ชิดชัย วรรณสถิตย์ หารือปัญหาความทุกข์ของเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งประเด็นที่ดิน ความมั่นคงด้านน้ำ และการบริหารจัดการน้ำของรัฐที่ขาดประสิทธิภาพ พร้อมตั้งคำถามถึงศักยภาพการบริหารประเทศ เน้นย้ำถึงปัญหาผลผลิตข้าวต่ำและพื้นที่นาไม่เหมาะสม โดยเสนอให้มีการปรับโครงสร้างการจัดการน้ำและส่งเสริมการใช้พื้นที่เพื่อการเกษตรทางเลือกอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิก สปท. ที่รัก ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทางด้านกรรมาธิการที่ได้นำเสนอ เรื่องสำคัญ และสิ่งที่ท่านนำเสนอนี้ก็ถือว่าครอบคลุม ซึ่งผมอ่านแล้วก็ครอบคลุม แต่ยัง มองเห็นที่ว่าจะแก้ชาวนาทั้งระบบจะทำได้อย่างไร เพราะผมได้ฟังเรื่องเหล่านี้มานานตั้งแต่ เด็กจนถึงเข้าวัยซีรีส์ ๗ (Series 7) ถือว่านมนานก็ยังเห็นชาวนาเป็นอาชีพที่ค่อนข้างจะทุกข์ ซึ่งเราคงเคยได้ยินวาทกรรมหลาย ๆ เรื่อง อย่างแม้กระทั่งเมื่อตอนต้นทางคณะกรรมาธิการ ก็บอกว่าชาวนาคือกระดูกสันหลังของประเทศ หรือทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน เราได้ยินมาตลอด ซึ่งอันนี้ผมถือว่าเป็นคำที่ปลอบใจชาวนาเท่านั้นเอง แต่สิ่งที่ปฏิบัติจริง ๆ ยังไม่เห็น เพราะฉะนั้นก็ต้องขอบคุณกรรมาธิการที่หยิบยกเรื่องนี้ โดยเริ่มต้นตั้งแต่ นำศาสตร์พระราชามาแก้ปัญหาเรื่องนี้ อันนั้นตรงจุด ซึ่งก็ได้มีความพยายามอย่างต่อเนื่อง มีศูนย์กระจายไปทั่วทุกภาค แต่การแก้ไขปัญหาค่อนข้างจะช้าเอามาก ๆ ซึ่งก็คงจะโทษไปที่ การบริหารราชการแผ่นดินของเราที่ทำให้ขยายผลได้ช้า ส่วนข้อมูลของท่านที่นำเสนอมา น่าสนใจมาก เรื่องผลผลิตก็ดี พื้นที่การปลูกข้าวก็ดี ราคาข้าวต่างประเทศก็ดี ข้าวที่บริโภค ภายในประเทศก็ดี ข้าวที่ส่งออกนอกประเทศก็ดี จะเห็นว่าเป็นข้อมูลที่เราวิเคราะห์ได้ เราสามารถวิเคราะห์ต้นทุน ในเอกสารก็ชัดเจนว่าต้นทุนของชาวนาข้าวแต่ละประเภทเท่าไร ขายในราคาตลาดโลกเท่าไร ถามว่าให้เราเลือกเป็นอาชีพชาวนาเอาไหม ถามคนในห้องนี้ ทั้งหมดเลย ให้ลูกหลานเป็นชาวนาเอาไหม ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครตอบหรอกครับว่าจะเอา หรือไม่เอา ส่วนใหญ่ก็คงคิดในใจได้ว่าเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นอาชีพอะไรก็ตาม ถ้าจะยึดเป็นอาชีพได้ต้องถือว่าสามารถอยู่ได้ มีเงิน มีกิน มีใช้ สามารถที่จะอยู่ในระดับเขาได้ ที่จะเพียงพอสำหรับชาวนา ผมเองก็มีพื้นฐานมาจากคนในชนบท ปัจจุบันนี้ก็ยังมีเพื่อนชาวนา อยู่อีกเยอะแยะ ผมกลับไปเขายังมาขอถ่ายรูปเลยว่าจำเพื่อนได้ไหมที่เรียน ป. ๔ มาด้วยกัน เพราะฉะนั้นผมเองอยากจะเริ่มต้นอย่างนี้นะครับ ซึ่งมีหลายท่านอภิปรายไปแล้ว
เรื่องแรก เรื่องพื้นที่ เพราะชาวนาเกี่ยวกับเรื่องพื้นที่ พื้นที่ของชาวนา ที่ถือครองจริง ๆ มีเท่าไร อันนี้ข้อมูลมีหมด เช่าอยู่เท่าไรมีหมด พวกเหล่านี้สามารถที่จะไป คำนวณต้นทุนได้หมด ผมเชื่อว่าโดยเฉพาะท่านประธานกรรมาธิการอยู่ในเซกเตอร์ (Sector) ธุรกิจ สามารถที่จะดูแลว่าต้นทุนการขายและอนาคตจะเป็นอย่างไร พร้อมที่จะไปลงทุน ในธุรกิจอย่างนี้ไหม เพราะฉะนั้นเราจะเห็นพื้นที่ก็ชัดเจนว่ามีอยู่แล้ว คำนวณออกมาชัดเจน
เรื่องที่ ๒ เรื่องความเสี่ยงทางด้านน้ำ ถ้าเป็นแบงก์เขาไม่ให้กู้หรอกครับ เพราะอาศัยเทวดาฟ้าดินเป็นผู้กำหนด ขนาดพื้นที่ของประเทศไทยเราถือว่าอุดมสมบูรณ์ ที่มีแหล่งน้ำ ฝนตกลงมาปีละไม่รู้กี่ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เราก็ยังไม่มีปัญญาเก็บ ผมตั้งคำถามเลยว่าเราบริหารราชการแผ่นดินอย่างไรถึงไม่มีปัญญาเก็บน้ำแล้วพยายาม ที่จะระบายเร่งออกทะเลให้เร็วที่สุดที่จะเร็วได้ ถามว่าพื้นที่ว่างเปล่าของเราตั้งแต่บนเขา ในป่า ในวนอุทยาน จนถึงที่ราบลุ่ม เราไม่มีปัญญาในการทำแหล่งเก็บน้ำ เหมือนกับ ท่านสมาชิกที่อภิปรายไปแล้ว แหล่งน้ำในชุมชนของเรา ทำครับ แต่ช้าเหลือเกิน ไม่พอที่จะ แก้ปัญหาให้ชาวนาหรอกครับ ผมเรียนได้เลยถ้าเราสำรวจจริง ๆ อันนี้ก็มาจากการบริหาร ราชการแผ่นดินของเรา
เรื่องที่ ๓ ราคากำหนดโดยตลาดโลก เรารู้แล้วว่าประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก มีประเทศไหนปลูกข้าวบ้าง แล้วผลของการผลิตโดยสมมุติยีลด์ (Yield) ของเราต่ำที่สุด ๔๐๐ กว่ากิโลกรัมต่อไร่ น่าขายหน้าไหมครับ เป็นประเทศที่ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว อย่างนี้มีไหมครับ เราอยู่ในการผลิตแต่เราก็มาโทษว่าแหล่งชลประทานของเราไม่มีพอ เพราะฉะนั้นห่วงโซ่การผลิตของเรานี้เราต้องมาตั้งคำถาม ในจำนวนนี้ผมฝากถาม ผมได้ยิน ไม่รู้ข้อมูลตรงหรือไม่ตรง มีจำนวนประมาณ ๒๕-๒๖ ล้านไร่ที่เป็นพื้นที่นาไม่เหมาะสมสำหรับ การปลูกข้าว ปลูกไปก็ไม่คุ้ม เราไม่มีทางที่จะไปช่วยเขาก็ปล่อยให้เขาปลูก แล้วเราก็บอกว่า จะเอาหลักการนี้มาช่วยชาวนา ไม่มีทางหรอกครับ ถ้าเป็นจริงกรุณาช่วยตอบผมว่าพื้นที่ปลูกข้าว ที่ไม่เหมาะสมสำหรับชาวนามีจำนวนเท่าไร ปัจจุบันนี้รัฐบาลมีนโยบายที่จะให้เอกชน ตั้งโรงงานน้ำตาล เขาวิ่งหา พื้นที่ที่ไม่เหมาะสำหรับปลูกข้าวเอาไปปลูกอย่างอื่นได้ไหมครับ เป็นต้นว่าไปตั้งโรงงานน้ำตาลให้ปลูกอ้อยเป็นไปได้ไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรมประสานงานในข้อมูลเหล่านี้ได้ไหม ผมเองเห็นด้วยในหลักการ ของเอกสารที่ท่านเสนอ เห็นด้วยอย่างยิ่งเลย แต่ทำอย่างไรถึงจะเป็นจริงอย่างที่เป็น ในเอกสารของท่าน ไม่ว่าจะเป็นตลาดล่วงหน้า ตลาดอะไรต่ออะไรทั้งหมด สุดท้าย ของจริงเลยนะครับ ผมมีพรรคพวกลูกน้องที่ขายเครื่องจักรกลทางด้านการเกษตร คุมอยู่ทางด้านอีสานใต้ ผมถามว่าคุณทำธุรกิจอันนี้มาประมาณ ๒๐ ปี รวยเป็นพันล้านบาท ถามว่าชาวนาดีขึ้นไหม ดูที่มือครับ เขาตอบผมอย่างนี้ ดีขึ้นนิดเดียว เพราะฉะนั้นทุกวันนี้ เราอยากจะให้มีการปลูกข้าวผมก็เห็นด้วย พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ชัดเจนว่าประเทศไทยต้องปลูกข้าว แต่ปลูกในลักษณะอย่างไรครับ ปลูกในลักษณะที่เราไม่ขาดทุน ปลูกในลักษณะที่เราสามารถจะเป็นรีเสิร์ฟ (Reserve) เป็นสำรองของเราไว้นั้นถูกต้อง เราต้องปลูกข้าวแบบมีคุณภาพ แบบได้ราคา แบบผลผลิตสูง ผมเชื่อว่าองค์ความรู้เหล่านี้ของคนไทยมีหมด เป็นปัญหาพื้นฐาน เพียงแต่ว่าเราจะเริ่มต้น ตรงไหนเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นผมอยากจะตั้งข้อสังเกตขอวิจารณ์สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้น เพราะถ้าเผื่อเราไปปรับโครงสร้างกับระบบการบริหารจัดการข้าวของเราผมเชื่อว่าขอให้ดู น่าจะไปได้ ขอขอบคุณครับ