เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือเรื่องการปฏิรูปประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการทดสอบสมรรถนะเพื่อให้มีความรู้เท่ากัน และไม่เพียงแต่จบจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันฝึกอบรมเท่านั้น นอกจากนี้ยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 75 วรรคสองในการปฏิรูปประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเพียงเล็กน้อยในวาระปฏิรูปการถ่ายโอน ภารกิจภาครัฐ : การถ่ายโอนภารกิจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผมก็คงจะขอตั้งข้อสังเกต เป็นเชิงอยากให้ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงกับเพื่อนสมาชิกเพิ่มเติม เพราะช่วงที่ท่านชี้แจง หลายท่านก็ไม่ได้อยู่ในห้องนะครับ จะได้มีความเข้าใจชัดเจนมากขึ้น ก็เชื่อว่ากรรมาธิการ คงได้ศึกษามาอย่างดีแล้ว เพียงแต่ว่าตรรกะบางอย่างที่ผมอยากจะเรียนเป็นข้อสังเกต เราคงจะใช้ตรรกะอย่างนี้ไปทํากับเรื่องนั้นไม่ได้ทุก ๆ เรื่อง อย่างเช่นตรรกะที่ว่า มาตรา ๗๕ วรรคสอง รัฐต้องไม่ประกอบกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับเอกชน เว้นแต่กรณีที่มี ความจําเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ การรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม การจัดให้มีสาธารณูปโภคหรือการจัดทําบริการสาธารณะ เราเอารัฐธรรมนูญมาอ้าง เพื่อจะเดินไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการ คือการให้เอกชนมาทํางานแทนรัฐ ความจริง ในรัฐธรรมนูญควรจะเขียนไว้ด้วยว่าเอกชนไม่ควรประกอบกิจการแข่งกับรัฐในบางเรื่อง เผอิญไม่ได้เขียนไว้ พอไม่ได้เขียนไว้ท่านก็เอาอันนี้ไปใช้กับทุกเรื่อง ซึ่งถ้าใช้กับทุกเรื่อง จะไม่เหมาะสมนะครับ เพราะว่าหลาย ๆ ภารกิจของรัฐเราก็ไม่ควรให้เอกชนทํา ถึงแม้จะมีตัวอย่างในบางประเทศ ในหลาย ๆ ประเทศ แต่คนไทย วัฒนธรรมไทย นิสัยคนไทยทําไม่ได้หลาย ๆ อย่างที่จะ ทําแทนเจ้าหน้าที่ของรัฐ เราจะได้ยินสิ่งนี้ตลอดเวลาว่าทําไมถึงล้มเหลว สิ่งที่ทําโดยเอกชน สิ่งที่ทําโดยไม่มีการควบคุม ทําไมเราต้องออกกฎหมายแล้วออกกฎหมายอีก ทําไมเราต้อง ตึงเป๊ะกับคนไทย ทําไมทุจริตคอร์รัปชันไม่ได้ลดลง สิ่งเหล่านี้ก็เห็นชัดเจนแล้วว่านิสัยคนไทย วัฒนธรรมคนไทยยังทําหลาย ๆ เรื่องไม่ได้ ในรายงานนี้ท่านพูดถึงว่าทําไมท่านต้องไปให้ เอกชนเข้ามาทํา เมื่อเช้าผมฟังท่านเบญจวรรณทางวิทยุ ท่านไปออกสถานีวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา ท่านก็บอกว่ากรมบังคับคดีมีภาระเพิ่มมากขึ้น ๑๐ ปีที่ผ่านมา ไม่มีการเพิ่มตําแหน่งเลยแล้วก็มีงานมากขึ้นเยอะแยะ คือเหตุผลอย่างนี้ใช้ได้ จึงมาสู่การที่ว่า จะเพิ่มคนให้เขาไหม จะเพิ่มอัตราไหม แต่อันนี้ไปอีกทางหนึ่งเลยคือให้คนอื่นมาทําแทน ซึ่งก็ไม่เป็นไร ผมเชื่อว่าท่านศึกษามาอย่างดีแล้ว แล้วก็เชื่อว่าท่านมีเหตุมีผล เพียงแต่ผม ตั้งเป็นข้อสังเกตเท่านั้นเอง มิใช่ว่างานทั้งหมดของรัฐจะต้องให้เอกชนเข้ามาทํา เพราะฉะนั้น การที่ว่าแข่งขันส่วนใหญ่แล้วเรามุ่งไปสู่เรื่องงานที่ท้องถิ่นมากกว่าที่ใช้อันนั้น ประโยค เมื่อสักครู่นี้ รัฐธรรมนูญมาตราเมื่อสักครู่นี้มุ่งเน้นกับการใช้ในการบริหารจัดการท้องถิ่น ว่ารัฐไม่ไปทําในเรื่องน้ําประปาแข่งกับเขา ในเรื่องของการขนขยะแข่งกับเขา คงไม่ได้ มามุ่งถึงว่าให้เอกชนมาเป็นตํารวจ ให้เอกชนมาเป็นทหารโดยยังเป็นบริษัทอยู่อะไรอย่างนั้น ก็ฝากเป็นข้อสังเกตตรงนี้ ส่วนคนที่เข้ามาทําเรื่องนี้ผมว่าไม่ง่าย ท่านเขียนไว้เลย พวกนี้ ก็ยักย้ายถ่ายเทต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐท่านก็อาจจะไปใช้กฎหรือว่า ยืมมือดีเอสไอ (DSI) ยืมมือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในการที่จะ ไปตรวจเส้นทางการเดินของเงินต่าง ๆ ของทรัพย์สินต่าง ๆ อะไรต่าง ๆ ถ้าเอกชนเข้ามาทํา เขาจะทําได้ถึงขนาดนั้นหรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นข้อสังเกตที่อยากจะฝากไว้ ด้วยความเป็นห่วง
ประเด็นสุดท้าย ผมมักจะพูดเรื่องนี้เพราะว่าความที่เคยเป็นประธานสถาบัน คุณวุฒิวิชาชีพมา ท่านผู้อภิปรายบางท่านพูดถึงว่าเขาจะควอลิไฟ (Qualify) ไหม เขาจะทําได้ไหม ท่านก็จัดตั้งสถาบันฝึกอบรมขึ้นมา เมื่อฝึกอบรมมาท่านก็ต้องตั้งมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ อันนี้ขึ้นมา แล้วก็ให้มีคนทดสอบเขา อันนี้ก็จะช่วยทําให้เราได้คนที่ควอลิไฟ (Qualify) เข้ามาจริง ๆ เพราะทุกท่านต้องจําไว้เลยว่าการเรียน การสอน คนที่จบจากมหาวิทยาลัย จบจากสถาบันฝึกอบรม ทุกคนจบมาแล้วไม่ได้มีความรู้เท่ากัน เพราะฉะนั้นจะต้องทดสอบ แบบที่เราเรียกว่าทดสอบสมรรถนะ คือทดสอบเรื่องขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน ได้จริง ก็ไม่ได้คัดค้านนะครับ เพียงแต่ฝากเป็นข้อสังเกต ขอบพระคุณครับ