วิเชียร ชวลิต หารือประเด็นส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ โดยเน้นการใช้ศักยภาพของผู้สูงวัยในการสนับสนุนแรงงานและเศรษฐกิจ พร้อมเสนอมาตรการต่าง ๆ เช่น การขยายอายุเกษียณ การจ้างงานแบบยืดหยุ่น และการส่งเสริมให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปกลับมาทำงานอีกครั้ง ทั้งยังเรียกร้องให้มีการพิจารณาแนวทางรองรับผู้สูงอายุในระบบแรงงานอย่างรอบด้าน ก่อนส่งต่อรายละเอียดให้ประกาศิตชี้แจงเพิ่มเติม
เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ผม วิเชียร ชวลิต สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ และเป็นประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบรองรับ สังคมสูงวัยและผู้ด้อยโอกาส ซึ่งคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ได้นําเสนอต่อที่ประชุม สปท. ไปแล้ว ๒ เรื่องที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ ดังที่ท่านประธาน กรรมาธิการได้นําเรียนแล้ว แต่มีประเด็นที่เป็นคําถามแล้วก็เป็นข้อสงสัย รวมทั้งเป็น ข้อสังเกตของสมาชิกที่เห็นว่าเรื่องที่จะต้องนําเสนอก็คือการพิจารณาเรื่องการส่งเสริม การจ้างงานผู้สูงอายุซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง สําคัญด้วยเหตุที่อยากจะเรียน ประการแรกก็คือ สถานการณ์การทํางานของผู้สูงอายุเกี่ยวกับเรื่องของการพึ่งพิง พึ่งพา หรือการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมเมื่ออายุ ๖๐ ปีแล้ว ผลการศึกษาเป็นที่ปรากฏชัดเจนว่า ผู้สูงอายุหรือคนอายุ ๖๐ ปีของเราอยู่ในสภาวะที่มีการพึ่งพาหรือดูแลตนเองประมาณ ๘๗ เปอร์เซ็นต์กว่า หรือ ๙.๔ ล้านคน อันนี้คือดูแลตนเองด้วยวิธีการต่าง ๆ ซึ่งเคยนําเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่าตัวเลขคนที่ดูแล ตนเองแล้วก็พึ่งพาลูกหลานมีอยู่ประมาณ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นสัดส่วนที่มาก เพราะฉะนั้น ในสภาวะที่เป็นสังคมสูงวัยซึ่งจะมีสัดส่วนถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในปี ๒๕๖๔ ก็อีก ๔ ปีที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สร้างความกังวลให้กับคนที่จะต้องดูแลเรื่องของการเตรียมการรองรับสังคมสูงวัย เพราะฉะนั้นวันนี้ผู้สูงอายุที่พึ่งพาบ้าง ไม่พึ่งพาบ้าง แปลว่าใช้ชีวิตอยู่โดยลําพังเดี่ยว ๆ ไม่ได้ มีอยู่ประมาณ ๑.๒ ล้านคน หรือ ๑๑ เปอร์เซ็นต์กว่า มีคนที่ต้องพึ่งพาแปลว่าอยู่ด้วย ตนเองเดี่ยว ๆ ไม่ได้ ต้องมาดูแลทั้งอาหารการกิน ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ มีอยู่ประมาณ ๑.๔ แสนคน ซึ่งอันนี้จริง ๆ ก็คือเป็นคนไข้ที่ต้องได้รับการดูแลอยู่ที่บ้านบ้าง ชุมชนบ้าง อยู่ในโรงพยาบาลบ้าง กลุ่มคนเหล่านี้คือตัวเลขที่จะเป็นเครื่องบ่งชี้ ความจริงตัวเลขนี้ เป็นตัวเลขที่ดีเพราะว่ายังมีการดูแลตนเองถึง ๘๗ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการดูแลตนเองได้ แปลว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีศักยภาพ มีความสามารถที่จะเป็นกลไกหรือเป็นกําลังสําคัญ ทางเศรษฐกิจ หรือเป็นกําลังแรงงานให้กับประเทศได้ ถ้าท่านดูในสไลด์ (Slide) จะเห็นว่า ทิศทางแนวโน้มของประชากรเรา ผมอยากจะเรียนกับที่ประชุมว่าในตารางเขาวางไว้ตั้งแต่ ปี ๒๐๑๐ ไปจนถึงปี ๒๐๔๐ ก็จะเห็นสัดส่วนประชากรของเราว่าวันนี้มีประชากรประมาณ ๖๕ ล้านคนเศษที่ขึ้นทะเบียนหรืออยู่ในทะเบียนของกระทรวงมหาดไทย เพราะฉะนั้น ใน ๖๕ ล้านคนท่านจะเห็นสีเขียว สีฟ้า และสีเทาที่อยู่ด้านล่าง สังเกตง่าย ๆ สีเทาที่อยู่ ด้านล่างก็คือจํานวนคนที่มีอายุ ๖๐ ปี จะเห็นว่ามีทิศทางแนวโน้มที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ถ้ามองเปรียบเทียบสีเทากับสีฟ้าท่านคงจะเห็นสัดส่วนที่สําคัญ สีฟ้าก็คือเด็ก ตรงกลางสีเขียว คือกําลังแรงงาน ตั้งแต่ ๑๔-๕๙ ปี ปี ๒๕๖๒ จะเป็นอุบัติการณ์ครั้งแรกก็คือสีเทามากกว่า สีฟ้าเป็นครั้งแรก เพราะฉะนั้นแปลว่าอนาคตก็คือผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนมากกว่าเด็กที่เกิด นี่คือสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง แต่ว่าทิศทางและแนวโน้มดังกล่าวไม่มีใครสามารถจะไป เปลี่ยนแปลงฉับพลันทันใดได้ยกเว้นว่าเราจะต้องเตรียมการรองรับ ก็คือคงจะต้องนําสีเทา ที่อยู่ข้างล่างคือผู้สูงอายุ เหมือนท่านทั้งหลายที่อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ยังมีศักยภาพ มีความสามารถได้มีโอกาสกลับมาทํางานหรือสร้างพลังทางเศรษฐกิจให้กับสังคมต่อไป นี่คือทิศทาง และสไลด์ (Slide) ต่อไปก็จะเห็นข้อเปรียบเทียบที่สําคัญถึงสัดส่วนประชากร วัยเด็ก วัยทํางาน วัยผู้สูงอายุ ซึ่งจะเห็นทิศทางและแนวโน้มเป็นดังที่ผมได้อธิบายแล้ว ในวันนี้ประชากรจะมีทิศทางที่แตกต่าง ก็คือว่าคนที่อยู่ในระบบการทํางานในภาคเอกชน ในสถานประกอบการต่าง ๆ ก็เริ่มมีแนวโน้มที่จะออกมาประกอบอาชีพอิสระต่าง ๆ แล้วก็ จะเปลี่ยนสถานะการทํางานจากลูกจ้างหรือคนทํางานในองค์กรต่าง ๆ มาประกอบอาชีพอิสระ ขณะเดียวกันคนที่ทํางานอยู่ในองค์กรเอกชนก็เริ่มที่จะทยอยออกจากงานในวัยที่มีอายุ ตั้งแต่ ๕๐ ปี หรือ ๕๕ ปี ในกฎหมายขณะนี้ก็จะออกมาประกอบอาชีพอิสระ แล้วความเชื่อ เรื่อง ๖๐ ปีหยุดทํางานก็ยังมีสถานะที่สําคัญตรงนี้อยู่ เพราะฉะนั้นก็มีการศึกษาของ นักวิชาการซึ่งอยากจะเอ่ยชื่อท่านว่าท่านเป็นผู้ศึกษาค้นคว้าก็คือท่านศุภชัย ศรีสุชาติ กับท่านแก้วขวัญ ตั้งติพงศ์กูล ซึ่งท่านได้ศึกษา โดยคณะกรรมาธิการขออนุญาตนํามา เป็นส่วนหนึ่งของรายงานที่ว่าขณะนี้การทํางานของผู้สูงอายุมีทิศทางและสิ่งที่เราจะต้องดูแล
ประเด็นแรก ขณะนี้เรามีข้อเสนอว่าควรมีการจ้างงานกลับเข้ามาใหม่ ดังที่ผมเรียนแล้วว่าจะมีคนที่อายุ ๕๕ ปี ออกจากงานด้วยเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน แล้วก็พระราชบัญญัติประกันสังคม เพราะฉะนั้นเอกชนผู้ประกอบการ ต่าง ๆ เมื่อบุคคลต่าง ๆ นั้นทํางานในองค์กรตามกฎหมายก็มีสิทธิที่จะขอรับบํานาญชราภาพ หรือออกจากงาน เพราะฉะนั้นพวกนี้ ๕๕ ปีท่านคงนึกภาพออกนะครับ ถึง ๖๐ ปี ก็อีก ๕ ปี ยังอยู่ในศักยภาพที่จะไปทํางานได้ อันนี้คือเรื่องที่จะจ้างงานกลับเข้ามาใหม่
ประเด็นที่ ๒ ขณะนี้ทางภาครัฐคือสํานักงาน ก.พ. ก็ดี และองค์กรภาครัฐ กําลังพิจารณาที่จะขยายคนที่เกษียณอายุจาก ๖๐ ปีแล้วก็ยังอยู่ในวัยที่สามารถจะประกอบ อาชีพและทํางานได้ อันนี้กําลังพิจารณาอยู่ในเงื่อนไขต่าง ๆ ว่าสมควรขนาดไหน อย่างไร
ประเด็นที่ ๓ สิ่งที่เป็นข้อเสนอทางวิชาการก็คือการจ้างงานแบบยืดหยุ่น ฟังดูแล้วอาจจะยังสงสัยหรือมีข้อคิดที่แตกต่างกันไป ต้องเรียนว่าการจ้างงานแบบยืดหยุ่น ก็คือการไม่ทํางานอยู่ในระบบการจ้างงานแบบเช้าไปทํางานอยู่ในสถานประกอบการ แล้วก็ เลิกงานในเวลาปิดทําการ หรือทํางานเป็นกะตามห้วงเวลา แต่ว่าการจ้างงานแบบยืดหยุ่น ก็คือการรับงานมาทําที่บ้าน หรือการรับงานไปทําเป็นชิ้นงาน หรือการทํางานไม่เต็มเวลา ต่าง ๆ เป็นวิธีการที่จะทําให้บุคลากรหรือคนต่าง ๆ ที่อยู่ในวัยแตกต่างสามารถเข้าสู่ระบบ การทํางาน สามารถสร้างผลผลิตได้
ประเด็นที่ ๔ ก็คือการจ้างงานผู้สูงวัยกลับเข้ามาสู่ระบบการทํางานใหม่
ทั้ง ๔ เรื่องนี้เป็นข้อพิจารณาทางวิชาการ เป็นข้อเสนอที่เห็นว่าจะนําไปสู่ การทําให้ผู้สูงวัยซึ่งเป็นโจทย์ที่สําคัญ ทั้งในแง่ของการนําคนที่พ้นวัยทํางานตามหลักคิดเดิม ก็คือ ๖๐ ปี หรือ ๕๕ ปีในองค์กรภาคเอกชนได้มีโอกาสทําประโยชน์ หรือเป็นพลังทาง เศรษฐกิจได้กลับมาทํางาน แต่วิธีการที่จะดําเนินการว่าทําอย่างไรถึงจะให้คนที่ยังไม่พ้น วัยทํางานที่แท้จริงคือยังมีศักยภาพอยู่มีโอกาสได้ทํางาน หรือคนที่เกษียณอายุแล้ว แต่ยังอยู่ในศักยภาพได้มีโอกาสทํางาน ขออนุญาตเสนอเป็นข้อพิจารณาที่เป็นรูปธรรม ในมาตรการและวิธีการ ก็จะขออนุญาตเรียนให้คุณประกาศิตซึ่งเป็นทีมของเราที่ศึกษาเรื่องนี้ อยู่ในคณะกรรมาธิการได้นําเรียนในรายละเอียดว่ามีมาตรการทางกฎหมาย มีข้อเสนอ มีวิธีการ มาตรการต่าง ๆ ในการดําเนินการอย่างไรต่อที่ประชุมในลําดับต่อไป ขออนุญาต เชิญคุณประกาศิตครับ