อภิชาติ พงษ์ศรีหดุลชัย หารือเรื่องการพัฒนาพันธุ์ข้าวและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพข้าว โดยเสนอแนวคิดในการสร้างพันธุ์ข้าวใหม่ๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและทนทานต่อโรคแมลง นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดในการสร้างเครือข่ายชาวนาเพื่อการเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยี
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมจะชี้แจงในส่วนคำถามหรือว่าข้อเสนอแนะของท่าน พลตำรวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ก็คงตอบอาจจะไม่ครบทุกประเด็นเพราะเวลาน้อย ผมจะเน้นเรื่องที่ท่านเสนอแนะ ก็คือการพัฒนาพันธุ์และสายพันธุ์ ก็เรียนทั้งหมดนี้ จริง ๆ ข้ออื่นด้วย ทางคณะกรรมาธิการ ก็น้อมรับแล้วก็คงไปปรับปรุง แต่ขอเรียนว่าหลายส่วนที่ท่านเสนอนี้ก็อยู่ในข้อเสนอของเรา เช่นเดียวกัน กลับมาเรื่องของพันธุ์ จริง ๆ แล้วเป้าหมายของการพัฒนาพันธุ์ สายพันธุ์ ก็ตรงกับที่ท่านเสนอ คือต้องทุกอย่างอยู่ในเม็ดเดียวกัน ผลผลิตสูง ต้านทานโรคแมลง มีความหอม ทนน้ำท่วม ทนแล้ง แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้ทุกอย่างในเม็ดเดียวกัน แต่ถ้าแยก เป็นอย่าง ๆ เรามีนะครับ ยกตัวอย่าง ข้าวหอมเราก็มี ดึกดำบรรพ์มาก็มีมะลิ เรียกย่อ ๆ ก็คือ มะลิ ๑๐๕ ทีนี้ตรงนี้ยีลด์ (Yield) มันต่ำ เราก็พัฒนาขึ้นมา ที่ติดตลาดอยู่พอสมควร ก็คือปทุมธานี ๑ ซึ่งมีความหอมแล้วผลผลิตสูงกว่าหอมมะลิ ๑๐๕ เท่าตัว แต่จุดอ่อน อยู่ตรงไหน ข้าวคุณภาพดีต้องน้ำดี ไปปลูกอีสานก็จำกัด บางทีอ่อนแอต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพราะฉะนั้นจะไม่มาด้วยกันทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม ที่หน่วยของราชการก็คือกรมการข้าวมีเชื้อพันธุ์อยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าตัวอย่าง ซึ่งอาจจะ มีบางส่วนเรียกชื่อต่างกัน แต่ดีเอ็นเอ (DNA) อาจจะเหมือนกันก็ค่อย ๆ ทยอยออกมาวิจัยอยู่ แล้วก็มีการผสมข้ามพันธุ์ ยกตัวอย่าง ผมจะแนะนำพันธุ์ใหม่ ซึ่งขั้นตอนเพิ่งจดทะเบียน เป็นทางการ ผมยกตัวอย่างเท่านั้นเองเอาข้าวภาคใต้คือสังข์หยดเมืองพัทลุงมาเป็นตัวพ่อผสมกับ สาวอีสานข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ ที่บังเอิญกลายพันธุ์ เราได้พันธุ์ใหม่มาคือทับทิมชุมแพ สีทับทิม แล้วก็มีคุณค่าทางโภชนาสูง ผมรับรองว่าไม่แพ้ไรซ์เบอร์รี แต่อยู่ในขั้นตอนที่ขยายพันธุ์ เพราะฉะนั้นเราไม่ได้นิ่ง แต่ว่าผลผลิตต่อไร่ต่ำขอให้ท่านแยกเป็นพื้นที่ อย่างพื้นที่ปทุมธานี ๑ ที่ปลูก หรือภาคกลางข้าวพันธุ์ กข ต่าง ๆ ๖๐-๗๐ ถัง หรือ ๖๐๐ กิโลกรัม ๗๐๐ กิโลกรัม ๘๐๐ กิโลกรัมได้ แต่ของเราครึ่งหนึ่งไปปลูกภาคอีสานก็ไม่ใช่เป็นข้อแก้ตัวก็คือว่าอีสาน ๑๐ เปอร์เซ็นต์เป็นที่ชลประทาน ค่าเฉลี่ยมันประมาณ ๒๕ ของประเทศ เพราะฉะนั้น ต้องไปด้วยกัน มีทั้งน้ำ มีทั้งดิน แต่ก็รับไว้ เราต้องพิจารณาว่าทำอย่างไรจะมาคู่กัน ผลผลิตสูง มีความหอม เม็ดขาว ยาว เรียว ก็โอเค (Okay) ก็เป็นโจทย์ที่ทางนี้จะทำ แล้วก็ไปสอดคล้องกับที่ เราเสนอเราจะเพิ่มขีดความสามารถโดยการปรับองค์กรเรื่องวิจัยที่จะต้องทำให้เต็มที่มากขึ้น ทีนี้ในส่วนของความรู้กับเทคโนโลยี ผมก็รวมตอบท่านด้วยกันก็คือว่าเทคโนโลยีก็ต้องไปคิดค้น ไปวิจัยขึ้นมา แล้วก็ไปถ่ายทอดความรู้ เราก็ต้องสร้างคนของเราเหมือนกันเพื่อจะไปถ่ายทอด แต่อันหนึ่งที่เราเสนอตรงนี้เราจะพยายามสร้างองค์กรชาวนาให้เข้มแข็ง รับการถ่ายทอดที่ดี แล้วก็นำดิจิทัลเทคโนโลยีมาสร้างเครือข่าย บางทีเขาเรียนรู้ด้วยกันเองก็เป็นตัวที่จะทำให้เกิด การเรียนรู้ที่กว้างขวางขึ้น อันนี้ก็อยู่ในข้อเสนอนะครับ ส่วนเรื่องของตลาดที่ท่านแนะนำให้ ไปทำอย่างอื่น จริง ๆ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เขาก็ทำอยู่ แต่จุดนี้เราไม่ได้มาเน้น เพราะตราบใดเราขึ้นต้นว่าลดการปลูกข้าวมาเป็นจุดขาย สังคมก็คงไม่ยอมรับ แต่ความจริง ก็แฝงอยู่ในนั้นว่าอะไรก็ตามที่ดีกว่า แต่ปัญหาที่ชาวนาประสบอยู่ก็คือว่ามีใครบ้างไหม ที่จะประกันราคาหรือการันตี (Guarantee) ว่าท่านให้ไปปลูกข้าวโพด เป็นอย่างไรครับ ข้าวโพดก็ราคาตก ให้ปลูกอ้อย บางทีราคาก็ตก เพราะฉะนั้นต้องทำครบวงจรว่าจะให้ไป ทำอย่างอื่น ทีนี้ก็อยู่ในบริบทของคนอื่นเขาที่จะต้องมารองรับตัวการเปลี่ยนข้าว แต่ว่าส่วนที่จะ ปรับไปได้ก็คืออย่างที่เคยปลูก ๓ ครั้ง เราก็แนะนำไม่ให้ปลูกเกิน ๒ ครั้ง อันนี้ก็จะลดไปในตัว แล้วเรื่องของข้าวคุณภาพจริง ๆ ก็มีเสนอด้วย อาจจะไม่ใช่เฉพาะข้าวด้วยซ้ำไป ตัวข้าวเอง ก็จะมีข้าวอินทรีย์ ข้าวคุณค่าโภชนาการสูง แต่ถ้าไม่ใช่ข้าวบริโภคจะเอาไปทำเครื่องสำอาง ไปทำอะไรก็อยู่ในข้อเสนอ ส่วนเงินทุน เงินออม หนี้สินก็อยู่ในข้อเสนอเหมือนกัน เรื่องของ ลดความเสี่ยง เรื่องของเงินออมที่จะเข้าไปสู่สารบบของกองทุนเงินออมแห่งชาติ โดยรวม ข้อเสนอก็ตรงกับที่ทางเราคิดไว้แต่อาจจะไม่มีเวลาชี้แจง ก็จะรับไปปรับปรุงให้ชัดขึ้น ขอบคุณครับท่านประธาน