เสรี สุวรรณภานนท์ สนับสนุนแนวคิดถ่ายโอนงานเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้ภาคเอกชน พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน และส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารราชการเพื่อประโยชน์ของประชาชน
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณ ทางกรรมาธิการที่เสนอแนวทางการแก้ปัญหางานล้มละลายในส่วนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จริง ๆ ก็คงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่สําคัญอย่างที่ว่า ในส่วนงานราชการเองหลายส่วนหากสามารถถ่ายโอนงานให้กับภาคเอกชนมาช่วย ก็จะทําให้งานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่อาจจะมีส่วนที่เกิดความกังวลใจบางเรื่อง อย่างเช่น เรื่องจริยธรรม เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่องที่อาจจะมีประสิทธิภาพ มากน้อยแค่ไหน ผมว่าอันนั้นก็เป็นความกังวลใจที่เกิดขึ้นได้ แต่เราก็คงต้องสร้างความเป็น มืออาชีพให้กับเอกชนเพื่อมาช่วยงานราชการ งานบางเรื่องอย่างเช่นในส่วนภาครัฐเอง อาจจะมีเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติอยู่แล้ว แต่ด้วยสภาพปัญหาที่ผ่านมา ยกตัวอย่างชัดเจน ก็คืองานจราจรอย่างนี้ท่านประธานครับ เวลาจะออกใบสั่งเราก็จะให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ เป็นคนออกใบสั่ง แต่หลายประเทศเดี๋ยวนี้เขาให้เอกชนเป็นคนออกแล้ว เขาให้เอกชน หรือบริษัทเอกชนที่เข้ามารับงานจัดเจ้าหน้าที่เดินตรวจตามถนน รถคันไหนฝ่าฝืนจราจร เขาก็ออกใบสั่งได้ เขียนใบสั่งแปะแต่ห้ามไปรับเงิน แต่เพื่อป้องกันการที่จะไปกลั่นแกล้งเขา ก็จะมีมาตรการบังคับไว้ อย่างเช่นต้องเดินไป ๒ คน อย่างนี้เป็นต้น หรืองานทําความสะอาด ราชการเขาก็จ้างเอกชนมาทํา อันนี้คืองานที่สามารถถ่ายไปให้เอกชนมาช่วยงานราชการได้ หรือเราก็เคยคิดมาตลอดว่าในงานของการช่วยเหลือประชาชนตามกฎหมาย เราจะมีทนายความ ให้ไปประจําอยู่ตามท้องถิ่นเพื่ออํานวยความเป็นธรรมให้ความรู้ช่วยเหลือประชาชน ทางกฎหมาย แล้วก็ให้ไปประจําอยู่ตาม อบต. ตามหมู่บ้าน ก็พยายามเอาเอกชนเข้ามาช่วย ดังนั้นในส่วนงานเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผมก็พยายามไล่ดูแล้วก็ฟังกรรมาธิการ ก็มีเหตุมีผลครับท่านประธาน แล้วก็มีข้อมูล มีกระบวนการ การนําเสนอ ความจําเป็น ประโยชน์ที่ได้รับ ตามรายงานฉบับนี้ผมก็พยายามดูด้วยความระมัดระวัง เพราะอย่างน้อยที่สุด ในเรื่องที่ทําถ้ามีผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้นจะแก้อย่างไร บริษัทนี้จะต้องเป็นบริษัท ที่รับงานเฉพาะงานพิทักษ์ทรัพย์อย่างเดียวหรือไปทํางานอื่นได้ด้วย รับจ้างว่าความได้ไหม อันนี้ต้องชัดเจนครับ มิฉะนั้นแล้วเดี๋ยวกลายเป็นทั้งว่าความด้วยทั้งไปทํางานราชการ มาช่วยงานราชการด้วย ก็อาจจะต้องแยกอะไรให้ชัดเจน อันนี้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมนะครับ ไม่ใช่ว่าผมเป็นทนายความแล้วจะไม่ระมัดระวังเรื่องพวกนี้หรือเสนออย่างนี้มาแล้ว จะพึงพอใจ แต่เราต้องคํานึงถึงผลที่ออกมาว่าถ้าทําแล้วต้องมีประสิทธิภาพ ทําแล้วจะต้อง ได้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน งานราชการก็จะเร็วขึ้น ได้คนเป็นมืออาชีพมาช่วยทํางาน แล้วก็รับผิดชอบงานเรื่องนี้โดยตรง อย่างนี้จะเป็นประโยชน์ เรื่องสําคัญที่บอกว่า ในนี้มีอบรมแล้วได้บัตรอะไรต่าง ๆ อย่างน้อยต้องมีประสบการณ์ มีประวัติว่าเคยทํางาน เกี่ยวกับบังคับคดีมา หรือว่าความในคดีล้มละลายมาก่อน อย่างนี้ก็ต้องเป็นคุณสมบัติ ที่เข้มข้นขึ้น จะจบปริญญาตรีมาอย่างเดียว ไปอบรมมาตามหลักสูตร แล้วก็เอามาช่วยงาน อาจจะไม่เพียงพอ แต่อันนี้กําหนดอายุไว้ ๓๐ ปี ถ้าเป็นเอกชน ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ก็อาจจะเหมือนกับต้องผ่านการเรียน ที่จบปริญญาตรีมา ก็อายุประมาณ ๒๒-๒๓ ปี แล้วก็มีเวลาอีก ๗ ปีในการที่จะหาความรู้ ก็กําหนดมาตรฐานอายุไว้พอสมควร พยายามชั่งน้ําหนัก มองดูว่าข้อเสนอดังกล่าวอาจจะมีข้อดี ข้อเสีย มีข้อท้วงติง มีข้อห่วงใย ผมว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี เป็นการนําเสนอแนวทางที่เรียกว่าก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในระบบงานราชการ ไม่ได้ทําให้แย่ลง เป็นการพัฒนางานราชการให้ดีขึ้น มีคนมาช่วยงานมากขึ้น แต่ก็มีบางข้ออย่างที่เรียนครับ ก็ต้องหาคําตอบให้ได้ว่าจะต้องไม่เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน ความเป็นมืออาชีพ ความรู้ ความเชี่ยวชาญมีมาตรฐานขนาดไหน อันนี้ที่เสนอมา ก็เป็นตัวอย่างที่หลายประเทศเขาทําแล้ว ของเราทําก็คงไม่ใช่ไปตามอะไรเขา แต่ถือเป็นการเริ่มต้นที่ผมคิดว่าถ้าเราให้โอกาสกับการที่จะเสนอแนวทางอย่างนี้ โอกาส ในงานอื่น ๆ ที่ผมยกตัวอย่างไปข้างต้นก็จะเกิดการพัฒนา ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งบางครั้งเราอาจจะยังไม่เคยชิน หรือไม่เคยประสบก็อาจจะดูแปลก ๆ หน่อย แต่ถ้าเรา ได้มีโอกาสทําอะไรใหม่ ๆ ในเรื่องเหล่านี้ แล้วก็ดูเหตุผลทั้งหลายทั้งปวงที่นําเสนอมา กระบวนการขั้นตอน ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีกับการที่เราจะนําเรื่องนี้มาก่อให้เกิดงาน หรือแก้ปัญหา หรือการสร้างกระบวนการการทํางานในส่วนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือในกระบวนการของคดีล้มละลายให้มีโอกาส มีแนวทางที่สามารถจะทํางานเหล่านี้ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ก็ขอบคุณท่านกรรมาธิการนะครับ ผมคิดว่าเราน่าจะสนับสนุนแล้วก็ เอาข้อท้วงติง ความเห็นของสมาชิกนําไปพิจารณาดูว่าจะเป็นเหตุผลหรือมีเหตุผล ตามที่สมาชิกห่วงใยหรือไม่ แล้วก็ปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ ผมเชื่อว่ารายงานฉบับนี้จะเป็น ประโยชน์กับการทํางานในส่วนภาครัฐในกระบวนการแก้ปัญหาคดีความในส่วนล้มละลาย ดังกล่าว แล้วก็อาจจะเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ทําให้งานส่วนอื่นนั้นมีแนวทางที่จะหาวิธีการ สามารถที่จะเอาแนวทางดังกล่าวไปใช้หรือทําประโยชน์ในเรื่องอื่น ๆ ต่อเนื่องไปได้ด้วย ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน