ประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ ตั้งข้อกังวลต่อการถ่ายโอนบทบาทเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้ภาคเอกชน โดยเฉพาะในประเด็นความเหมาะสม จรรยาบรรณ ความรับผิดชอบ และความเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซง พร้อมเรียกร้องให้มีการศึกษาผลกระทบและรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านก่อนดำเนินการต่อ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิก ทุกท่านครับ ก็คงจะสอบถามความเป็นมาเป็นไปคร่าว ๆ เพราะถ้าฟังดูแล้วอันนี้ถือว่าเป็น การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ และผลกระทบที่ตามมาจะเป็นอย่างไร เพราะดูแนวทางในนี้ ท่านประธานกรรมาธิการเองก็บอกว่าตรงนี้จะมาขอความเห็นด้วย แล้วก็ยังไม่มี รายละเอียดอะไรเท่าไร กฎหมายที่จะร่างเข้ามาดําเนินการอย่างไร และจะมีมากน้อยแค่ไหน แล้วก็จะมีการรับฟังอย่างเป็นระบบ รับฟังความคิดเห็นตามมาตรา ๗๗ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะสิ่งที่น่าเป็นห่วงตรงนี้ ภาพรวมคือ จ.พ.ท. เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จริง ๆ แล้วมีบทบาทสูงทีเดียว แล้วก็มีบทบาทในการที่จะติดตามหนี้ แต่การที่จะมอบให้ทาง ภาคเอกชนไปดําเนินการ ซึ่งตรงนั้นถ้าเป็นการที่จะถ่ายโอนกิจการบางเรื่องที่ไม่ตรง และไปให้หน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่โดยตรงหรือทางเอกชน ตรงนั้นมีความเหมาะสมที่จะเป็นไปได้ อย่างเช่นทางฝ่ายตํารวจในการถ่ายโอนเรื่องของทางหลวงก็ดี เรื่องของการดับเพลิง ตรงนั้นก็ถือว่ามีความเหมาะสมในการที่จะโอนไปให้หน่วยงานที่มีภารกิจตรง มีประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญ มีความชํานาญทางด้านนั้น ๆ ในการที่จะไปดําเนินการซึ่งจะเกิด ประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างแน่นอน แต่กรณีของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งมีหน้าที่ ในการที่จะติดตามหนี้ ในการที่จะสอบสวน ในการที่จะสรุปสํานวน สรุปเรื่อง แล้วส่งเรื่องต่อ ในการที่จะดําเนินการ ลักษณะการมอบหมายหรือถ่ายโอนตรงนั้นจะดําเนินการอย่างไร เพราะตรงนี้ไม่เห็น ลักษณะอย่างนี้ผมเกรงว่าอะไร รัฐบาลเองมีนโยบายในการที่จะ จัดการติดตามหนี้สินของเอกชนที่ไม่ถูกต้อง จะเป็นลักษณะอย่างนั้นไหม เป็นการเท่ากับ เปิดช่องให้เอกชนเข้ามาดําเนินการติดตามหนี้สินโดยมีกฎหมาย ซึ่งต่อไปในอนาคตอาจจะมี กฎหมายรองรับว่าให้สามารถทําได้ แล้วมีหลักประกันอะไรที่ท่านบอกว่าจะมีจรรยาบรรณ มีจริยธรรมในการที่จะเข้ามาควบคุม แล้วถ้าทั้งหนีล่ะครับ ที่ท่านก็กังวลเอง ท่านกรรมาธิการ ก็พูดเองว่ากรณีถ้าเกิดหนีหรือทิ้งงานจะดําเนินการอย่างไร ประเทศต่าง ๆ ที่ท่านได้กล่าวมา ซึ่งก็ถือว่ามีความเจริญคงต้องดูเหมือนกันว่า ทั้งสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สิงคโปร์ อังกฤษ ประเทศเหล่านั้นเขาดําเนินการมามากน้อยแค่ไหน นานเท่าไรแล้ว แล้วประสบความสําเร็จ อย่างไร บริบท คนของเขา การปลูกฝังความเข้าใจของเขา ระบบที่หล่อหลอมของเขา ความซื่อสัตย์สุจริตของตัวบุคคลเขามีมากน้อยแค่ไหน แล้วประสบความสําเร็จอย่างไร ตัวเลขตรงนี้ไม่มี ผมห่วงว่าถ้าหากถ่ายโอนไปแล้ว แล้วถ้าเกิดทาง จ.พ.ท. ภาคเอกชน ไปดําเนินการในลักษณะที่มุ่งเรื่องผลประโยชน์ มุ่งเรื่องผลกําไร มุ่งเรื่องของผลประกอบการ อันนั้นไม่ใช่คุ้มค่าแล้ว เพราะเขามองเรื่องการคุ้มทุน ปัญหาจะติดตามมาว่าในลูกหนี้ก็ดี ไปสมยอมกับทาง จ.พ.ท. ได้ไหม หรือว่าเจ้าหนี้ควรจะได้รับการชําระหนี้ที่เพิ่มขึ้น หนี้สินที่ติดตามแล้วรู้ด้วยว่าอยู่ที่ไหน แต่ไม่ได้รับการติดตามที่แท้จริง เพราะอะไร เพราะว่า การหล่อหลอม ท่านก็รายงานว่าทางกรมบังคับคดีซึ่งดูแลเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จ.พ.ท. นี้ ตรงนั้นประสบปัญหาในการหาบุคลากรที่มีความชํานาญ ในเมื่อประสบปัญหาบุคลากร ที่มีความชํานาญแต่กลับจะไปโยนให้ทางภาคเอกชนดําเนินการ แล้วการไปหล่อหลอมสร้างบุคลากรในช่วงนั้นจะทันไหมครับ แล้วใบอนุญาตก็บอกว่า ๓ ปี อาจจะปรับเปลี่ยน ๒ ปี ๓ ปี หรือ ๔ ปี ในอนาคตก็แล้วแต่นะครับ หรือจะต่อได้อีก ก็แล้วแต่ แต่ตรงนั้นจะมีหลักประกันอะไรในการที่จะตรวจสอบ ที่จะควบคุม ที่จะดูแล สร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการยุติธรรม ผมเองดู ในตัวรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ วรรคสอง เขาเขียนว่า รัฐพึงมีมาตรการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในกระบวนการยุติธรรมให้สามารถปฏิบัติได้โดยเคร่งครัดปราศจากการแทรกแซง และครอบงําใด ๆ ฉะนั้นตรงนี้ผมห่วงว่าถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐโอกาสที่จะแทรกแซง โอกาสที่จะถูกครอบงําจะเกิดขึ้นได้ไหม ที่ว่าจะเป็นการสร้างความมั่นใจ แล้วก็เป็น การดึงต่างชาติให้มีความเข้าใจและสามารถเข้ามาลงทุนโดยที่ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ตรงนั้นเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เพราะตรงนี้ก็ยังไม่มีตัวแนวทางในการเสนอเข้ามา เพราะฉะนั้นตัวกฎหมายที่จะร่างเข้ามามีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างกว้างขวางมากน้อยแค่ไหน แล้วผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างไร ถ้าหากว่า ยังไม่ชัดเจนผมห่วงปัญหาที่จะตามมาว่าจะเป็นอย่างไร เดิมศาลอาจจะเป็นผู้กําหนด ในการที่จะตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ต่อมาภายหลังทางกรมบังคับคดีรับภาระตรงนั้นมา ซึ่งตรงนี้ได้สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบ้างหรือยัง โดยเฉพาะทางศาลยุติธรรม ทางศาลล้มละลาย ท่านเห็นด้วยหรือว่าสนับสนุน หรือเห็นว่าปัญหาจะมีอะไรบ้าง มีข้อมูลเหล่านั้นในการที่จะนําเสนอให้กับมวลสมาชิกได้ร่วมกันพิจารณาเพื่อสะท้อนปัญหา แล้วก็เป็นข้อมูลให้ทางคณะกรรมาธิการรวบรวมเสนอต่อไป ก็ฝากตรงนี้นะครับ ถ้าผมเอง เห็นว่าเป็นประโยชน์จริง ๆ ก็เห็นด้วยที่จะสนับสนุน แต่เกรงว่าในอนาคตจะต้องไป ตามแก้ปัญหาหรือเปล่า แล้วถ้าต่อไปตรงนี้เป็นหน้าที่ของรัฐโดยตรงในการที่จะดูแล แต่รัฐ มอบให้แก่ทางเอกชน ต่อไปในอนาคตเป็นไปได้ไหมว่าจะมีศาลยุติธรรมเอกชน หรือว่าอัยการเอกชนในการที่จะให้ผู้ใช้บริการเลือกเอาระหว่างว่าจะเลือกใช้ของเอกชน หรือภาครัฐ อันนั้นจะเป็นตัวสะท้อนกลับมาให้เห็น ก็ฝากขอบคุณด้วยครับ