พลตํารวจตรี แจงความคืบหน้าแก้ปัญหาไซเบอร์-จัดการบริษัทหลีกเลี่ยงภาษี

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๐

พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ แสดงความขอบคุณและเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะของสมาชิก พร้อมรับข้อห่วงใยไปพิจารณาปรับปรุงในรายงานทั้งสองเรื่อง ขณะเดียวกันได้ชี้แจงความคืบหน้าการแก้ปัญหาความมั่นคงทางไซเบอร์โดยการออกกฎหมายและยุทธศาสตร์ต่างๆ รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเสนอแนวทางการจัดการบริษัทเทคโนโลยีที่หลีกเลี่ยงภาษีและภัยคุกคามจากสื่อออนไลน์อย่างเป็นระบบ

พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน และเพื่อนสมาชิก ผม พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ ในฐานะกรรมาธิการ ขอบพระคุณในข้อเสนอแนะ ของเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายนะครับ สิ่งที่ท่านได้อภิปรายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ที่คณะกรรมาธิการ จะได้ไปปรับให้มีความสอดคล้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านคํานูณครับ สิ่งที่ท่านได้ห่วงใย ผมนั่งฟังก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง ก็รับข้อเสนอของท่านไปพิจารณาในรายงานทั้ง ๒ เรื่อง ทั้งเรื่องเมื่อวานนี้แล้วก็เรื่องวันนี้นะครับ

ผมขออนุญาตตอบท่านกษิตและท่านเลิศรัตน์ไปในคราวเดียวกัน สิ่งที่ท่านเป็นห่วง กรรมาธิการก็เป็นห่วงเช่นเดียวกัน เป็นเรื่องสําคัญ เป็นเรื่องความมั่นคง โดยใช้สื่อเป็นตัวทําลายความมั่นคงของชาติ ของสังคม ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้คณะกรรมาธิการ ได้ทําไปแล้วนะครับ เช่นเรื่องเครื่องมือ ก็คือกฎหมาย คณะกรรมาธิการเราได้ทํากฎหมาย ไปแล้ว ๒ ฉบับ ก็คือเรื่องพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฉบับที่ ๒ ท่านจะเห็นว่ารายละเอียดในกฎหมายคอมพิวเตอร์ แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๒ เนื้อหาส่วนใหญ่ก็คือเนื้อหาที่คณะกรรมาธิการได้มีการยกร่างแล้วก็ส่งให้รัฐบาลไปรวมกับ ร่างเดิมที่ร่างไว้ รวมทั้งตัวกระผมเองก็ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ใน สนช. เพื่อกํากับดูแลให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ อีกฉบับหนึ่งก็คือ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. .... ซึ่งหลังจาก ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ผ่านความเห็นชอบของสภาแห่งนี้ไปแล้ว และได้มีการประสานงาน กับกระทรวงดีอี (DE) ในฐานะเจ้าของร่างเดิม กระทรวงดีอี (DE) ได้เชิญตัวแทนของ คณะกรรมาธิการและรับร่างกฎหมายฉบับนี้ไปปรับ โดยยึดถือร่างของกรรมาธิการเป็นหลัก ในการพิจารณา เป็นที่น่ายินดีว่าร่างที่ปรับแล้วขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ คณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเชื่อว่าคงจะมีการส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติดําเนินการโดยเร็ว นี่คือเครื่องมือ ส่วนวิธีการปฏิบัติ ไม่ว่าเป็นศูนย์เฝ้าระวังที่กระทรวงดีอี (DE) จะต้องรับผิดชอบ คณะกรรมาธิการได้ดีไซน์ (Design) ว่าศูนย์เฝ้าระวังควรจะต้องมีระบบที่ดีอะไรบ้าง เสนอแนะไปแล้วครับ หรือเรื่องเว็บไซต์ (Web Site) การใช้สื่อออนไลน์ (Online) ที่เข้ารหัส อันนี้คือปัญหายอกอกของทุกประเทศในโลก ซึ่งไม่มีใครสามารถที่จะดําเนินการในเรื่องนี้ได้ เรามีข้อเสนอแนะ เรามีข้อศึกษาส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมขออนุญาตท่านประธาน นํารายละเอียดเรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญที่สมาชิกอยากรู้ว่าสิ่งที่เราทําจะมีผลอะไร ต่อประเทศชาติของเราในเรื่องความมั่นคง เว็บไซต์ (Web Site) ที่เข้ารหัสผมเรียนว่า เป็นปัญหายอกอกของทุกประเทศในโลก แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ประเทศไทยจะเป็น ประเทศแรกในโลกที่จัดการปัญหาเหล่านี้ได้ ถึงแม้จะไม่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เชื่อว่า เมื่อเราทําแล้วประเทศอื่น ๆ จะเอาเป็นแบบอย่างที่จะจัดการกับบริษัทที่เป็นเจ้าของ แอปพลิเคชัน (Application) เหล่านี้ที่เอาเปรียบทุกประเทศในโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษี ทุกประเทศในโลกแม้กระทั่งประเทศแม่เขาเองถูกเอาเปรียบภาษี บริษัทเหล่านี้ ไปจดทะเบียนในประเทศที่มีอัตราภาษีเป็นศูนย์ และมีการซื้อขายออนไลน์ (Online) กับตัวแทนที่อยู่ในประเทศที่มีฐานภาษีเป็นศูนย์ ฉะนั้นการซื้อขายออนไลน์ (Online) เหล่านี้ เมื่อถูกเก็บภาษีเป็นศูนย์แล้วประเทศต้นทางไม่สามารถเก็บภาษีได้ในฐานะที่มีการตกลงทํา ดับเบิล แทกซ์ อะกรีเมนต์ (Double Tax Agreement) ระหว่างกัน ซึ่งปัจจุบันนี้ประเทศต่าง ๆ ก็เริ่มดําเนินการเก็บภาษีกับบริษัทเหล่านี้ และขณะเดียวกัน กรมสรรพากรของเราก็เริ่มขยับที่จะวางมาตรการในการเก็บภาษีจากบริษัทเหล่านี้ ขอเรียนว่ารายงานฉบับนี้เป็นรายงานเชิงยุทธศาสตร์มีการบรรจุไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ แต่อย่างไรก็ตามในการจัดเข้าสู่ยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี มีระบุว่าให้รายงานฉบับนี้ทําให้เสร็จสิ้น ภายปี ๒๕๖๒ แต่คณะกรรมาธิการเราเห็นว่าปัญหาเรื่องการใช้สื่อโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สื่อออนไลน์ (Online) เป็นปัญหาที่มีความสําคัญอย่างยิ่งและเป็นภัยคุกคามต่อสังคมไทย ซึ่งต้องจัดการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เราจึงเสนอเป็นวาระปฏิรูปเร่งด่วนให้เสร็จสิ้นภายในปี ๒๕๖๐ เพิ่มเติม ฉะนั้นหลังจากรายงานฉบับนี้ เรามีรายงานที่ศึกษาลงในรายละเอียดที่เป็นการศึกษา ถึงวิธีการในการจัดการกับสื่อโซเชียลมีเดีย (Social Media) อย่างสร้างสรรค์ได้อย่างไร ก็คงเป็นไปตามแนวทางคล้าย ๆ กัน ก็คือเรากําหนดยุทธศาสตร์ กําหนดวิธีการในการปฏิบัติ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดําเนินการตามแนวทางและข้อเสนอแนะของกรรมาธิการ ขอเรียนว่าสิ่งที่ท่านประธาน สมาชิกทุกท่านมีความเป็นห่วงประเทศชาติ กรรมาธิการ ตระหนักดี เราพยายามเข้าไปศึกษา ส่งรายงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่เราพบปัญหา ก็คือการขับเคลื่อนของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องติดขัดในเรื่องระบบราชการ ซึ่งตรงนี้ คณะกรรมาธิการเราก็ได้เร่งรัดลงไปประสานงานกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเชิงปฏิบัติ เนื่องจากเราศึกษาส่งให้ แต่พอจะทําคิดเยอะก็ทําไม่ได้เสียที อันนี้คือปัญหา ขอเรียนว่าข้อเสนอแนะทั้งหลายกรรมาธิการก็ขอบพระคุณ แล้วก็จะนําไปดําเนินการปรับปรุง ในส่วนที่เกี่ยวข้องให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อสังคมต่อไป กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ