สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๒ · ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๐

พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ เสนอแนะให้สื่อมวลชนมีใบรับรองและมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อเพิ่มความรับผิดชอบและคุณภาพของงาน และหารือเรื่องกฎหมายหมวด ๒ ของร่าง พ.ร.บ. พร้อมเรียกร้องการชัดเจนในคุณสมบัติของสมาชิกสภาวิชาชีพสื่อมวลชน

นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ สมาชิก สปท. ค่ะ ดิฉันอภิปรายในขณะนี้เพื่อที่จะเรียนท่านประธานฝากไปยัง ท่านกรรมาธิการว่าดิฉันเห็นด้วยในหลักการสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ พูดไปตาม ประสบการณ์เลยก็ได้ เพราะดิฉันเป็นแพทย์มองเห็นว่าอาชีพแพทย์ กับอาชีพสื่อมวลชนนั้น ถึงแม้ว่าความรู้ที่เป็นพื้นฐานของเราจะต่างกัน แต่วิธีการประกอบอาชีพของเรานั้นคล้ายคลึงกัน เพราะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพของเราโดยตรงนั้นคือประชาชน ของแพทย์อาจจะเป็นประชาชนที่กลุ่มน้อยด้วยซ้ำไปเพราะเป็นคนไข้แล้วก็เป็นครอบครัว โดยทั่ว ๆ ไป แต่ว่าสื่อมวลชลนั้นส่งผลกระทบในวงกว้างต่อสังคม ต่อประเทศชาติ ถ้าเผื่อว่า แพทย์เป็นผู้ชี้นำทางด้านสุขภาพ ช่วยชีวิตคนจากการเจ็บป่วยสื่อมวลชนก็ชี้นำสังคมได้ เช่นเดียวกัน แล้วก็ทำให้เกิดความไม่สงบหรือความวุ่นวายในสังคมได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าเผื่อ ทำความจริงให้ปรากฏก็เป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อสังคมเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น ในอาชีพแพทย์ของเรา ต้องการความรู้ แล้วก็มาตรฐานทางวิชาชีพ รวมทั้งมาตรฐาน ทางจริยธรรมด้วยอย่างแรง ในการประกอบอาชีพของเราไม่ได้อิสระ ถูกร้อยรัดด้วยความรับผิดชอบ ด้วยมาตรฐาน ของวิชาการ วิชาชีพ แล้วก็มาตรฐานทางจริยธรรมที่จะต้องควบคู่กันไป เพราะฉะนั้นอาชีพ ของสื่อมวลชนก็เช่นเดียวกัน ท่านอาจจะสำคัญมากกว่าเพราะท่านรับผิดชอบประชาชน ในวงที่กว้างกว่า แม้กระทั่งประเทศชาติท่านก็สามารถที่จะส่งผลกระทบถึงความมั่นคง ของประเทศชาติได้ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็มีความสำคัญที่ว่าท่านจำเป็นที่จะต้องมีใบรับรอง มาตรฐานในวิชาชีพของท่าน ดิฉันคิดว่าใบรับรอง ใบอนุญาต มีความจำเป็นมากสำหรับ ผู้ที่จะประกอบอาชีพเช่นนี้ อย่างแพทย์เราไม่มีใบรับรองเป็นบัตรประจำตัว แต่เรามี เลขทะเบียนของใบประกอบโรคศิลปะที่จะต้องอ้างทุกครั้งที่ประกอบอาชีพ จะรักษาใคร จะออกใบรับรองแพทย์ให้ใครก็จำเป็นที่จะต้องมีเลขที่ของใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ ดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่จำเป็น เรามีสภาวิชาชีพ ก็เช่นเดียวกัน ท่านก็จำเป็นที่จะต้องมี สภาวิชาชีพเช่นเดียวกัน แล้วถ้าหากว่าท่านมีความเป็นวิชาชีพมากขึ้น มีมาตรฐานที่สูงขึ้น สภาวิชาชีพของท่านอาจไม่จำเป็นที่จะต้องมีคนนอกเข้ามาเลยก็ได้ ท่านควบคุมกันเอง ด้วยมาตรฐานทางจริยธรรม ด้วยความรับผิดชอบของท่านเองท่านก็สามารถที่จะพัฒนา วิชาชีพนี้ให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นไปด้วย เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ามีความจำเป็นที่ท่านจะต้องมี สภาวิชาชีพ มีใบรับรองทางวิชาชีพของท่าน แล้วท่านจำเป็นที่จะต้องมีมาตรฐานทางจริยธรรม เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ดิฉันคิดว่ามีความจำเป็นในการที่จะได้สื่อมวลชนที่มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบต่องานที่ท่านทำ

เรื่องที่ ๒ ดิฉันคิดว่าดิฉันไม่ค่อยเข้าใจในกฎหมายหมวด ๒ ของท่าน อยากให้ท่านกรรมาธิการได้กรุณาเช็ก (Check) ดูว่าท่านหมายความอย่างนี้หรือไม่ ในหมวด ๒ ของร่าง พ.ร.บ. ที่ท่านได้ร่างมา มาตรา ๑๖ บอกว่า สมาชิกได้แก่องค์การวิชาชีพสื่อมวลชน ทุกแขนงทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยยื่นหนังสือขอจดทะเบียนเป็นสมาชิกต่อ สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ ถัดไปท่านบอกว่า สมาชิกตามวรรคหนึ่งจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) มีการกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนบังคับใช้ เป็นการภายใน อันนี้ไม่สอดคล้องกับคุณสมบัติที่ท่านบอกว่าต่อไปนี้จะต้องเป็นคุณสมบัติ ของสมาชิกตามวรรคหนึ่ง และท่านบอกว่ามีการกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของ ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนบังคับใช้เป็นการภายใน มันไปคนละอัน หรือดิฉันดูร่าง พ.ร.บ. ผิด ก็ไม่รู้ (๒) มีหลักฐานเชิงประจักษ์ในการบังคับใช้มาตรฐานจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพ สื่อมวลชน (๓) มีการดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน อันนี้เขียน ยังไม่ตรงไปตรงมาเท่าไร แต่ดิฉันคิดว่าในองค์การวิชาชีพหรือสภาวิชาชีพนั้นคงจะต้องมี การส่งเสริมและพัฒนา เหมือนกับทางวิชาการที่เรามีแพทยสภา มีการฝึกอบรม มีการอัปเดต (Update) ทางวิชาการอยู่ตลอดเวลา อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ควรจะสนับสนุน แต่ (๔) มีคุณสมบัติอื่น ตามที่คณะกรรมการกำหนด อันนี้เป็นข้อเดียวที่ดิฉันคิดว่าตรงที่สุด ข้อตั้งแต่ (๑) ถึง (๓) ใช่คุณสมบัติของผู้ที่เป็นสมาชิกหรือไม่ หรือถ้าเผื่อเป็นอย่างอื่นใดท่านกรุณาเขียนให้ชัดเจนด้วย เพราะดิฉันอ่านแล้วไม่เข้าใจเลยว่าจะเป็นคุณสมบัติของสมาชิกได้อย่างไร นอกจาก จะบอกว่าสมาชิกต้องมีมาตรฐานทางจริยธรรมสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพ ก็คงยุ่งอีกที่ว่า ก่อนที่จะรับเข้าเป็นสมาชิกท่านต้องวัดมาตรฐานทางจริยธรรมหรือว่าเป็นรีไควร์เมนต์ (Requirement) อย่างอื่น ฝากท่านประธานไปยังกรรมาธิการด้วยที่จะกรุณาทำเรื่องนี้ ให้มาตรา ๑๖ ชัดเจนหรือไม่ ขอบพระคุณค่ะ