กิตติ กิตติโชควัฒนา หารือปัญหาการจัดการน้ำและการเกษตรที่ทำให้ชาวนายากจน แม้มีงบประมาณลงทุนจำนวนมาก พร้อมเสนอแนวคิดโรงเรียนชาวนาเพื่อยกระดับสถานะเกษตรกรและเรียกร้องการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม กิตติ กิตติโชควัฒนา สปท. ๑๐ จากจังหวัดยะลา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ที่นำเสนอเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนส่วนใหญ่ของประเทศนั้นเป็นเรื่องสำคัญ จะเห็นได้ว่า ในขณะที่พูดถึงเรื่องความสำคัญของคนส่วนใหญ่ในประเทศนั้นมีสิ่งบอกเหตุถึง ความศักดิ์สิทธิ์ของเรื่อง มีฟ้าร้องครับ แล้วก็ไม่ทราบว่าฝนตกหรือเปล่า แต่ก็เป็นสิ่งที่ บอกเหตุว่าชาวนาที่ขาดแคลนน้ำ น้ำกำลังจะมาหรือมาแล้ว ทำไมการจัดการก็ยังตกอับอยู่ ในเรื่องของขาดแคลนน้ำทุกครั้งที่เป็นปัญหา เพราะฉะนั้นผมคิดว่าความศักดิ์สิทธิ์ของ บ้านเมืองนั้นที่แล้วมาเราก็โยนโทษให้กับการแห่นางแมว เวลาไม่มีน้ำเราก็แห่นางแมวกัน น้ำไม่มา ฝนไม่ตก เราก็บอกว่าพิธีกรรมไม่ศักดิ์สิทธิ์ นางแมวไม่เห็นด้วยก็เลยทำให้ชาวนา เดือดร้อน แต่จริง ๆ บ้านเราผมคิดว่าฝนแปดแดดสี่มากพอ เกินกว่าที่เราจะจัดการไม่ให้ น้ำขาด เพราะฉะนั้นการจัดการเรื่องน้ำเพื่อชาวนานั้นเราจัดการอย่างไรจึงเป็นเหตุเป็นผล ให้ชาวนายิ่งทำยิ่งจนลง อันนี้เป็นบทเรียนที่เราน่าจะต้องคิดต่อทำต่อให้เกิดความสมบูรณ์ ของเรื่องว่าทำอย่างไรกลไกต่าง ๆ หรือคน เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ทั้งที่นาหรืออะไร ก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของน้ำนั้น เราบริหารจัดการอย่างไร บกพร่องอย่างไร อดีตที่ผ่านมา มีอะไรบ้างที่เป็นสิ่งบ่งบอกถึงความล้มเหลวแต่เราไม่ได้หยิบยกทำมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ผม ภูมิใจที่เมื่อสักครู่พูดถึงเรื่องตั้งโรงเรียนชาวนา ท่านสถิตย์ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ผมจำได้ว่า ผมเคยพูดถึงเรื่องเกษตรกรควรจะมีโรงเรียนเป็นการเฉพาะ ระหว่างเรียนให้มีค่าใช้จ่าย ทุกอย่างฟรี จบไปแล้วทำอย่างไรให้เกิดความมั่นใจว่าจะได้เป็นชาวนาที่ดีรวมไปตลอดจนถึง การมีที่ดินให้กับชาวนาสามารถประกอบอาชีพ รักษาที่ดิน ที่นาให้เป็นสมบัติตลอดไป จะจัดการอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อเรียนจบแล้วต้องทำได้และทำให้เกิดผลประโยชน์ เพราะฉะนั้นผมภูมิใจ ดีใจว่าการที่เราจะมีโรงเรียนชาวนา ซึ่งผมเคยเสนอให้มีโรงเรียนเกษตรกรเสมือนหนึ่งเป็นโรงเรียนนายร้อย วันนั้นจำได้ว่า ผมพูดอย่างนั้น ให้มีค่าใช้จ่ายมีอะไรก็แล้วแต่ ให้เกิดความรู้สึกภูมิใจว่าเราเป็นเกษตรกรนั้น ไม่ใช่สักแต่พูดว่าเป็นเกษตรกร เป็นกระดูกสันหลังของประเทศ ของชาติ ของบ้านเมือง แต่ในที่สุดไป ๆ มา ๆ ก็เป็นกระดูกสันหลังที่ผุ ๆ เป็นมะเร็ง อันนี้เสร็จแน่อย่างที่ท่านสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ บอกว่าเป็นกระดูกสันหลัง ท่านประธานครับ ผมจำได้มีการพูดว่าใครที่อยากจะ ร่ำรวยให้ไปประกอบอาชีพธุรกิจทางการเกษตร ใครที่อยากจะจนให้ไปเป็นเกษตรกร เพราะฉะนั้นพูดอย่างนี้คงจะนึกออกว่าหมายความอย่างไรคงไม่ต้องอธิบาย เพราะเหตุการณ์ ที่ผ่านมาเป็นอย่างนั้น ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ก็ไปตกกับคนที่ประกอบอาชีพธุรกิจ การเกษตร ความยากจนก็ตกกับคนที่ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตร นี่คือประสบการณ์ ที่เป็นปรากฏการณ์ชัดเจน ที่ผ่านมาเป็นอย่างนี้มาตลอด เราก็มีแผนพัฒนาอะไรต่ออะไร เยอะแยะ ยิ่งพัฒนาชาวนายิ่งไม่มีอะไรเหลือ สำหรับผมนั้นอยากจะชี้บางประเด็นเล็ก ๆ แต่แค่เล็ก ๆ มันแฝงไปด้วยความยิ่งใหญ่เพราะเรามักจะละเลยในสิ่งเล็ก ๆ ที่เราทำไป แล้วเก็บเกี่ยวไปบางส่วนแต่ไม่ได้ทำต่อ ในพื้นที่เยอะครับ ลองไปสำรวจดู อย่างเช่น คลองส่งน้ำ คลองระบายน้ำด้านชลประทานในที่ดิน ที่นาแปลงใหญ่ ๆ ที่บอกว่าทำไปแล้วประโยชน์ จะได้เป็นแสนเป็นหมื่นไร่จากเรื่องของการทำนา แต่พอทำไปส่วนนี้งบประมาณลงไปแล้ว ในที่สุดก็ทิ้งเฉยเป็นที่นารกร้างว่างเปล่า จนถึงเดี๋ยวนี้การใช้ประโยชน์ในที่นาแบบนี้ก็ไม่ได้ทำ ถ้าคิดเป็นเงินตัวเลขคงจะเป็นแสนเป็นหมื่นล้านบาท เพราะว่าที่นาต่อไร่เท่าไร แต่สิ่งที่ อยากจะเรียนก็คือว่าท่านประธานครับ ในเรื่องของการทำนานั้นไม่ใช่เป็นเรื่องที่เราจะมา ตื่นตัวเอาจริงเอาจังกันในสมัยนี้ ผมจำได้ว่าตั้งแต่ปี ๒๕๑๐ ผมเป็นปลัดอำเภอ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เราให้ความสำคัญในเรื่องของการทำนา ๒ ครั้ง นายอำเภอคนไหนเก่ง ๆ สามารถส่งเสริมสนับสนุนชาวบ้านให้ทำนา ๒ ครั้งในที่ไหนก็แล้วแต่ก็จะมีการประกวด ให้รางวัลนายอำเภอแหวนเพชร นั่นปี ๒๕๑๐ เพื่อชี้ให้เห็นว่าอย่าว่าแต่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์เลย แม้แต่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ก็ให้ความสำคัญในเรื่องของ การทำนา ถึงขนาดว่าปูนบำเหน็จความชอบให้กับนายอำเภอที่ทำนา ๒ ครั้งสำเร็จ ได้นายอำเภอแหวนเพชร นี่เรื่องของการทำนา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำ ก็คืออดีตที่ผ่านมาที่มีเรื่องดี ๆ เกี่ยวข้องกับเรื่องนา เรื่องข้าว เรื่องที่ดิน เรื่องการเกษตรนั้น ลองไปดูสิว่ามีอะไรดี ๆ ที่คนโบราณคนรุ่นเก่าได้ทำฝากมรดกในเรื่องของภูมิปัญญา ให้กับแผ่นดินนี้ในเรื่องของเกษตร ในเรื่องที่นา แต่สิ่งที่ผมอยากจะย้ำ ใช้เวลานิดหน่อยตรงนี้ ก็คือเรื่องงบต่าง ๆ ที่ลงทุนไปแล้ว โต ๆ เอาไปแล้ว แต่ที่ต้องทำต่อเนื่องให้ก้อนโต เกิดความสำเร็จชาวบ้านจะได้ประโยชน์สูงสุดทำไมไม่ทำต่อ โครงการชลประทานที่ทำไปแล้ว คลองส่งน้ำก็ทำไปแล้ว คลองระบายน้ำก็ทำไปแล้ว ในที่นาที่จะได้ประโยชน์เป็นหมื่นเป็นแสนไร่ แต่ทำไมทิ้งไป เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงอยากจะฝากให้เป็นข้อคิดในการออกไปสำรวจข้อมูล ที่ทำไม่เสร็จ ทำไม่เรียบร้อย จากการที่ลงทุนไปแล้วหมดเป็นหมื่นล้านบาททำไมไม่ทำต่อ ทั้ง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ไม่อย่างนั้นก็คงจะไม่ให้ทุนให้งบประมาณทุ่มเทลงไป พื้นที่เหล่านี้ ก็ยังมีอยู่ เพราะฉะนั้นจึงอยากจะฝากประเด็นเล็ก ๆ แต่ก็แฝงไปด้วยตัวอย่างที่ยิ่งใหญ่ ที่ชี้ให้เห็นว่ากลไกของรัฐนั้นขาดความต่อเนื่องในการขับเคลื่อน ขาดความเอาจริงเอาจัง ในเรื่องของการกำหนดวิธีการปฏิบัติที่ต่อเนื่องในเรื่องโครงการที่ดี ๆ พอก้อนโตเอาไปแล้ว ที่เหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ทิ้งว่างเปล่า เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะฝากเป็นข้อคิดก็คืออยากจะฝาก ให้ไปตรวจสอบทั้งประเทศดูว่าโครงการที่เป็นประโยชน์เกี่ยวข้องกับด้านการเกษตรก็ตาม โดยเฉพาะเรื่องของการทำนา เพราะถือเป็นหัวใจ ไปดูว่าโครงการหลักที่ลงทุนไปแล้วเป็นคลองชลประทาน มีทั้งคลองส่งน้ำ คลองระบายน้ำ แต่ทำไมคลองไส้ไก่จึงไม่ทำ เพราะอะไร จนขนาดว่าที่ประตูน้ำขณะนี้ถูกรื้อพังป่นปี้ไปหมด ขายเป็นเศษเหล็กท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอในข้อนี้ก็คือว่า ช่วยติดตามดูโครงการเก่า ๆ ถ้าทำได้สำเร็จผมคิดว่าจะก่อประโยชน์ให้กับชาวไร่ชาวนา เกษตรกรที่ครองที่ดินพื้นที่ตรงนี้ให้เกิดประโยชน์ ผมว่าที่อื่นก็ยังมีอีกเยอะในลักษณะอย่างนี้ รวมไปตลอดจนถึงเรื่องเครื่องจักรกลไถนา โรงสีต่าง ๆ ที่ทำทิ้งทำขว้าง ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ