ธรรมศักดิ์ เปิดวงหารือสื่อดิจิทัล-เสนอทบทวนข้อเสนอ 16 ข้อให้เข้าใจง่าย

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๐

ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ หารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสื่อในยุคดิจิทัลและผลกระทบต่อสังคมไทย โดยเน้นความสำคัญของสื่อสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและหน้าที่พลเมือง พร้อมเสนอให้มีการจัดทำกลไกกำกับสื่อออนไลน์อย่างเป็นระบบ และทบทวนข้อเสนอทั้ง 16 ข้อให้เหลือเพียง 4-5 ข้อเพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นรูปธรรมในการพัฒนาสังคม รวมถึงการพิจารณากรอบค่านิยม ประเพณี ศาสนา และการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างรอบด้าน

ศาสตราจารย์ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพอย่างสูง กระผม ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ เลขที่สมาชิก ๐๖๙ ก่อนอื่นผมขอขอบพระคุณที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้นําเรื่องที่เป็น ประโยชน์ต่อการรับรู้ของสังคมไทยเป็นอย่างมาก ผมเองอยากจะเห็นว่าในสภาพปัจจุบันนี้ การขับเครื่องบินเอฟ ๑๖ (F16) ของท่านประธานไม่พอ เพราะว่าเรื่องทั้งหมดเร็วมาก แล้วเราอยู่ในช่วงของเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างจะสูง คือทุกอย่างเป็นเวลาเดียวกันหมด เขาจะหลับจะนอนที่ไหนก็แล้วแต่ทั่วโลก ตอนนี้เที่ยงบ้านเรา แต่เที่ยงคืนที่สหรัฐอเมริกา หรืออาจะเป็นตอนเช้าที่อังกฤษ แต่เรื่องต่าง ๆ ถึงกันหมดแล้วครับ คือในสภาวะที่เป็นเวอร์ชวล (Virtual) ที่เราพูดกันสภาพเสมือนจริง แต่ลึกซึ้งกว่านั้นมีคําพูดใหม่ที่ใช้กันมาแล้ว ๒ ปี คือซิงกูลาริทาเรียน (Singularitarian) ไม่ใช่ฮิวแมนิทาเรียน (Humanitarian) คนถูกอิมแพลนต์ (Implant) หรือถูกใส่ข้อมูลทั้งชิป (Chip) ทั้งอะไรอยู่ในบุคคลที่เป็นชีวิตอย่างนี้ละครับ แต่ว่าทุกอย่างโทรศัพท์มือถือมันไม่มี ฉะนั้นการที่ประธานและคณะกรรมาธิการชุดนี้ นําเรื่องนี้ขึ้นมาเสนอผมว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่เป็นการเตรียมการที่อาจจะไม่ทันทั้งหมด ที่ผมบอกว่าไม่ทันคือว่าเราเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาฉบับนี้ที่รับรองไปแล้ว มีพระราชบัญญัติ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ปี ๒๕๕๘ ที่เขียนไว้ มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก ดีตามที่คณะกรรมาธิการเป็นห่วงหรือไม่ คนทั่วไปไม่สําเหนียกหรอกครับว่าเราควรทําหน้าที่อะไร รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนมาตรา ๓๔ ไว้ซึ่งหลายท่านก็อ่าน แต่ถ้าอ่านแล้วบรรทัดที่ ๓ จะบอกว่า ยกเว้นอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เราต้องใช้ข้อมูลนี้ด้วย ไม่ใช่ว่าสิทธิเสรีภาพในการพูด การเขียน การทําทุกอย่าง อ่านเฉพาะ บรรทัดแรก แต่บรรทัดที่ ๓ บรรทัดที่ ๔ ไม่อ่าน มันขัดแย้งกับความสงบอันดี ศีลธรรมอันดี ของประชาชนหรือเปล่า จากนั้นถ้าหากว่าไปอ่านที่หมวด ๔ หน้าที่ของปวงชนชาวไทย ข้อ ๑ พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อ ๒ ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ข้อ ๓ เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ จะเห็นว่าหน้าที่ ข้อ ๑ ข้อ ๒ มาก่อนผลประโยชน์ของภาคเอกชนหรือตนเอง การใช้จ่ายในภาคบริษัท อะไรทั้งหลายเพื่อธุรกิจก็จริง แต่ต้องไม่ขัดกับหน้าที่ของความเป็นประชาชนชาวไทย ในมาตรา ๕๐ ผมเองอยากจะเรียนว่าการนําเสนอประเด็นเหล่านี้ของคณะกรรมาธิการในวันนี้ เป็นเรื่องที่ดีมาก เรามีหน้าที่ในการขับเคลื่อน เสนอแนะข้อมูลการขับเคลื่อนเพื่อไป ทําแผนขั้นตอนยุทธศาสตร์ซึ่งจะต้องทําให้เสร็จภายใน ๓ เดือน แล้วก็อาจจะมีการไป ขับเคลื่อนเพิ่มเติมอีกในชุดกรรมการต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงที่ สปท. หมดอายุไป คณะกรรมการชุดใหม่ก็ขึ้นอยู่กับมาตรา ๗๕ หรือมาตรา ๒๕๙ ที่อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะฉะนั้นการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดสื่อออนไลน์ (Online) ที่ดี สื่อออนไลน์ (Online) ที่มีคุณภาพ ผมเองก็ชื่นชมคณะกรรมาธิการที่นําเสนอข้อมูลทั้งหมด ๑๖ ข้อด้วยกัน ในการเสนอแนะแนวทางการขับเคลื่อนตามเอกสารที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอ ในหน้า ๑๕ เป็นต้นไป แนวทางการขับเคลื่อนทั้งหมด ๑๖ ข้อพูดอย่างกว้าง ๆ ผมว่า ถ้าเป็นไปได้เราก็ควรจะนําข้อมูลเหล่านี้ไปให้คณะกรรมการชุดขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ สร้างกติกาหรือกลไกขึ้นมาให้ชัดเจนว่ามีข้อไหนที่ควรจะทําให้สื่อสร้างสรรค์เหล่านี้ส่งเสริม และไม่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญในมาตรา ๕๐ และคนไทยทุกคนก็ควรจะมีหน้าที่ ผมยกตัวอย่างอย่างนี้นะครับ สิ่งที่ผมต้องการอยากนําเสนอก็คือว่าเราควรจะให้ สื่อสร้างสรรค์ทุกรูปแบบ ทั้งสื่อหลัก สื่อออนไลน์ (Online) จะมาในรูปแบบไหนก็แล้วแต่ ภายใน ๕ ปี ๑๐ ปี เปลี่ยนหมดครับ พอควอนตัมคอมพิวเตอร์ (Quantum Computer) เริ่มใช้งานได้แล้วก็มีการใช้ประโยชน์กันจริง ๆ จัง ๆ ทุกอย่างจะเปลี่ยนอีก เปลี่ยนโดยที่เรา นึกไม่ถึงว่าจะเปลี่ยนอย่างไร ผมอยากจะย้ําประเด็นนี้ว่าหลักการทั่ว ๆ ไปในการสื่อสาร ท่านเรียนการสื่อสารมาคงจะรู้ดี แต่ผมอยากจะเรียนว่าผลกระทบต่อสังคมไทย ณ ปัจจุบันท่านเห็นไหมครับ ข่าวไม่กี่วันที่ผ่านมา บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวข้องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเรื่องข่าวทั้งหลาย ไม่ว่าทางเหนือสุด ทางใต้สุด หรือตรงที่ปทุมธานีอะไรก็แล้วแต่ บุคคลเกี่ยวข้องเยอะ แต่มีการสืบสวนสอบสวน ขึ้นบนทีวี (TV) เรียบร้อยแล้วคนเหล่านั้นเสียหายไหมครับ ผมไม่เอ่ยนามใคร แต่ว่าเหตุการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นจริงหรือเท็จไม่ทราบ ดังนั้นสื่อควรจะพิจารณาด้วยว่าอะไรคือความจริง อย่าเสนอข้อมูล ความคิดเห็นที่ตัวเองสอบสวนกันหน้าจอทีวี (TV) หรือสอบสวนกันในออนไลน์ (Online) ทั้งหลาย เรื่องจริงหรือไม่จริงมากน้อยแค่ไหนต้องชัดเจนแล้วก็ต้องเป็นธรรม เพราะฉะนั้น คณะกรรมการชุดนี้ที่จะตั้งขึ้นมาผมเองก็เห็นว่ามีความจําเป็น เพราะว่าวิญญูชนอย่างประเทศไทย คนไทยทั้งหมดวิญญูชนแค่ไหน จบปริญญาตรีใช่ไหม ไม่จบการศึกษาใช่ไหม หรือจบการสื่อสาร จบครูแล้วมาทําสื่อสารอย่างนี้มันไม่เหมาะ เพราะฉะนั้นการที่มีคณะกรรมการกลางมาดู ต้องดูว่าการสื่อสารของเขาเป็นจริงและเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน ที่สําคัญคือไม่เป็นอันตราย ต่อผู้รับข่าวสาร ฟังแล้วเศร้าใจ เสียใจ ดูสิครับ เสนอข่าวขึ้นมาทําลายสถาบันศาสนา ทําลาย สถาบันการศึกษา สมควรที่จะเผยแพร่สิ่งเหล่านี้เพื่อทําลายสถาบันเหล่านี้หรือไม่ อย่างนี้ มันเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีและเชิงลบ ผมเองอยากจะเห็นอีกข้อหนึ่งก็คือว่าคณะกรรมการควรจะหา ขั้นตอนหรือการขับเคลื่อนที่เหมาะสมว่าผลกระทบเหล่านี้เยาวชนไทยคนรุ่นใหม่เขาถูกเลี้ยงดู ด้วยไอแพด (iPad) จะสังเกตได้เลยนะครับ พ่อแม่ทิ้งไอแพด (iPad) ทิ้งโทรศัพท์มือถือให้ลูกเล่น แล้วลูกสามารถเข้าสู่ข้อมูลเหล่านี้ได้ เขารู้ เขาจะฟังความคิดเห็น คําเสนอแนะที่ดีจากพ่อแม่ หรือไม่ ไม่มีคนบอกเขา เพราะฉะนั้นการตัดสินใจทั้งหลายเยาวชนได้รับการกระทบกระเทือน จากสื่อออนไลน์ (Online) อย่างรวดเร็วและกะทันหันมาก แล้วที่สําคัญทุกคนก็เห็นว่าเกมต่าง ๆ ที่พูดกันที่เห็นกันต้องฆ่าเพื่อให้ได้คะแนน ต้องกําจัดเพื่อให้ได้คะแนน อันนี้ต้องกําจัดให้หมด เพราะเป็นของที่ไม่ดีต่อสังคมเป็นอย่างมากเลย

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมเห็นว่าน่าจะพิจารณาเพิ่มเติม ก็คือเราจะต้องพิจารณา ถึงกรอบธรรมเนียมประเพณีที่ดีของไทยเราด้วย ของศาสนาด้วย แล้วกฎ ระเบียบต่าง ๆ คือคนไทยไม่สนใจกฎ ระเบียบ ออก พ.ร.บ. มาปี ๒๕๕๘ ดูสิครับ มีการเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า ไม่มี ณ วันนี้เรากําลังจะพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง ผมจึงเห็นว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ทํางาน ค่อนข้างสําคัญ ก็ต้องชื่นชมท่านคณิตกับทีมงานว่า ๑๖ ข้อที่ท่านได้เรียบเรียงออกมานั้น ผมว่าต้องทําให้ขึ้นอยู่ในกรอบ ๔-๕ ข้อที่ผมนําเสนอแบบนี้ จะเห็นว่าเราเอาแค่นี้ จะพอไหม ทําให้สังคมเราดีขึ้นหรือเปล่า ก็ขอชื่นชมแล้วขอขอบคุณมากครับ