อลงกรณ์ ชูแนวคิดแบ่งผลประโยชน์ข้าว 70 ต่อ 30 ยกรายได้เกษตรกร

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๔ · ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๐

อลงกรณ์ พลบุตร หารือการปฏิรูประบบข้าวโดยเสนอแนวทางแบ่งปันผลประโยชน์แบบ 70 ต่อ 30 จากโมเดลอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรและลดบทบาทพ่อค้าคนกลาง พร้อมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปโครงสร้างการผลิตและการตลาดข้าวอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล และสอบถามความคืบหน้าการอภิปรายหรือการดำเนินการที่เกี่ยวข้องในที่ประชุม

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ผมมีประเด็นให้ตอบด้วยนะครับ ถ้ากรรมาธิการประสงค์ที่จะตอบเพิ่มเติม ฝากท่านประธานไว้ในหน้า ๑๑ ข้อ ๒.๓.๔.๑ เรื่องของระบบแบ่งปันผลประโยชน์ หรือว่า เรเวนิวแชริง (Revenue Sharing) ความจริงการปฏิรูปแบบครบวงจรข้าวที่เสนอมานั้น ก็ถือว่าสมบูรณ์แบบมาก และอยากเห็นอีกรายงานหนึ่งที่ยกระดับอัปเกรด (Upgrade) ไปสู่การปฏิรูปโครงสร้างระบบขั้นสุดท้ายก็คือในหัวข้อที่เสนอมา แต่ว่าไปอยู่ในซับเซต (Subset) เล็ก ๆ เรื่องของระบบแบ่งปันผลประโยชน์ ต้องเรียนท่านประธานว่า ๒๐ กว่าปี ได้อยู่ในแวดวงชาวนาชาวไร่ พรรคของท่านนิกรก็ดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาอย่างต่อเนื่องยาวนานเหลือเกิน แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะถามท่านประธานก็คือว่า ในการปฏิรูปที่เราเคยประสบความสำเร็จสำหรับพืชเศรษฐกิจก็คืออ้อย ผมได้เรียน ท่านประธานและอีกหลายท่านที่อยู่ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านเศรษฐกิจของเราว่าลองช่วยกรุณาศึกษาโมเดล (Model) ของการปฏิรูปอ้อยและน้ำตาล เมื่อ ๓๕ ปีที่แล้ว จนทำให้วันนี้ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำตาลอันดับ ๒ ของโลก เป็นรองแค่บราซิลเท่านั้นเอง แล้วจากนี้ไปมีโอกาสขึ้นเป็นเบอร์ ๑ ของโลก ไม่ได้แบบมา ฟลุ้ก (Fluke) ครับ แต่ได้มาเพราะโครงสร้างและระบบที่มีกฎหมายรองรับ มีการกำหนด สัดส่วนแบ่งปัน ๗๐ ต่อ ๓๐ เกษตรชาวไร่ได้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือโรงงานน้ำตาลและอื่น ๆ ได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้ในเรื่องข้าวซึ่งถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สุดของประเทศ ของเรา ๑ ใน ๓ ของประชากรเกี่ยวข้องกับชาวนาและข้าว เพราะฉะนั้นถ้าลองพิจารณา ดูว่าเรามีชาวนา เรามีโรงสี เรามีผู้ส่งออก เรามีพ่อค้าคนกลาง ความจริงไม่ต่างจาก เมื่อ ๓๐-๓๕ ปีที่แล้วที่เรามีในเรื่องของระบบอ้อยแล้วก็คิดปฏิรูปกัน ในที่สุดเราก็สามารถ ออกกฎหมายตัวนี้ได้ หนึ่งในคนที่เป็นเอนจิเนียร์ (Engineer) ออกแบบเรื่องนี้และขับเคลื่อน เรื่องนี้อยู่ ณ ที่นี้ก็คือท่านปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม มนู เลียวไพโรจน์ อยู่ข้างหลังนะครับ นี่เป็นประติมากรรม มีท่านรัฐมนตรีจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม มีท่านอำนวย ปะติเส ซึ่งวันนี้เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ผมว่าเป็นยุคที่พร้อมที่สุดแล้วคือยุคปฏิรูป หวังยุคอื่นไม่ได้เพราะว่า ติดกับพืชการเมือง ช่วงชิงความนิยมทางการเมืองแล้วก็เสนอนโยบายหลายอย่าง ซึ่งทำให้เกิดความอ่อนแอผุพัง ของระบบข้าวและชาวนาอย่างที่เห็นที่เป็นอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราคิดว่านี่คือโอกาสดีที่สุด ในยุคปฏิรูป เพราะอะไร เพราะว่าในส่วนรัฐบาลเองกำลังเร่งในการปฏิรูปครบวงจรเช่นเดียวกัน เรื่องบิ๊กฟาร์ม (Big Farm) หรือว่าเกษตรแปลงใหญ่เป็นเรื่องซึ่งสะท้อนให้เห็นแนวคิดการปฏิรูป และตอบโจทย์เรื่องของประชากรสูงอายุที่จะเกิดขึ้นเป็นสังคมสูงอายุ อายุเฉลี่ยของชาวนา ๕๖-๕๗ ปี ลูกหลานไม่กลับไปผืนนาอีกแล้ว แต่ว่าอะไรเกิดขึ้น ๒ ปีกว่ามาเราได้ดึง ความเป็นประเทศแชมป์ (Champ) โลกในการส่งออกข้าวกลับคืนมา ความจริงเราเป็นมา ๓๐ ปีแล้ว อาจจะหย่อน ๒-๓ ปีเท่านั้นที่ตกอันดับไป แต่ว่าเรากลับมาเป็นเบอร์ ๑ ของโลก ในเชิงปริมาณ เราผลิต ๓๐ ล้านตันข้าวเปลือกโดยเฉลี่ย เป็น ๒๐ ตันข้าวสาร ใช้กินเองอยู่ ๑๐ ล้านตัน อีก ๑๐ ล้านตันต้องส่งออก เราจะเห็นว่าตัวเลขส่งออกอยู่ที่ ๙,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ๑๐ ล้านตัน ๘,๐๐๐,๐๐๐ ตัน หรือ ๑๐ ล้านตันเศษ แล้วเราก็ครองเป็นแชมป์ (Champ) โลกในการส่งออก ๒. ก็คือปีที่ผ่านมาเราทวงคืนข้าวที่ดีที่สุดในโลกกลับคืนมา เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้จะเห็นว่านี่คือศักยภาพที่ดีที่สุดของประเทศไทย เป็นทั้งแชมป์ (Champ) โลก ของการส่งออกข้าว เป็นแชมป์ (Champ) โลกข้าวที่ดีที่สุดในโลก แต่มูลค่าข้าวในการมา แบ่งปันยังไม่เป็นธรรม เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าใช้ระบบอ้อย น้ำตาลคืออะไร จะเหลือแค่ เกษตรกรชาวไร่อ้อยกับโรงน้ำตาล ตัดพ่อค้าคนกลางออกไป ตัดผู้ส่งออกออกไป เพราะฉะนั้น ตัวเนื้อเต็ม ๆ ของการส่งออกซึ่งยอมรับว่าข้าวเป็นคอมโมดิตี (Commodity) แต่มีเพียง ๑๐ กว่าประเทศเท่านั้นที่ผลิตเหลือพอจะส่งออกได้เราก็ต้องแข่งขัน ดังนั้นในราคา ก็เป็นคอมโมดิตี (Commodity) อย่างฟิลิปปินส์ปีนี้ผลิตไม่พอ เจอพายุเข้าไป นี่จะเปิดนำเข้า อีก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าตัน อิหร่านปิดมานาน สั่งซื้อเรา ๑๐๐,๐๐๐ ตันในรอบ ๑๐ ปี เม็กซิโก ปิดโควตามาตลอด วันนี้เปิดโควตาให้อีก ๑๕๐,๐๐๐ ตัน เพราะฉะนั้นเป็นตลาดโลก เพราะราคาขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนน้ำมัน สิ่งสำคัญคือตัวรายได้ของชาวนาที่ขาย เราจะแบ่งปัน ด้วยคน ๑๐ คน หรือแบ่งปันด้วยคน ๒ คนล่ะครับ นี่คือหลักคิดของระบบอ้อย น้ำตาล ดังนั้นผมคิดว่าลองฝากไปในตัวหน้า ๑๑ เอาตรงนั้นจริง ๆ จัง ๆ ตรงนี้คือจะเป็นการปฏิรูป ไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ที่แท้จริง เกษตรภาคชาวนาเราจะไม่อยู่ที่ ๑.๐ หรือ ๒.๐ แล้วอยากให้เกิดความเชื่อมั่นว่าเมื่อเราเป็นแชมป์ (Champ) โลกยิ่งปลูกต้องยิ่งรวย และรวย แบบกระจาย ไม่ใช่รวยแบบกระจุก และชาวนาก็ยังเป็นหนี้ รัฐบาลที่เราทวงถามกัน ที่ฟังอภิปรายมาต้องเรียนว่าเกษตรแปลงใหญ่ได้คำตอบ และท่านทราบไหมว่าปีนี้ปี ๒๕๖๐ รัฐบาลประกาศให้เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร ตัวอย่าง ๓ โครงการหลัก คือ ๑. เกษตรแปลงใหญ่คือบิ๊กฟาร์ม (Big Farm) ๒. ก็คือการส่งเสริมข้าวออร์แกนิก (Organic) ๓. คือข้าวหอมมะลิ นี่คือข้าวคุณภาพสูงไปสู่นิชมาร์เกต (Niche Market) เพราะว่ามีท่านหนึ่ง อาจารย์ธรรมศักดิ์บอกว่าผมเคยอยู่กระทรวงพาณิชย์ ใช่ เป็นรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ มาเกือบ ๓ ปี แล้วเป็นรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนเกือบ ๓ ปีเหมือนกัน เรื่องนี้เขามองที่ ประเทศไทยในฐานะแชมป์ (Champ) โลก พอยุคปฏิรูปเขาก็มองว่ารัฐบาลในยุคปฏิรูป เราคิดและเปลี่ยนแปลงอย่างไร เกษตรแปลงใหญ่คือความหวังที่สุดแล้ว ตอบทุกโจทย์ได้ ปีนี้จะถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ แปลงหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ ไร่ ลูกหลานชาวนาไปเรียนมา จะกลับมาสู่ท้องนาท้องไร่เพราะอะไร เพราะเป็นบริหารจัดการเหมือนตั้งบริษัทชาวนาขึ้นมา ๑,๐๐๐ ไร่ แล้วรัฐบาลตอนนี้ตั้งให้ ๓ ปี ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ให้ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร ธ.ก.ส. ในการที่ให้สินเชื่อดอกเบี้ย ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ เอาไปลงทุน ในเรื่องของระบบน้ำ เดี๋ยวนี้ต้องใช้เทคโนโลยีการเกษตรใหม่ ๆ ไม่ใช่ตั้งสูตร ๑ แปลง

ท่านจะอภิปรายหรือจะทำอะไรครับ