คณิสสร เสนอแนวทางปฏิรูปข้าวตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๔ · ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๐

คณิสสร นาวานุเคราะห์ นำเสนอรายงานแนวทางการปฏิรูปปัญหาข้าวอย่างเป็นระบบ พร้อมเสนอให้ปรับโครงสร้างการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อลดภาระความเสี่ยงของชาวนาและเพิ่มผลิตภาพผ่านนวัตกรรมและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน รวมถึงผลักดันการพัฒนาข้าวไทยสู่ตลาดเฉพาะทางที่มีมูลค่าสูง เพื่อเพิ่มรายได้และขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

นายคณิสสร นาวานุเคราะห์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ และท่านสมาชิกทุกท่านครับ กระผม นายคณิสสร นาวานุเคราะห์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๒๐ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหา ข้าวอย่างเป็นระบบ ขอนำเสนอรายงาน เรื่อง แนวทางการปฏิรูปข้าวอย่างเป็นระบบ ซึ่งกระผม จะพยายามรายงานโดยสรุป หลังจากนั้นก็คงจะขอให้ท่านดอกเตอร์อภิชาติ พงษ์ศรีหดุลชัย ซึ่งเป็นอนุกรรมาธิการและเป็นประธานคณะทำงานจัดทำรายงาน เป็นผู้รายงานในรายละเอียด ต่อไป

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

ก่อนอื่นกระผมขอกราบเรียนว่า คณะอนุกรรมาธิการการแก้ไขปัญหาข้าวอย่างเป็นระบบชุดนี้ได้รับการแต่งตั้งเพิ่มเติมขึ้น เพื่อมีภารกิจเฉพาะกิจในเรื่องข้าวโดยเฉพาะ ภายใต้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านเศรษฐกิจ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๙ โดยมีสมาชิก สปท. ทั้งที่เป็นกรรมาธิการ ด้านเศรษฐกิจ และมิได้อยู่ในคณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจเข้าร่วมเป็นอนุกรรมาธิการ และเป็นที่ปรึกษาให้กับคณะอนุกรรมาธิการด้วย รวมทั้งมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องข้าวเข้ามาร่วมเป็นอนุกรรมาธิการ ทุกท่านได้ร่วมกันระดมความคิดเห็นจนกระทั่งสามารถ สรุปรายงานฉบับนี้ได้สำเร็จ เพราะฉะนั้นกระผมขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ร่วมกันให้ข้อคิดเห็น แล้วก็ช่วยกันหาข้อมูลจนกระทั่งสามารถสรุปรายงานฉบับนี้ได้ โดยเฉพาะท่านสมาชิก สปท. หลาย ๆ ท่านที่ได้ร่วมเป็นที่ปรึกษาให้กับคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้

สำหรับผลการศึกษาโดยสรุป ปัญหาพื้นฐานประการแรกของข้าวก็คือชาวนา เป็นผู้รับความเสี่ยงในเรื่องข้าวทั้งหมด ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย และอีกหลาย ๆ ประเทศในตลาดโลก ข้าวเป็นสินค้าที่มีผู้ผลิตและผู้บริโภค รวมทั้งผู้ค้ากระจาย อยู่ทั่วโลก ข้าวจะมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากต่อปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางธรรมชาติ หรือปัจจัยที่เกิดขึ้นจากการค้าและการผลิต เมื่อสถานการณ์ มีปัญหา ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดมักจะเป็นชาวนา กระผมจึงขอเรียนว่าชาวนานั้นจะเป็นผู้ที่ได้รับความเสี่ยงมากที่สุดในการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับข้าว อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงจำเป็นต้องปลูกข้าว เพราะข้าวเป็นอาหารหลักของ คนไทย ข้าวมีความสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และความมั่นคงทางอาหาร ของประเทศ ดังนั้นสิ่งสำคัญประการแรกที่ต้องดำเนินการปฏิรูปก็คือการปฏิรูปชาวนา ทำอย่างไรเราจะสร้างคุณภาพชีวิตให้ชาวนาดีขึ้นและลดความเสี่ยงในการทำนาของชาวนา ซึ่งอาจจะดำเนินการได้หลายประการ เช่น ในเรื่องของการน้อมนำศาสตร์พระราชาให้ชาวนา นำไปปฏิบัติอย่างถูกต้อง ปรับปรุงระบบการประกันภัยการเกษตร ส่งเสริมชาวนารุ่นใหม่ และอะไรอีกหลาย ๆ ประการที่จะช่วยให้ชาวนามีฐานะที่ดีขึ้น มีรายได้ที่ดีขึ้น สร้างคุณภาพ ชีวิตให้กับชาวนา เพราะถ้าไม่มีชาวนาก็ไม่มีคนทำนา ประเทศไทยก็จะไม่มีข้าว เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าเป็นประการแรกที่สำคัญที่เราจะต้องปฏิรูป

ปัญหาอีกประการหนึ่ง ก็คือเกี่ยวข้องกับเรื่องของประสิทธิภาพและการแข่งขัน ทางด้านการผลิตและการตลาด ซึ่งจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงทุกขั้นตอน หรือจะต้องปฏิรูป ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ปฏิรูปการผลิตโดยการเพิ่มผลิตภาพ นับตั้งแต่ เรื่องของดิน เรื่องของน้ำ เรื่องของปุ๋ย เรื่องของพันธุ์ รวมทั้งเรื่องของเทคโนโลยีในการผลิต และการวิจัยพัฒนา ปฏิรูปการตลาดทั้งการตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตลาดข้าวสาร สร้างอำนาจต่อรองให้กับชาวนามากขึ้น สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกี่ยวกับข้าว ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่เกี่ยวกับข้าว เพื่อที่เราจะได้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

นอกจากการปฏิรูปชาวนา การปฏิรูปการผลิต และการปฏิรูปการตลาด ดังกล่าวแล้ว ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ข้าวนั้นเกี่ยวข้องอยู่กับหลายองค์กร การปฏิรูปหรือการแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั้งหมดนั้นจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปกลไกการขับเคลื่อน การปฏิรูป ที่สำคัญก็คือ ๑. องค์กรในระดับนโยบาย ที่เรามีอยู่ทุกวันนี้ก็คือ นบข. หรือ คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว ซึ่งผมคิดว่าคงจะต้องได้รับการปฏิรูปเพื่อให้มี บทบาทที่ชัดเจนว่าเป็นองค์กรด้านนโยบายและด้านยุทธศาสตร์ของประเทศมากกว่าที่จะ เป็นองค์กรในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ๒. ก็คือองค์กรกรมการข้าว ภายใต้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นกรมใหม่ที่ได้ตั้งขึ้นมาในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จริงก็ไม่ใหม่นัก ก็หลายปีพอสมควรแล้ว แต่องค์กรนี้ก็ยังไม่ได้ทำหน้าที่เต็มที่ในเรื่องของข้าว โดยเฉพาะในเรื่องของการวิจัยพัฒนาและในเรื่องของการที่จะดูแลชาวนา โดยเฉพาะส่วนที่ อยู่ในภูมิภาคก็ควรจะได้รับการปรับปรุงและได้รับการปฏิรูป

จากการปฏิรูปทั้ง ๔ ด้านดังกล่าว ความคาดหวัง ผมคิดว่าเราจะพยายาม เปลี่ยนชาวนาและข้าวไทย

ประการที่ ๑ เปลี่ยนชาวนาไทยจากการเป็นผู้รับภาระความเสี่ยง และผลกระทบจากปัญหาข้าว เป็นชาวนาที่มีความมั่นคง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นพอสมควร เช่นเดียวกับอาชีพอื่น ๆ อาชีพชาวนาขณะนี้เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงมาก ในขณะที่ ผลตอบแทนต่ำ ซึ่งตรงข้ามกับธุรกิจอื่น ๆ ทั่ว ๆ ไปในทางเศรษฐศาสตร์ที่ความเสี่ยง กับผลตอบแทนมักจะควบคู่กัน

ประการที่ ๒ การเปลี่ยนข้าวไทย ผมมองว่าข้าวไทยขณะนี้เราเป็นผู้ผลิต และผู้ส่งออกข้าวพื้นเมืองรายใหญ่ที่เรียกว่าข้าวขาว แต่เราต้องเผชิญกับการแข่งขันจาก นานาประเทศค่อนข้างสูง เราคงจะต้องไม่พึ่งอยู่กับข้าวที่เรียกว่าเทรดิชันนัลไรซ์ (Traditional Rice) แต่เพียงอย่างเดียว เราคงจะต้องมองหาตลาดข้าวที่เป็นตลาดเฉพาะ ตลาดที่มีคุณภาพ ข้าวที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ไม่ว่าจะเป็นข้าวออร์แกนิก (Organic) ข้าวสี หรือว่าข้าวเป็นเครื่องบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่สามารถเพิ่มราคาและสามารถแข่งขันได้ ในตลาดโลก นอกจากนั้นที่สำคัญก็คือเราคงจะต้องมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จากข้าว เพื่อใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบในการผลิต ก็เป็นตัวที่เราจะสามารถเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร นอกเหนือจากข้าวที่ต้องขายในรูปของข้าวบริโภคเท่านั้น ปัจจุบันก็มีข้าวหลายชนิด มีสินค้าหลายชนิดที่สามารถใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบได้ แล้วก็ได้เริ่มมีการผลิตและมีการดำเนินการ ทางด้านการตลาดเหล่านี้อยู่ ซึ่งเราคงจะต้องพยายามมุ่งไปทางตลาดเหล่านี้ให้มากขึ้น ๆ ทั้งหมดก็เป็นการดำเนินการเพื่อที่เราจะช่วยให้ชาวนามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับรายละเอียด ผมขออนุญาตเชิญดอกเตอร์อภิชาติ พงษ์ศรีหดุลชัย เป็นผู้รายงานต่อครับท่านประธาน ขอบคุณครับ