ประกาศิต กายะสิทธิ์ ชี้แจงและวิเคราะห์ประเด็นการจ้างงาน แรงงานในระบบและนอกระบบ พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปเพื่อรองรับสังคมสูงวัย โดยเน้นการขยายอายุเกษียณ การจ้างงานต่อเนื่อง และการปรับปรุงกฎหมายแรงงานและประกันสังคมเพื่อคุ้มครองแรงงานสูงอายุ รวมถึงการสร้างศูนย์หางานเฉพาะกลุ่มและการพัฒนาทักษะอย่างเหมาะสม ทั้งยังเรียกร้องให้มีนโยบายสนับสนุนการจ้างงานผู้สูงอายุอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติของชีวิตการทำงาน
กราบเรียน ท่านประธานท่านสมาชิกสภาที่เคารพครับ ผมขออนุญาตดําเนินการให้ข้อมูลต่อจากที่ ท่านวิเชียรได้นําเสนอไว้นะครับ จากเอกสารสรุปรายงานการประชุมจะเป็นหน้า ๕ อันนี้ จะเป็นการสรุปรูปแบบของการจ้างงานที่ท่านวิเชียรได้นําเสนอในเบื้องต้นไปแล้ว ทีนี้ในส่วนตัวผมอยากจะขออนุญาตกล่าวถึงที่มาที่ไปว่าทําไมเราจึงถูกประเมินว่าน่าจะ มีการจ้างงานอยู่สัก ๔ รูปแบบ ขออนุญาตกลับไปทางสไลด์พรีเซนเทชัน (Slide Presentation) รูปที่เป็นกราฟที่ค้างไว้เมื่อสักครู่ ถ้าจากรูปที่เป็นกราฟท่านจะเห็นได้ว่าสภาพตลาดแรงงาน ณ ปัจจุบัน อันนี้คือตลาดแรงงาน ณ ปัจจุบันเลยว่าตัวกลุ่มของคนทํางานจริง ๆ แล้ว สามารถแบ่งได้ประมาณ ๕ กลุ่มด้วยกัน
กลุ่มแรก เส้นสีแดงข้างล่างคือกลุ่มที่เป็นข้าราชการ พอเข้าสู่ระบบข้าราชการ ตั้งแต่อายุสัก ๒๐ ปีกว่า ๆ จํานวนหรืออัตราสัดส่วนของตลาดแรงงานไม่ค่อยเปลี่ยนเท่าไร จนกระทั่งถึงอายุสัก ๕๕ ปีก็จะเกษียณเออร์ลี (Early) ออกไป แล้ว ๖๐ ปีก็เกษียณอายุ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าไม่ค่อยกระทบกับตลาดหรืออัตรากําลังคนในสภาพของกําลังแรงงาน สักเท่าไร
กลุ่มที่ ๒ ที่น่าสนใจก็คือเส้นสีเขียว เส้นสีเขียวก็คือตัวที่เราเรียกว่าเป็น กลุ่มลูกจ้างหรือกลุ่มแรงงานในระบบ กลุ่มแรงงานในระบบมีประมาณ ๑๐ ล้านคน จะเห็นได้ว่าแรงงานในระบบเริ่มทํางานตั้งแต่ ๑๐ ปีกว่า ๆ ไปจนถึง ๒๐ ปีต้น ๆ แล้วที่ น่าสนใจคือช่วงอายุประมาณสัก ๓๐-๓๕ ปี จะเห็นว่ากราฟสีเขียวเริ่มตกลง หมายความว่า แรงงานในระบบจํานวนพอสมควรเลยทีเดียวมีการไหลออกไปสู่แรงงานนอกระบบ คือออกไปประกอบอาชีพอิสระบ้าง มีสาเหตุหลาย ๆ ประการ อย่างเช่นเงื่อนไขหนึ่งของ ประกันสังคมก็คือถ้าหากว่าเราส่งประกันสังคมไปสัก ๑๕ ปี จะเข้าสู่สเตป (Step) ของการได้บํานาญชราภาพ หมายความว่าถ้าออกจากประกันสังคมก่อนอายุ ๑๕ ปี ก็มีโอกาสที่จะได้เงินก้อนไปลงทุนอะไรบางอย่าง ก็จะมีแรงงานในระบบส่วนหนึ่งเหมือนกัน ที่มีความคาดหวังว่าจะได้เงินก้อนออกไปทํางานก็จะออกจากระบบตั้งแต่ ๓๐ ปีกว่า ๆ คือถ้าทํางานตั้งแต่ ๒๐ ปี พอสัก ๓๕ ปีก็จะครบตามเงื่อนไขแล้วก็ได้เงินก้อนออกมา จะเห็นว่ากราฟสีเขียวตกลงไปเรื่อย ๆ แล้วอีกส่วนหนึ่งอาจจะมาในเรื่องของตลาดแรงงานเอง ที่ต้องการแรงงานรุ่นใหม่ เรื่องของโพรดักทิวิตี (Productivity) ด้วย เพราะฉะนั้นจะไหล ออกไปเรื่อย ๆ จะเห็นว่าดิ่งลงมาจนกระทั่งถึงช่วงที่อายุ ๖๐ ปี ๕๐ ปีกว่า ๆ จริง ๆ แค่ประมาณไม่กี่เปอร์เซ็นต์ อาจจะอยู่แค่ประมาณสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของกําลังแรงงาน
กลุ่มที่ ๓ ที่อยากให้วิเคราะห์เป็นพิเศษ เส้นสีน้ําเงินที่เชิดขึ้นอันนั้นคือแรงงาน นอกระบบ จะเห็นแรงงานนอกระบบอยู่ที่ ๒๔ ล้านคน เป็นจํานวนขนาดใหญ่
กลุ่มที่ ๔ จะเห็นว่าจากเส้นสีเขียวที่เริ่มดร็อป (Drop) ลง เส้นสีน้ําเงิน ก็จะสูงขึ้น กลุ่มนี้คือกลุ่มที่มีความจําเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพราะถ้าเป็นในระบบ เรื่องเงินออมถึงจะไหลออกไปสู่ภายนอกก็ยังมีฐานเงินอยู่พอสมควร แต่เส้นสีน้ําเงิน จะไม่มีอะไรเลย
เพราะฉะนั้นจากการวิเคราะห์โพรไฟล์ (Profile) เรื่องของการจ้างงานตรงนี้ ก็นํามาสู่รายงานข้อเสนอการจ้างงานออกเป็น ๔ กลุ่มด้วยกัน เพราะจะเห็นว่าบางนโยบาย ของรัฐบาลที่ได้กรุณาในเรื่องการขยายอายุเกษียณ ท่านก็จะเห็นว่าพอเราพูดเรื่องของ การขยายอายุเกษียณจะได้แค่เส้นสีแดงปลาย ๆ แล้วก็เส้นสีเขียวปลาย ๆ เท่านั้นเอง คือเป็น สัดส่วนประมาณสัก ๑ ใน ๕ ของกําลังแรงงานทั้งหมด เพราะฉะนั้นข้อเสนอหรือรายงาน ที่นําเสนอสภาในที่นี้จะเป็นการคํานึงถึงภาพใหญ่ของก้อนแรงงานทั้งระบบ
สไลด์ (Slide) ต่อไป ตัวนี้จะเป็นการวิเคราะห์ว่า ณ ปัจจุบันทางรัฐบาล ได้มีนโยบายอะไรบ้าง แล้วสามารถที่จะทํารายงานข้อเสนอแนะเสริมจากตรงนี้ได้อย่างไร
ข้อแรก เรื่องของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานตัวใหม่ที่ทางกระทรวงแรงงาน กําลังดําเนินการอยู่ก็คือต่อไปขอให้กําหนดระบุเกษียณไว้ที่ ๖๐ ปี อันนี้จะมีประเด็นนิดหนึ่ง ก็คือว่าถ้าหากมีการกําหนดอายุเกษียณไว้ในสัญญาจ้างงาน พอทํางานไปถึงอายุเกษียณแล้ว ลูกจ้างจะได้สิทธิประโยชน์เป็นเงินตอบแทนออกมาเหมือนกับการเลิกจ้าง ก็คือทํางานมา ๑ ปี ๓ ปี เกินกว่า ๕ ปี เกินกว่า ๘ ปี จะมีกฎหมายรองรับอยู่ว่าเขาจะได้ค่าชดเชยเท่าไร แต่ถ้าหากว่าไม่มีการกําหนดจะทํางานไปเรื่อย ๆ พอหมดสัญญาหรือลูกจ้างลาออกไปก็คือ ออกไปเลยโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนตรงนี้ ทางกระทรวงแรงงานก็มีแนวคิดว่าถ้าอย่างนั้น ให้ระบุเป็นดีฟอลต์ (Default) ไว้เลยว่าถ้าไม่เขียนให้กําหนดที่ ๖๐ ปี อันนี้ก็จะช่วยได้ พอแรงงานไหลออกมาตามอายุเกษียณก็จะได้เงินก้อนหนึ่งเป็นเงินชดเชย
ข้อ ๒ เรื่องของประกันสังคม เช่นเดียวกันอย่างที่เรียนว่า ณ ปัจจุบัน ประกันสังคมติดแคป (Cap) ติดเพดานอยู่ ๒ ตัว ตัวแรกก็คือเรื่องของระยะเวลา ถ้าหากว่า เป็น ๑๕ ปีขึ้นไปก็จะกระโดดเข้าสู่ระบบบํานาญชราภาพ หรืออีกอันหนึ่งก็คืออายุ ๕๕ ปี ตัวนี้จําเป็นที่จะต้องมีการขยายออกไปทั้ง ๒ ส่วนเลย ส่วนแรกก็คือตัว ๑๕ ปี เอาเป็น เกินกว่าได้ไหม จริง ๆ แล้วอย่างที่เรียนว่าถ้าผมเริ่มทํางานเร็วในระบบอายุสัก ๒๐ กว่าปี อายุ ๓๕ ปี เข้าสู่เกณฑ์แล้ว หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่เงื่อนไขของตัวที่บางท่านอยากได้เงินก้อน ออกมา ทีนี้ถ้าเรายืด ๒ ตัว ยืดระยะเวลาด้วยว่าเกินกว่า ๑๕ ปี อาจจะเป็นโดยสมัครใจ ก็แล้วแต่ อีกก้อนหนึ่งก็คือตัวที่รับสิทธิประโยชน์ให้ขยับจาก ๕๕ ปี เป็น ๖๐ ปี อันนี้ก็จะ ช่วยได้
ถัดมาจะเป็นตัวมติ ครม. ล่าสุดเรื่องที่สามารถจะหักรายจ่าย ถ้าเราจ้างงาน ผู้สูงอายุสามารถที่จะหักเป็นรายจ่ายได้ ๒ เท่า อันนี้ก็จะมีข้อสะท้อนจากกลุ่มวิชาการที่เราไปทําเวทีอยู่ก็คือว่าไม่อยากจะให้จํากัดตัวค่าจ้าง เอาไว้ที่ ๑๕,๐๐๐ บาท คือจริง ๆ แล้วระดับฝีมือแรงงานมีหลายระดับ แต่ถ้าสมมุติว่า เรากําหนดเฉพาะที่จะไปเคลม (Claim) ภาษีได้ ๒ เท่าคือส่วนที่ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาทเท่านั้น อันนี้จะเกิดข้อจํากัดบางอย่างว่าถ้าอย่างนั้นแรงงานมีฝีมืออาจจะไม่ได้ ถ้ารัฐบาลคิดว่า ไม่ควรที่จะไปหักภาษีเกินเรากําหนดเป็นเพดานการหักน่าจะดีกว่า ก็คือหักภาษีได้ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ว่าในส่วนของค่าจ้างอันนี้ก็น่าจะแล้วแต่ระดับของฝีมือแรงงาน
ถัดมาก็จะเป็นเรื่องของกระทรวงแรงงาน มีเรื่องของการจัดสร้างศูนย์หางาน ผู้สูงอายุ ทางด้านของประชารัฐเพื่อสังคม ตัวอี ๖ (E6) ก็มีการสนับสนุนนโยบายอันนี้ออกมา แล้วท้ายที่สุดสมัชชาผู้สูงอายุปี ๒๕๖๐ ก็มีการทําข้อเสนอส่งเข้า ครม. เช่นกัน
ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ถัดไป จากตัวแผนอันนี้เป็นการทํางานที่ต่อเนื่อง จริง ๆ แล้วการทํางานอันนี้เป็นวาระการปฏิรูประบบเพื่อรองรับสังคมสูงวัย เป็นวาระปฏิรูป จาก สปช. วาระที่ ๓๐ จะมีการทําในหลายมิติ สําหรับทําในเรื่องของการจ้างงานก็ได้มี การไปทํางานต่อแล้วก็ออกมาเป็นแผนกลยุทธ์ด้านการจ้างการทํางานของผู้สูงอายุ ระยะที่ ๑ ปี ๒๕๕๙ ถึงปี ๒๕๖๓ ตัวนี้เป็นผลงานวิจัยของคณะประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วทางกระทรวงแรงงานก็นําแนวปฏิบัติอันนี้ในการที่จะปรับแก้ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องบางตัว
สไลด์ (Slide) ต่อไป จากกลยุทธ์เบื้องต้นที่เรียนว่าเราทํางานวิจัยได้หนังสือ ออกมาเล่มหนึ่งสามารถแบ่งออกได้ ๕ กลยุทธ์ด้วยกัน กลยุทธ์แรก ก็คือเรื่องของการกระจายงาน สู่ชุมชน ณ ปัจจุบันแรงงานหนุ่มสาวจะเข้ามาทํางานในเมือง ในชุมชนหรือที่บ้านในชนบท จะเหลือแต่ผู้สูงอายุกับเด็ก เราเรียกว่าเป็นสังคมฟันหลอ สังคมแหว่งกลาง เพราะฉะนั้น พาร์ต (Part) หนึ่งของการกระจายงานไปสู่บ้านหรือชุมชน จะทําให้แรงงานรุ่นใหม่อยู่กับพื้นที่ แล้วตัวผู้สูงอายุก็สามารถที่จะช่วยทํางานตรงนั้นได้ด้วย กลยุทธ์ที่ ๒ เรื่องของขยาย อายุเกษียณราชการ อันนี้ทาง ก.พ. ก็ได้ดําเนินการอยู่ กลยุทธ์ที่ ๓ เรื่องของการจ้างงาน ต่อเนื่อง อันนี้นําไปสู่ข้อเสนอของเรา กลยุทธ์ที่ ๔ การจ้างงาน อาชีพที่เหมาะสมกับวัย ประสบการณ์ทํางาน และสมรรถนะทางร่างกาย อันนี้จะอยู่ในข้อเสนอข้อใหญ่ข้อที่ ๒ เดี๋ยวจะนําเรียนต่อไป กลยุทธ์ที่ ๕ เรื่องของการสร้างฐานข้อมูล อันนี้ก็จะเป็นระบบ สนับสนุนที่มีความจําเป็นเช่นกัน เพราะต่อไปเรามีความจําเป็นที่จะต้องทราบว่าผู้สูงอายุ มีความต้องการงานประเภทใด และตัวเองมีความรู้หรือสภาพความพร้อมเหมาะสมกับงาน แบบไหน
ขออนุญาตไปสู่รูปแบบของการจ้างงานที่นําเสนอเลย อันนี้คือ ๔ รูปแบบ ที่ทางด้านกรรมาธิการได้เสนอไป
ข้อ ๑ การจ้างงานกลับเข้ามาใหม่ เรื่องของการขยายอายุเกษียณว่าด้วย เรื่องของแรงงานในระบบ เพียงแต่ว่าอยากให้เขากลับเข้ามา เช่นเคยกําหนดเกษียณอายุไว้ที่ ๕๕ ปี ทําอย่างไรที่เขาออกไปแล้วจะสามารถกลับหรือจ้างงานต่อเนื่องได้ จะเป็นปีต่อปีก็ได้ อันนี้ก็แล้วแต่
ข้อ ๒ ขยายอายุเกษียณไปเลย จากกําหนดไว้ ๕๕ ปี ขยายเป็น ๖๐ ปี ๖๐ ปี ขยายเป็น ๖๕ ปี ขยายอายุขึ้นไปเลย อันนี้จะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ ตัวด้วยกันคือ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน แล้วก็ พ.ร.บ. ประกันสังคม อย่างที่เรียนนะครับ ประกันสังคม จะเกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์แล้วก็สัดส่วนของเงินทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้างที่ต้องส่งเข้าไป สําหรับ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานก็จะเป็นลักษณะที่ว่าผู้สูงอายุอาจจะไม่สามารถทํางานได้ เต็มกะ เต็ม ๘ ชั่วโมง หรือว่าตามระเบียบปกติได้ อันนี้ก็ต้องมี พ.ร.บ. คุ้มครองที่ตัดส่วน แยกออกมา รวมถึงเรื่องของสวัสดิการและค่าจ้างด้วย สําหรับข้อ ๑ กับข้อ ๒ ตัวแรงงาน ที่จะได้รับประโยชน์จากที่ผมเรียนตอนต้นเป็นภาพโพรไฟล์ (Profile) ของแรงงานในระบบ นอกระบบ จํานวนผู้ที่ได้รับผลจากการส่งเสริมตรงนี้จะอยู่ที่ประมาณ ๕๒๐,๐๐๐ กว่าคน ข้อมูลอันนี้มาจากประกันสังคมแรงงานในระบบปี ๒๕๕๘ โดยนับจากอายุ ๕๕ ปีขึ้นไป
ข้อ ๓ อันนี้จะว่าด้วยเรื่องของตัวที่เป็นแรงงานนอกระบบ ก็คือการจ้างงาน สําหรับรูปแบบที่ยืดหยุ่น ตัวที่เกี่ยวข้องคล้าย ๆ กันก็จะมีในเรื่องของประกันสังคมแล้วก็ พ.ร.บ. ผู้รับงานไปทําที่บ้านปี ๒๕๕๓ เมื่อก่อนนี้มีเรื่องของการดูแลเป็นพิเศษก็คือเรื่องของ สตรีที่มีครรภ์ท้องอยู่ แล้วก็เรื่องของเด็กที่เขาคุ้มครองเป็นพิเศษ อันนี้ถ้าเกิดเราส่งเสริมทางด้านการจ้างงาน ผู้สูงอายุด้วยก็คิดว่าน่าจะมีข้อเสนอเจาะลงไปในเรื่องของการคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้านด้วย
ข้อ ๔ จะว่าด้วยเรื่องของการจ้างแรงงานผู้สูงวัยใหม่กลับเข้ามา อันนี้ว่าด้วย เรื่องของที่อยู่นอกภาคระบบอยู่แล้ว ข้อ ๑ กับข้อ ๒ ขยายในระบบแล้วก็ต่อเนื่องไป ข้อ ๔ เขาอาจจะเป็นแรงงานนอกระบบแล้วอยากกลับเข้ามาสู่ในระบบ จะต้องมีการเตรียมความพร้อม เรื่องของการพัฒนา เรื่องของฝีมือแรงงาน เรื่องของการประเมินความพร้อมด้วย อันนี้ ก็จะเป็น ๔ กลุ่มใหญ่ ๆ ที่เหลือจากสไลด์ (Slide) จะเป็นรายละเอียดของแต่ละด้าน
สไลด์ (Slide) ต่อไป อันนี้ผมคงไม่ลงรายละเอียด แต่ว่าจะเป็นตัวที่ขยายออกมา ให้เห็นถึงเรื่องของกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จากตรงนี้ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคนสําหรับการจ้างงาน เข้ามาใหม่ แล้วก็มีแนวทางดําเนินการที่ควรจะทํา เรื่องของการตกลงค่าจ้างสวัสดิการ เรื่องของภาระงาน เรื่องของสัญญา
ประเภทที่ ๒ ตัวขยายอายุเกษียณ สิ่งที่ต้องทําคือเรื่องของการจัดกฎเกณฑ์ หลักเกณฑ์ว่าการขยายกลุ่มที่เข้าไปจะมีสมรรถนะหรือว่าสกิล (Skill) ความสามารถ อย่างไร ยังมีในเรื่องของตัวบําเหน็จจากกองทุนประกันสังคมด้วย ถ้าเกิดว่าครบกําหนดแล้ว เขาก็ควรที่จะได้รับบําเหน็จตัวนั้นแล้วก็เป็นค่าจ้างที่ตกลงกันใหม่ด้วย
ถัดมาตัวนี้ว่าด้วยเรื่องของการจ้างงานแบบยืดหยุ่น ก็คือรับงานไปทํา ที่บ้านนั่นเอง อันนี้ก็จะว่าด้วยเรื่องของความปลอดภัยในการทํางาน เรื่องของการจ่ายค่าตอบแทน ที่มุ่งเน้นเรื่องของการส่งมอบตามชิ้นงานหรือคุณภาพมากกว่าระยะเวลาการทํางาน
ถัดไป จะเป็นอันสุดท้ายว่าด้วยเรื่องของการจ้างแรงงานสูงวัยใหม่ อันนี้อย่างที่เรียนนะครับ ก็ต้องมีการพัฒนาทักษะแรงงานให้กับแรงงานที่จ้างเข้ามาใหม่ด้วย รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
จากที่ดําเนินการมาทั้งหมด สไลด์ (Slide) นี้จะแสดงถึงรูปแบบหรือวิธีการทํางาน ต้องขออภัย อันนี้ควรจะอยู่ข้างต้นนิดหนึ่ง ว่าตัวคณะทํางานเริ่มจากการเก็บข้อมูลการวิเคราะห์ แล้วก็มีการติดตามประเมินผลของการทํางานในการปฏิรูป
จากที่นําเรียนมาทั้งหมดเรามีการเสนอเพื่อการปฏิรูปอยู่ ๒ ข้อใหญ่ ๆ
ข้อ ๑ ว่าด้วยเรื่องของการปฏิรูปกฎหมาย กฎหมายคุ้มครองและส่งเสริม การทํางานที่เกี่ยวข้องกับแรงงานนอกระบบและแรงงานในระบบ
๑.๑ กลุ่มแรงงานผู้สูงอายุในระบบก็จะเป็น พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ในประเด็นที่ว่าให้นับอายุเกษียณตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไป แล้วก็ให้นายจ้างจ่ายเงินชดเชยให้ด้วย เหมือนกับการเลิกจ้าง
๑.๒ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานว่าด้วยเรื่องของสวัสดิการอัตราค่าจ้าง ขั้นต่ํา เพราะว่าระยะเวลาการทํางาน ช่วงเวลาการทํางานอาจจะไม่เหมือนกับแรงงานปกติ ทั่วไป
๑.๓ พระราชบัญญัติประกันสังคม ก็จะว่าด้วยเรื่องของการขยายสิทธิประโยชน์ จาก ๕๕ ปี เป็น ๖๐ ปี สําหรับกลุ่มแรงงานนอกระบบจะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็คือ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน อย่างที่เรียนนะครับ ณ ปัจจุบันจะให้การคุ้มครองพิเศษเฉพาะ เด็กกับสตรีมีครรภ์ อันนี้ก็น่าจะรวมผู้สูงอายุไปด้วย
ข้อ ๒ ว่าด้วยเรื่องของกฎหมาย เป็นข้อเสนอในการปฏิรูปเชิงระบบว่า ควรจะมีระบบสนับสนุนเพิ่มเติมอะไรบ้าง
๒.๑ จะว่าด้วยเรื่องของการสร้างแรงจูงใจให้กับภาคเอกชน อันนี้ก็อย่างเช่น ที่รัฐบาลได้กระทําไป การหักค่าใช้จ่ายได้ ๒ เท่า ไม่ควรจะกําหนดเพดานค่าจ้างไว้ที่ ๑๕,๐๐๐ บาท เพียงแต่ว่าอาจจะเอาไปหักได้ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท
๒.๒ ว่าด้วยเรื่องของฐานข้อมูล
๒.๓ จะเป็นระบบคัดกรอง อันนี้มีความจําเป็นนะครับ เพราะว่าตัวผู้สูงอายุเอง ควรจะมีการประเมินสมรรถนะทางร่างกายแล้วก็ความเหมาะสมกับงานที่ทําอยู่เป็นระยะ
๒.๔ เป็นเรื่องขององค์ความรู้ที่จะว่าด้วยเรื่องของอาชีวอนามัยในการทํางาน
๒.๕ ส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสม
๒.๖ เรื่องของการสร้างความตระหนักแล้วก็การเตรียมความพร้อม
๒.๗ ว่าด้วยเรื่องของการส่งเสริมแรงงานสูงอายุที่ประกอบอาชีพอิสระ ปัญหาหนึ่ง ณ ปัจจุบันสําหรับผู้สูงอายุที่ต้องการประกอบอาชีพอิสระคือการเข้าถึงแหล่งทุน เพราะว่าพออยากจะประกอบอาชีพของตัวเองแล้วปรากฏว่าเป็นผู้สูงอายุก็จะหาการค้ํา ประกันหรือแหล่งทุนสําหรับการลงทุนค่อนข้างที่จะยาก
๒.๙ ว่าด้วยเรื่องของการสร้างความตระหนักของสังคมแล้วก็คุณค่า และศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ
อันนี้ก็จะเป็นสรุปของรายงานที่นําเสนอกับสภาในวันนี้ ขอบคุณมากครับ