบประมาณและนโยบายจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ ท่านต่อไป พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ อดีตที่ปรึกษา ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อดีตผู้บังคับการปราบปรามการกระทํา ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เรียนเชิญค่ะ

พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ : กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ เห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่านกรรมาธิการในการให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับ กิจการตํารวจ เพราะว่าตํารวจก็คือผู้รักษากติกาของสังคม ฉะนั้นการดําเนินการทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการป้องกันปราบปรามก็ต้องตอบสนองกับความต้องการของประชาชน ความสงบสุขของสังคม ผมเห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ในการปรับโครงสร้างของคณะกรรมการ กต.ตร. หรือคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตํารวจให้มีในระดับภาค และระดับจังหวัด ส่วนในกองบัญชาการตํารวจนครบาลก็มีในระดับกองบัญชาการ และกองบังคับการตํารวจนครบาล สิ่งที่ผมเป็นห่วงอยากจะตั้งข้อสังเกตให้คณะกรรมาธิการ ก็คือในโครงสร้างของ กต.ตร. ทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับภาค ระดับจังหวัด ในรายงาน ท่านเขียนให้ประธาน กต.ตร. ในแต่ละระดับเป็นข้าราชการตํารวจที่เกษียณอายุแล้วตั้งแต่ ๖๕-๗๐ ปี ตรงนี้ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตฝากกับท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่า ลักษณะของการตรวจสอบเป็นไปได้ไหมที่ตัวประธานจะไม่ใช่ล็อกสเปก (Lock Spec) เป็นอดีตข้าราชการตํารวจ ผมเห็นด้วยที่จะมีตัวแทนข้าราชการตํารวจที่เกษียณอายุแล้ว เพราะบุคลากรที่มีคุณค่าเหล่านี้ยังมีประโยชน์ในการรักษาความสงบสุขในสังคม เพียงแต่ การคัดเลือกประธานหรือรองประธานให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการเสนอไว้คัดเลือกขึ้นมา ซึ่งอาจจะเป็นข้าราชการตํารวจก็ได้ อาจจะเป็นข้าราชการหน่วยอื่นตามตําแหน่งก็ได้ หรืออาจจะเป็นตัวแทนภาคเอกชนก็ได้ ตรงนี้อาจจะมีความเหมาะสมกว่า ข้อห่วงใยอีกประเด็นหนึ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานฝากไปยังคณะกรรมาธิการ พระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติมาตรา ๗ ที่แก้ไข โดยประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในการบริหารงานตํารวจจะต้องอิงงบประมาณ นโยบายจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือภาคเอกชน ข้อห่วงใยของกระผมก็คือตรงนี้ จะเป็นจุดอ่อนซึ่งคงต้องไปแก้กฎหมายหลักก็คือพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติมาตรา ๗ ว่า ในการรับการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเราต้องยอมรับในข้อเท็จจริง ของบ้านเราว่าโครงข่ายการเมืองเริ่มต้นจากโครงข่ายการเมืองระดับท้องถิ่นล่างสุดก็คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาระดับจังหวัด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาเป็นพรรค ตรงนี้ จะเป็นลักษณะของรากแก้ว รากฝอยของการใช้อํานาจทางการเมืองเข้าไปกําหนดทิศทาง กําหนดแนวนโยบายในการปฏิบัติงานของตํารวจไปทุกส่วนของประเทศได้หรือไม่ การปฏิบัติหน้าที่ของตํารวจจะถูกกํากับชี้นําโดยการเมืองได้หรือไม่ในเมื่อท่านใช้งบประมาณ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านอาจจะต้องเขียนให้ชัดเจนว่าใช้งบประมาณได้ แต่ว่าจะใช้ลักษณะใดที่ไม่ให้ภาคการเมืองเข้ามาครอบงํา เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าในสังคมไทย มีความเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ฉะนั้นเมื่อตํารวจรับงบประมาณในการบริหารจัดการ ในสถานีตํารวจจากการเมือง นิสัยคนไทยเราเกรงอกเกรงใจ นี่คือต้นทางแห่งการครอบงํา ทางการเมือง ณ จุดเริ่มต้นคือสถานีตํารวจ ข้อห่วงใยของผมก็คือทั้ง ๒ ข้อนี้ก็ต้องฝากไปยัง ท่านกรรมาธิการว่าในการปฏิรูปตํารวจในการให้ประชาชนมีส่วนร่วมผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพียงแต่มีข้อสังเกตเหล่านี้เพื่อให้สังคมเกิดความสบายใจว่าการติดตามตรวจสอบ การทํางานของตํารวจจะมีความโปร่งใสอย่างไร ก็คือเอาคนที่ไม่ใช่ตํารวจมาตรวจสอบก่อน ส่วนโครงสร้างที่เป็นตํารวจหรือเป็นอดีตตํารวจก็คงต้องให้เป็นลักษณะของการให้ข้อมูล ให้คําแนะนํากับคณะกรรมการ กต.ตร. มีอีกประเด็นหนึ่ง ข้าราชการตํารวจที่เกษียณ ผมอยากจะเสนอท่านประธานฝากไปยังคณะกรรมาธิการเพิ่มเติมได้ไหมว่าผู้ที่จะสมัครเข้ามา รับการคัดเลือกเป็นคณะกรรมการ กต.ตร. ไม่ว่าในระดับภาคหรือระดับจังหวัดควรจะต้อง มีคุณสมบัติเพิ่มขึ้น ๒ ประเด็น ก็คือ ๑. เคยเป็นผู้บังคับบัญชาในตําแหน่งที่ตนเอง เคยรับราชการอยู่ในพื้นที่นั้น หรือเป็นผู้ที่มีภูมิลําเนาอยู่ในพื้นที่นั้น เพื่อจะได้ตอบโจทย์ ในการที่จะให้คําแนะนําของคณะกรรมการ กต.ตร. ในการกําหนดนโยบายให้สอดคล้อง กับความต้องการของชุมชนนั้น ๆ ผมยกตัวอย่างคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ที่ไม่เคย อยู่ในพื้นที่นั้นย่อมไม่เข้าใจปัญหาขนบธรรมเนียมประเพณี การตอบสนองความสงบสุขในพื้นที่ ผมมีข้อเสนอ ๒-๓ ประเด็นที่จะฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ