สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หารือถึงความสำคัญของวันพืชมงคลและยกย่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน พร้อมเสนอให้ส่งเสริมข้าวไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ลดต้นทุนการผลิตด้วยการทำนาแปลงใหญ่และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเกษตรอย่างครบวงจร
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก สปท. ที่รัก ทุกท่าน กระผม นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๗๓ พอท่านกรรมาธิการ นำเสนอนี่ฝนฟ้ามาเลย เรียกว่าฝนมาตามฤดูกาลเหมาะอย่างยิ่งที่จะทำการเกษตร และวันที่ ๑๒ อีก ๓-๔ วัน วันศุกร์นี้ก็จะเป็นวันพืชมงคล เป็นวันมงคลของชาติอีกวันหนึ่ง หรือเราเรียกว่าวันเกษตรกร ก็จะมีพิธีใหญ่ที่สนามหลวง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน ท่านก็จะเสด็จพระราชดำเนินไปในงานพิธีนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องที่ดีมากเลย แล้วควรจะต้องรีบดำเนินการเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตามผมเห็นด้วยกับ ท่านทั้งหมดนี้เลย ผมอ่านตัวเลขนะครับ ไม่น่าเชื่อว่าข้าวเหนียวเป็นข้าวที่ส่งออกมากที่สุด ในแต่ละปี ท่านไปดูในหน้า ๑๑ ของท่านสิครับ เมื่อเปรียบเทียบกับข้าวอื่น ๆ แต่เดี๋ยวผมจะ อธิบายเรื่องต่าง ๆ ให้ฟัง
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))
ผมขออนุญาตท่านประธานขอน้อมนำภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงเกี่ยวข้าวมาเป็นสิริมงคลกับพวกเรา และเกษตรกร ภาพนี้ครับ เห็นเมื่อไร เห็นที่ใดก็มีความรู้สึกว่าเราต้องนึกถึงชาวนา นึกถึงข้าว ทุกเม็ด ต้องรับประทานข้าวสวยทุกเม็ดไม่ให้เหลือทิ้ง ภาพต่อไปครับ พระราชดำรัสนี้ เป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ พระราชทานแก่ผู้นำกลุ่มชาวนา เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๐๔ ผมขออนุญาตกล่าวด้วยนะครับ เพราะเป็นความสำคัญ อย่างยิ่งเลยครับ ท่านตรัสว่า ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ศึกษาการทดลองการทำนามาบ้าง และทราบดีว่าการทำนานั้นมีความยากลำบากอยู่มิใช่น้อย จำเป็นจะต้องอาศัยพันธุ์ข้าวที่ดี และจะต้องใช้วิชาการต่าง ๆ ด้วยจึงจะได้ผลเป็นล่ำเป็นสัน อีกประการหนึ่ง ที่นานั้น เมื่อสิ้นฤดูทำนาแล้วควรจะปลูกพืชอื่น ๆ บ้าง เพราะจะเพิ่มรายได้ให้อีกมิใช่น้อย ทั้งจะช่วย ให้ดินร่วน ช่วยเพิ่มปุ๋ยกากพืชทำให้ลักษณะเนื้อดินดีขึ้น เหมาะสำหรับจะทำนาในฤดูต่อไป ถ้าผมมีโอกาสได้เรียนถึงปริญญาเอกอีกสักครั้ง ผมก็ยังทำไม่ได้หมดอย่างที่พระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกล่าวไว้ ผมคิดว่านี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของที่มาของ ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวทุกวันศุกร์ค่ำและวันเสาร์เช้า ซึ่งผมก็พยายามฟังอยู่ตลอดเวลา ก็น้อมนำมาเพื่อเป็น สิริมงคลกับพวกเราและเกษตรกร ภาพต่อไปครับ ผมคิดว่าท่านก็คงจะหาดูได้ยากแล้ว ในยุคปัจจุบัน นี่เป็นภาพการทำนาของวิถีชาวบ้านเมื่อในสมัยอดีตและยังมีอยู่บ้างในบางท้องที่ แต่ก็หายาก อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของเกษตรทฤษฎีใหม่หรือว่าเศรษฐกิจพอเพียง เป็นภาพที่สุด ๆ เลย ถ้าท่านไปดูลึก ๆ ขยายดูแล้วเมื่อไรก็จะเป็นภาพธรรมชาติ มีภูเขาเลากา มีถนนธรรมดา ไม่ใช่ถนนดำลาดยาง เป็นธรรมชาติที่สุดท่านประธานครับ ภาพต่อไปครับ บัดนี้รัฐบาลภายใต้การนำของท่าน พลเอก ประยุทธ์ ก็พยายามที่จะนำเสนอลดต้นทุนการผลิต ส่งข้าวออกเป็นล่ำเป็นสัน นอกจากข้าวแล้วก็พืชผลการเกษตรอื่น ๆ พอพูดถึงเรื่องข้าววันนี้ ก็คือการทำนาแปลงใหญ่เพื่อลดต้นทุนการผลิต ภาพอย่างนี้เรียกว่านาแปลงใหญ่ ถ้าภาพ เมื่อสักครู่นี้เป็นนาแปลงเล็ก ชาวบ้านต่างคนต่างทำ ท่านอธิบดีกรมการข้าวก็คงจะยอมรับ ข้อนี้นะครับ ต่อไปครับ ภาพเหล่านี้ท่านก็ไม่เห็นอีกแล้วเห็นยากมากเลย ในต้นเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคมถ้าใครไปแถว ๆ ภาคเหนือแถว ๆ แม่จัน พอลมล่องข้าวเหลืองก็จะเห็นเกษตรกร เกี่ยวข้าวเป็นแถวแล้วก็ฟังเพลง ทุ่งเอ๋ยทุ่งรวงทอง เห็นข้าวออกรวงน่ามอง ดุจแสงทอง สีแห่งศรัทธา ฟังแล้วนึกถึงเกษตรกรเลย ท่านไปดูได้เพลงนี้ลึกซึ้งมาก ผมนำเฉพาะท่อนแรกมา เพราะไม่มีเวลานะครับ ภาพต่อไปครับ เกษตรแปลงใหญ่ทั่วโลกก็ต้องเป็นอย่างนี้ มิฉะนั้นข้าวเก็บเกี่ยวไม่ทัน เพราะเกษตรกรก็ไม่มีลูกหลานช่วยเกี่ยวแล้ว การลงแขกก็ไม่ค่อยจะมีแล้ว ลงแขกก็คือการช่วยเกี่ยว ของใครสุกก่อนก็ไปช่วยกัน อันนี้ก็เป็นการเก็บเกี่ยวข้าว สีออกมาเป็นข้าวเม็ดเลยแล้วก็ นำไปสู่โรงสี จากเก็บเกี่ยวแล้วจะด้วยวิธีไหนก็ต้องก็นำไปสู่การสีข้าว ผมนำโครงการโรงสี ข้าวพระราชทาน โรงสีข้าวพิกุลทองมาให้ท่านดู แล้วเป็นของจริงท่านไปดูได้ จากโรงสีเล็ก ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ท่านพระราชทาน รวมทั้งสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยนะครับ ก็จะมีอยู่หลาย ๆ แห่ง แล้วผมก็เคยไปมา ถ้าเราจะสู้กับต่างประเทศ ส่งข้าวไปต่างประเทศต้องอย่างนี้ครับ สีวันหนึ่งเป็นพันเป็นหมื่นตัน แล้วมีคุณภาพใกล้เคียงเลย อันนี้ส่งออก ขายในประเทศด้วย ภาพต่อไปครับ ๒๒ ชนิดเลย น้อยมากนะครับท่านประธาน ยังมีมากกว่านี้อีก ข้าวสังข์หยด อะไรต่ออะไรที่ท่านกรรมาธิการว่า ข้าวประเภทต่าง ๆ ผมนำเสนอท่าน ๒๒ ชนิดไปหาถ่ายมากว่าจะได้แบบนี้ที่ร้านขายก็ยากมากเลย เป็นข้าวหลาย ๆ ชนิดที่เอามาให้ดูเลย มีตั้งแต่ข้าวหอมมะลิ ข้าวเจ๊กเชย หอมมะลิอ่อน เยอะมากเลยครับ ถ้าท่านไปดูเขาจะมีเขียนไว้ว่าอะไร ราคาเท่าไร แพงที่สุดก็คือข้าวหอมมะลิ ที่ผลิตจากทุ่งกุลาร้องไห้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๓๖๐ บาทต่อกิโลกรัม ภาพต่อไปนี้ครับ บรรจุภัณฑ์เรียบร้อยนำขาย เรียงตามชั้นห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ผมไม่เอ่ยชื่อนะครับ จะเรียงแบบนี้หมดแล้ว จากที่ใส่ถุงขายให้กับพวกเราไปซื้อปลีกก็ใส่เป็นกระสอบ ๑ กระสอบ เดี๋ยวนี้ ๕๐ กิโลกรัม ๑๐๐ กิโลกรัมไม่ได้เพราะแบกแล้วมันหนัก ผิดกฎ กติกา ต่อไปครับ จากภายในประเทศแล้ว นี่เลยข้าวหอมมะลิไทยส่งไปขายที่ห้างสรรพสินค้าจีน อันนี้ ผมไปขอก๊อบปี้เขามา ไม่ได้ไปถ่ายเอง ถ้าใครไปประเทศจีนแล้วเห็นอย่างนี้ที่ฮ่องกง ก็เป็นที่ชื่นชมรับประทานอาหารก็ต้องมีข้าวหอมมะลิ ผมดูเรื่องการผลิตข้าว ๑๐ ขั้นตอน ของท่านคัดเลือกเมล็ด นำเมล็ดไปหว่าน บำรุง จนเก็บเกี่ยว สี ใส่กระสอบ ๑๐ ขั้นตอน แทบแย่ แต่ถ้าท่านไม่มี สิ่งที่ผมนำเสนอนี้ผมคิดว่าโครงการข้าวเป็นระบบของท่านจะไปอย่างไร ก็รอดยากถ้าอาศัยราชการอย่างเดียว แล้วก็อาศัยที่ทำ ๆ กัน ต่อไป นี่คือสหกรณ์การเกษตร แห่งแรกในประเทศไทย สหกรณ์วัดจันทร์ไม่จำกัดสินเชื่อ ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๙ เดี๋ยวนี้ก็ยังอยู่ คุณภาพดี ไม่มีขี้โกง เกษตรกรยิ้มแย้มแจ่มใสท่านไปดูได้ แล้วผมก็เคยไปเยี่ยมมา ยังใช้ได้อยู่แล้ว มีทั่วประเทศ เพียงแต่เราจะต้องสนับสนุนอย่างจริงจังโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็อาศัยท่านกรรมาธิการช่วยขับเคลื่อน ข้อเสนอครับ ๑. ต้องส่งเสริมให้สหกรณ์การเกษตร ทั่วประเทศมีความเข้มแข็ง กรมส่งเสริมสหกรณ์กับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ต้องเข้มแข็ง ไม่ใช่ตรวจแล้วท่าทางจะมีโกงก็ปล่อยเหมือนกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นที่มีปัญหา ตรวจพบแล้วแต่ไม่รายงานอย่างนี้ต้องมีการทำโทษ ๒. ต้องจัดระบบการผลิตข้าว ๑๐ ขั้นตอน ไปจนถึงจำหน่ายข้าวอย่างเป็นระบบครบวงจร เชื่อว่ารัฐบาลนี้จะทำได้ ก็อาศัยการขับเคลื่อน ของสมาชิก สปท. เรานะครับ สำคัญที่สุดคือจะทำอย่างไรให้ชาวนาได้รับเงินจากหยาดเหงื่อ แรงงานที่ทำนาให้ได้มากกว่าคนกลาง ขณะนี้คนกลางรวย คือพ่อค้ารวย แต่เกษตรกรจนลง ๆ ต้นทุนสูง ผลิตแล้วก็ไม่ได้ตามมาตรฐานที่ต้องการ ๓. ต้องผลิตข้าวที่มีเอกลักษณ์พิเศษ เช่นข้าวเกษตรอินทรีย์ ขณะนี้เกษตรกรปลูกข้าวเกษตรอินทรีย์ก็จริง แต่ปลูกไปปลูกมาพันธุ์ข้าวก็ผสมข้ามพันธุ์ ไม่ได้เป็นมาตรฐาน ผมเสนอท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการว่าทดลองปลูก ยกตัวอย่าง ถ้าข้าวหอมมะลิจังหวัดยโสธรเอาทั้งจังหวัดเลย ปลูกเฉพาะข้าวหอมมะลิ พันธุ์ กข ๘ ก็ปลูกทั้งจังหวัด และไม่ใส่สารเคมี ไม่ใส่ปุ๋ยอนินทรีย์ เพราะใช้ปุ๋ยธรรมชาติ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสดอะไรอย่างนี้ ผมคิดว่าตลาดยังต้องการ ถามว่าทำไมตลาดต้องการ คนยิ่งรวยเท่าไรยิ่งกลัวตาย เพราะเขาก็อยากได้ข้าวที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อเขาเมื่อเขารับประทาน เข้าไปแล้ว เหมือนอย่างเมื่อเช้าออกกำลังกาย อยู่ดี กินเป็น ข้าวก็สรรหากินแบบเกษตรอินทรีย์ ผมคิดว่าราคาก็จะได้ด้วย ผมฝากท่านประธานไปยังกรรมาธิการว่าอยากขับเคลื่อนแบบนี้ ถ้าถามผมนะครับ แต่อย่างไรผมเห็นด้วยหมด อันนี้ผมเสริมเพื่อให้ท่านเพิ่มเติมในบางส่วน ที่สมควรครับ ขอบคุณครับ