ประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ สนับสนุนการปฏิรูปสื่ออย่างสร้างสรรค์ พร้อมเสนอให้ปลูกฝังจิตสำนึกและการใช้วิจารณญาณตั้งแต่เด็กผ่านการศึกษาและบทบาทของบุคคลในภาคศาสนา โดยเน้นความจำเป็นของการเป็นแบบอย่างที่ดีและเชื่อมโยงการกำกับดูแลสื่อกับมาตรการควบคุมอย่างเป็นระบบ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิก ทุกท่านครับ ผม ประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ สมาชิกหมายเลข ๐๙๒ ผมเห็นด้วยกับทางคณะกรรมาธิการ ในการที่จะปฏิรูปสื่ออย่างสร้างสรรค์อย่างแท้จริง แต่ก็มีข้อสังเกตเช่นเดียวกัน เพราะถึงแม้สื่อ ที่มีอยู่หรือสื่อที่ใช้อยู่จะเป็นสื่อที่ไม่สร้างสรรค์ แต่ถ้าใช้อย่างสร้างสรรค์ก็จะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่ง เพราะมีสื่อเป็นจํานวนมากที่ไม่สร้างสรรค์ แต่ถ้าแนะให้มีวิธีการใช้ที่ใช้อย่างสร้างสรรค์ สื่อที่ไม่สร้างสรรค์ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ ถ้าเป็นสื่อที่ไม่สร้างสรรค์นั้นโอกาสที่จะใช้อย่างสร้างสรรค์ มีไหม มีครับ ก็อยู่ที่ผู้ใช้ แต่ตรงนี้ต้องชมว่าคณะกรรมาธิการนั้นได้เลือกสรรแล้วก็แนะ แต่สิ่งที่แนะของท่านนี้ กระผมเองยังเห็นว่ามีสมาชิกได้กล่าวแล้วเมื่อสักครู่นี้ว่าตรงนั้น ทําร่วมกับเรื่องของการกํากับได้ไหม เพราะว่าถ้าหยิบมันเหมือนแยกเป็นชิ้น ๆ แล้วก็นํามา ประกอบกันซึ่งจะประกอบเมื่อไรก็ไม่รู้ แล้วจะประกอบในลักษณะไหน ประกอบแล้ว จะดําเนินการอย่างไร เพราะฉะนั้นตรงนี้เมื่อมีการกล่าวแล้วอาจจะไปกระทบบ้างในเรื่องของ การกํากับมาตรการในการที่จะควบคุมตรงนั้น ถ้าแยกเป็นส่วน ๆ ก็จะยังไม่เห็นภาพ ก็จะขอกล่าวรวม ๆ กันไปด้วยในกรณีที่อาจจะมีการพาดพิงไปบ้าง กระผมเองดูแล้ว เมื่อสักครู่นี้ก็เห็นด้วยในเรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ ในหน้า ๑๕ ตั้งแต่ข้อ ๔ ข้อ ๕ เป็นต้นไป ตรงนั้นเห็นด้วยว่าในการที่จะดําเนินการ ซึ่งถ้าจะดูตั้งแต่ข้อ ๑ ก็เห็นด้วยนะครับ ข้อ ๑ ในหน้า ๑๕ เรื่องการสร้างแนวทางและเรื่องการปลุกจิตสํานึก ฉะนั้นเรื่องการปลุกจิตสํานึกนี้ผมคิดว่าน่าจะเริ่มตั้งแต่เด็ก ๆ ตั้งแต่เยาวชนด้วย ผ่านทาง โรงเรียนต่าง ๆ แต่ก่อนในอดีตผมว่าเขาดูแล้วสามารถตัดสินใจได้ และสามารถใช้วิจารณญาณ แม้จะมีเด็กก็ยังมีผู้ปกครองที่คอยควบคุม แล้วก็คอยแนะนําได้ แต่ปัจจุบันนี้เรื่องการศึกษานั้น ขาดไปในเรื่องของหนังสือ เรื่องศีลธรรม ซึ่งแต่ก่อนนี้มีการสอนเน้นย้ําแล้วก็มีการแนะนํา แยกแยะได้ว่าสิ่งใดควร สิ่งใดไม่ควร รวมทั้งเรื่องของหน้าที่พลเมือง แต่ปัจจุบันไปอยู่ใน สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตหรืออย่างไรก็แล้วแต่ตรงนั้นนะครับ แต่ว่าความสมบูรณ์เช่นเดียวกับอดีตนั้นเนื้อหาน้อยลงไป เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเริ่มต้นตรงนี้ เป็นการปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนได้มีจิตสํานึกและรู้ว่าสิ่งใดควร สิ่งใดไม่ควร สิ่งใดนั้น ไม่ถูกต้อง สิ่งใดนั้นถูกต้องและแยกแยะได้ อย่างน้อยดูแล้วก็สามารถเข้าใจ และสามารถที่จะ แยกว่าสิ่งใดควรนําไปใช้ต่อ สิ่งใดควรที่จะหยุดหรือว่าไม่ขยายเพิ่มออกไป อันนั้นก็เป็น ส่วนหนึ่งในการที่จะไปปลูกฝังผ่านทางสถาบันการศึกษา ถ้าหากว่าตรงนี้มีการเริ่มต้นได้ แล้วปลูกฝังไปเรื่อย ๆ ขณะนี้มีสื่อ ไม่ได้เป็นการโฆษณานะครับ เพราะว่าไม่ได้กล่าวถึง จะมีรายการช่องหนึ่งเขามีวิธีการให้คนมาซักถามกับทางพระ ก็มีพระรูปหนึ่งจะอธิบาย เรื่องคําบาลี คําสันสกฤตเกี่ยวกับทางพระ ค่อนข้างจะใช้เวลาสั้น ๆ ประมาณสัก ๑-๒ นาที ซึ่งฟังแล้วเข้าใจง่าย รวมทั้งพุทธสถานต่าง ๆ ที่สําคัญที่คนไม่เคยรู้ ไม่เคยทราบ ไม่ทราบที่มา ตรงนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งในการที่จะปลูกฝังให้มีความคิดในเชิงบวก คิดไปในทางที่ดี อันนั้น ก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ก็มีเหมือนกันว่าที่ยังไม่เป็นที่เข้าใจแม้กระทั่งบุคคลทางศาสนา ซึ่งอยู่ในข้อ ที่บอกว่าจะใช้บุคคลที่อยู่ในภาคการศาสนา อย่างข้อ ๑๔ บุคคลที่อยู่ในภาคการศาสนา ไม่ว่าจะเป็นผู้ทรงศีล พระ หรือว่าศาสนาใดก็แล้วแต่ เพราะว่าทุกศาสนานั้นสอนให้ทุกคน กระทําความดีแล้วก็ประพฤติดี ตรงนี้ใช้คําว่า บุคคลที่อยู่ในภาคศาสนาหลายแห่ง แม้กระทั่งผู้อํานวยการพุทธศาสนาจังหวัด ก็มีการกล่าวกันว่าบางครั้งท่านยังทําตัว เป็นแบบอย่างที่ดีหรือเปล่า เพราะว่าท่านไปเติมน้ํามันเอง รถของทางราชการให้ใช้ดีเซล แต่ท่านไปแปลงสภาพเป็นใช้เบนซินหรือใช้แก๊สโซฮอล์แล้วก็ปรับ เท่านั้นยังไม่เพียงพอ มีการปรับออกไปด้วยว่าไปใช้กับรถยนต์ส่วนตัว ฉะนั้นพอคนรู้เข้า นี่คือบุคคลทางภาค ศาสนา อันนี้ก็ส่วนหนึ่ง ยังมีส่วนทางภาคศาสนาอีก ผมเองจะไปหลายแห่งในส่วนที่ เป็นสถานที่ออกกําลังกาย ไม่ว่าจะเป็นสวนลุมพินี หรือว่าสวนเฉลิมพระเกียรติตรงจตุจักร หรือว่าพุทธมณฑล ตรงพุทธมณฑลเป็นแหล่งศาสนาเหมือนกัน แล้วบุคคลที่ดูแลก็คือบุคคล ที่อยู่ในภาคศาสนา แต่ปล่อยให้คนที่มาจากที่อื่นเข้าไปเดินแล้วเขาสอบถามเหมือนกัน เห็นปล่อยให้รถเข้าไปวิ่งบนถนนที่ใช้เป็นสถานที่เดินออกกําลังกาย แล้วรถก็เข้าไป เต็มหมด เมื่อวานผมได้คุยกับท่านพนมซึ่งอดีตท่านเคยดูแลในส่วนนี้ ท่านก็บอกว่า เดี๋ยวท่านจะช่วยอีกทางหนึ่ง อันนั้นก็เป็นบุคคลทางภาคศาสนา จะเห็นได้ว่าตรงนี้ต้องเป็น แบบอย่างที่ดีอย่างเคร่งครัดแล้วก็อย่างเข้มงวดด้วย แล้วตนเองนั้นอยู่ในจุดที่บุคคลทั่วไป เขาเฝ้าจับตามอง เพราะฉะนั้นจึงต้องทําเป็นตัวอย่าง ที่กล่าวนี้ก็จะย้อนกลับไปตรงที่ว่า ผมคุยกับท่านรองประธานกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง เพราะว่าท่านเก่งจริง ๆ ยอมรับว่าท่านเก่ง เรื่องเทคโนโลยีแล้วท่านก็รู้ เหมือนกับที่ท่าน พลเอก เลิศรัตน์สงสัย ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านกล่าวว่าเว็บไซต์ (Web Site) ตรงนี้จะปิดกั้นอย่างไร เพราะท่านเห็น ท่านบอกว่าไวมาก ๆ แต่ในความเป็นจริงเว็บไซต์ (Web Site) ที่แพร่ออกมามันออกทั่วไปหมดแล้ว แล้วไม่สามารถปิดกั้นได้ ท่านบอกว่ามีความไวในการเฝ้าติดตามและเก็บข้อมูล ผมก็ห่วงตรงนี้ เหมือนกันว่าท่านเชิญทางผู้แทนของกูเกิล (Google) เข้ามา ตรงนั้นจะเข้ามาดําเนินการ ได้มากน้อยเพียงใด เมื่อเขาเองรับปากแล้วในอนาคตเขาจะดําเนินการตามที่ได้รับปาก มากน้อยแค่ไหน มีข้อผูกพันอย่างไรในการที่จะดําเนินการ เพราะตรงนี้ผมว่าดําเนินการ ด้วยมาตรการทางกฎหมายอย่างเดียวไม่เพียงพอหรอก การปลูกฝังนั้นเห็นด้วย แต่การปลูกฝังอย่างไรนั้นควรที่จะมีการปรับแก้ การที่มีมาตรการในหน้า ๑๗ เรื่องกระบวนการตรวจสอบและประเมินผล มาตรการในการตรวจสอบก็เป็นส่วนหนึ่ง เป็นไปได้ไหมครับว่าที่มอบให้ทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันนี้แยกเป็น ๒ ส่วน เป็นของโทรคมนาคมส่วนหนึ่ง เป็นของวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ส่วนหนึ่ง ในอนาคตซึ่งจะรวมกัน และชุดนี้ก็ใกล้ที่จะ หมดวาระแล้ว ฉะนั้นถ้าจะปรับเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ในการรายงานแต่ละปีของคณะกรรมการ ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐ มีความเป็นอิสระในการที่จะบริหารงานก็จริงอยู่ แต่ควรที่จะให้มา รายงานกับทางสภาซึ่งวุฒิสภาเป็นผู้แต่งตั้ง แล้วนําภาคเอกชนให้เข้ามาร่วมสะท้อนปัญหา อย่างน้อยปีละ ๒ ครั้งได้ไหม เพื่อเป็นการปลูกฝังและจะได้แก้ปัญหาได้เร็วขึ้น รายงานกับทาง วุฒิสภาเพื่อให้วุฒิสภาซักถาม แต่ขออย่างเดียวว่าอย่ามอบตัวแทนมา เมื่อมอบตัวแทนมา เขาบอกว่าจะกลับไปรายงาน เหมือนเดิมที่ผมเคยกล่าวไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ว่าตรงนั้นโอกาสที่ เป็นมรรคเป็นผลจะเกิดขึ้นยากเนื่องจากผู้ที่รับผิดชอบแท้จริงไม่ได้มารับปัญหาด้วยตนเอง เมื่อถึงเวลาก็ไม่ได้รับปัญหานั้นกลับไปอีก ตรงนี้ถ้าจะแก้เป็นกติกาหรือแก้เป็นกฎหมาย บังคับเลยว่าในแต่ละปีหรือแต่ละครึ่งปีนั้นต้องมารายงานผลกระทบ เพราะภาพต่าง ๆ มันมีปัญหาออกมา ไม่ว่าจะเป็นภาพทารุณกรรม ภาพไม่สมควร ภาพลามกอนาจาร ซึ่งถ้าใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ จําเป็นจริง ๆ ว่าสื่อที่ใช้ จะดูแลอย่างไร ปลูกจิตสํานึกได้มากน้อยแค่ไหน แล้วก็ควบคุม คือผู้ใช้สื่อเองก็ต้องยอมรับว่า เขามุ่งเรื่องของธุรกิจเป็นหลัก เรื่องการประกอบการก็มุ่งถึงผลกําไรในการที่จะไขว่คว้า ให้ได้มา เพราะฉะนั้นก็จําเป็นว่าทําอย่างไรที่จะจูงใจให้มีคนดู เพราะช่วงเวลาอะไรต่าง ๆ ตรงนั้นก็ไม่มีการควบคุม ขอนิดหนึ่งครับท่านประธาน ลองดูภาพหลังเที่ยงคืนสิครับ บรรดาภาพที่ไม่สมควรต่าง ๆ เต็มไปหมด แต่ภาพที่ไม่สมควรปัจจุบันนี้มีการเก็บแม้กระทั่ง คดีที่ขึ้นสู่ศาลแล้ว ซึ่งปัจจุบันนี้ทางศาลยุติธรรมมีการใช้ระบบต่าง ๆ ทันสมัยแล้วเก็บภาพ ภาพที่ดูแล้วน่าหวาดกลัวทางศาลก็เก็บไม่แพร่ออกมา เช่นภาพที่แย่งโทรศัพท์แล้วปาดคอ แต่ก็นํามาให้กรรมาธิการยุติธรรมดู ตรงนี้มีความเหมาะสมไหม เพื่อใช้ประกอบ ในการพิจารณาว่ากระบวนการยุติธรรมไปถึงตรงนั้นแล้วแต่ว่าก็แยกแยะได้ ระดับผู้ใหญ่สามารถใช้วิจารณญาณได้ แต่เด็กหรือเยาวชนตรงนี้จะทําอย่างไร ก็ฝากทาง ท่านกรรมาธิการนะครับ ก็เห็นด้วยในการที่จะปฏิรูปการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ ขอบคุณครับ